ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

ผู้เขียน หัวข้อ: วัดแก้วฟ้า อยุธยา แหล่งเรียนรู้และท่องเที่ยวตามธรรมชาติ  (อ่าน 1031 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

raponsan

  • มารยิ่งมี บารมียิ่งแก่กล้า
  • ผู้ดูแลบอร์ด
  • โยคาวจรผล
  • ********
  • ผลบุญ: +61/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 29399
  • Respect: +11
    • ดูรายละเอียด
0

ยายหนับ หาวุฒิ มัคคุเทศก์โดยธรรมชาติ ยืนหน้าโคกเนินสถูปเจดีย์วัดแก้วฟ้า มีต้นไม้ปกคลุมวัดแก้วฟ้า

วัดแก้วฟ้า อยุธยา แหล่งเรียนรู้และท่องเที่ยวตามธรรมชาติ

วัดแก้วฟ้า เป็นวัดร้างในหมู่บ้านกลางทุ่ง (บ้านดงตาล ต. สำเภาล่ม อ. เมือง จ. พระนครศรีอยุธยา) นอกเกาะเมืองอยุธยา หลังวัดพุทไธศวรรย์

น. ณ ปากน้ำ (ปราชญ์สยามทางศิลปกรรมไทย อดีตอาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยศิลปากร) ระหว่าง พ.ศ. 2509-2510 ออกสำรวจ แล้วเขียนบันทึกพรรณนาวัดแก้วฟ้ารวมพิมพ์ในหนังสือชื่อห้าเดือนกลางซากอิฐปูนอยุธยา ว่า “มีมาแต่สมัยอยุธยาตอนต้น”

อาจารย์นักวิชาการโบราณคดีเห็นควรรักษาสภาพเดิมเป็นแหล่งเรียนรู้โคกเนินโบราณสถานตามธรรมชาติและเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม

สมจิตร โพธิ์ทอง หลานยายหนับ ยืนหน้าซากเสาแปดเหลี่ยม วิหารหน้าสถูปเจดีย์ที่มีคนต่างถิ่นชอบมาถ่ายรูป


ยายหนับ หาวุฒิ (อายุ 74 ปี) ชาวมุสลิมบ้านดงตาล เล่าว่าตนและหลานสาว คือ นางสมจิตร โพธิ์ทอง (อายุ 34 ปี) ช่วยกันอยู่ประจำทำหน้าที่นำนักท่องเที่ยวเยี่ยมชมบริเวณโคกเนินด้วยจิตอาสา

“บางทีมีอาจารย์และนักศึกษามาดู ฉันก็ต้องพาปีนขึ้นไปดูอุโมงค์เจดีย์ใหญ่ ซึ่งเกิดมาก็เห็นตั้งแต่เด็ก ยังเคยขึ้นไปเล่น สมัยก่อนรกยิ่งกว่านี้ เป็นป่าหมดเลย เมื่อก่อนจะมีพวกพระหรืออะไรเก่าๆเยอะมาก เดินไปตรงไหนก็เจอ แต่ตอนนี้ไม่รู้ว่าไปไหนหมด” ยายหนับกล่าว แต่กังวลใจว่าจะต้องย้ายบ้านออกจากพื้นที่โบราณสถานหรือไม่ เพราะอยากอยู่ดูแลพื้นที่วัดเช่นเดิมซึ่งทำมาแต่ปู่ย่าตายาย
(มติชน ฉบับวันศุกร์ที่ 25 มีนาคม 2559 หน้า 14)

ควรสนับสนุนความเห็นของอาจารย์นักวิชาการโบราณคดี ให้รักษาสภาพเดิมเพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้และท่องเที่ยวตามธรรมชาติ ที่มีโคกเนินดินครอบคลุมสถูปเจดีย์วิหาร เท่ากับรักษาสภาพเดิมอย่างวิเศษไว้ใต้ดินมิให้ถูกทำลาย



ผู้เขียน   : สุจิตต์ วงษ์เทศ
ที่มา   : มติชนออนไลน์
เผยแพร่ : 25 มี.ค. 59
http://www.matichon.co.th/news/83676
บันทึกการเข้า
ปัญจะมาเร ชิเนนาโถ ปัตโต สัมโพธิมุตตะมัง จตุสัจจัง ปะกาเสติ มหาวีรัง นะมามิหัง ปัญจะมาเร ปลายิงสุ