วัดร้างจมใต้บาดาลนานกว่า47ปี โผล่กลางอ่างเก็บน้ำเขื่อนสิริกิติ์ ชาวบ้านแห่ดู (คลิป)
เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่บริเวณวัดเก่าแก่หรือวัดร้างห้วยต้าใต้ หมู่ 4 ตำบลนางพญา อำเภอท่าปลา จังหวัดอุตรดิตถ์ นายเกียรติพันธ์ รังสีสาคร นายกอบต.ท่าปลาและนายรุ่ง สีมา นายก อบต.นางพญา พร้อมด้วยชาวบ้าน จำนวนกว่า 100 คน ลงเรือไปยังวัดร้างห้วยต้าใต้ ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่ของอำเภอท่าปลา พร้อมนำเครื่องเซ่นไหว้ประกอบด้วย เครื่องบายศรี ผลไม้ หัวหมูต้ม ไก่ต้ม เหล้าขาว น้ำบริสุทธิ์ และดอกไม้ธูปเทียนจุดบูชา กราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์และเหล่าเทพเทวดา พร้อมขอพรให้ฝนฟ้าตกต้องตามฤดูกาล ให้ชาวนาสามารถปลูกข้าวและได้ผลผลิตอุดมสมบูรณ์ ไม่ทุกข์ยากหรือแร้นแค้นจนทำให้ชาวนาต้องเป็นหนี้สิน ขอให้ประสบแต่ความสุข ความเจริญ มาสู่กับคนท่าปลาและชาวจังหวัดอุตรดิตถ์ จากนั้นชาวบ้านได้นำธูปปักลงตรงซากวิหารของวัด
วัดร้างแห่งนี้มีชื่อเดิมว่า วัดห้วยไชยศรี หรือ ห้วยต้าใต้ เนื้อที่ประมาณ 2 ไร่ มีถาวรวัตถุประกอบด้วย ศาลาการเปรียญ กุฎิสงฆ์และวิหาร โดยมีชาวบ้านจาก 4 หมู่บ้านเดิมในอดีต อาทิ บ้านห้วยต้าเหนือ ห้วยต้ากลาง บ้านห้วยต้าใต้และบ้านหาดลั้ง ร่วมทำกิจกรรมทางพุทธศาสนาที่วัดแห่งนี้ มีพระสงฆ์จำพรรษา 4 รูป หลังมีการก่อสร้างเขื่อนเพื่อเก็บกักน้ำ ศาลาการเปรียญ กุฎิสงฆ์และวิหารก็จมอยู่ใต้น้ำ ตั้งแต่ปี พ.ศ.2511 หรือเมื่อ 47 ปีที่ผ่านมา ถาวรวัตถุได้ผุพังไปตามกาลเวลา คงเหลือแต่เศษซากอิฐของวิหารและกำแพงวัด รวมถึงซากต้นโพธิ์ขนาดใหญ่ ซากต้นตาลที่อยู่คู่กับวัดให้ชาวบ้านได้พบเห็น ซึ่งเป็นภาพที่สวยงามมาก 
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าปีนี้ปริมาณน้ำในเขื่อนสิริกิติ์ลดลงอย่างมากทำให้วัดร้างและวิหารโผล่ขึ้นพ้นน้ำเป็นปีที่3จนชาวบ้านสามารถเดินทางเข้าไปกราบไหว้และย้อนรำลึกอดีตเก่าที่เคยอาศัยอยู่มาสำหรับคนต่างถิ่นทราบข่าววัดร้างแห่งนี้โผล่ขึ้นเหนือน้ำต่างก็ทยอยมาเที่ยว เพราะอยากเห็นสภาพวัดร้างที่เคยจมอยู่ในน้ำหรือที่ชาวบ้านเรียกว่าจมใต้บาดาลนานหลายปี เมื่อโผล่พ้นน้ำจะมีสภาพเป็นอย่างไร และเชื่อว่าสถานที่แห่งนี้เป็นสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ที่ควรมากราบไหว้ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตและครอบครัวดุคลิปข่าวได้ที่
https://youtu.be/VwDFgWAPmYQขอบคุณภาพข่าวจาก
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1436060480