“คนดี-คนไม่ดี” วัดกันที่ไหน “สวดมนต์ข้ามปี” หรือ “ปาร์ตี้หัวราน้ำ”..?ใกล้วันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่เข้าไปทุกที ค่ำคืนวันที่ 31 มกราคม ที่ทุกคนร่วมกันนับถอยหลัง และตั้งตาคอยการมาถึงของวันใหม่ ในศักราชใหม่ เพื่อการเริ่มต้นบทบาทชีวิตใหม่ ที่ละวางทุกสิ่งอย่าวที่ไม่ดีตลอดปีไว้เบื้องหลัง และกิจกรรมวันเคานต์ดาวน์เจ้ากรรมนี่แหละที่ทำให้คนจำนวนมากเถียงกันว่าแบบไหนดีที่สุด
@@@@@@
สวดมนต์ข้ามปี
กิจกรรมที่จะบอกว่ามีมานานก็ผิดนัก เพียงแค่ว่าเมื่อหลายปีก่อนหน้านั้นชาวพุทธในบ้านเรา ส่วนใหญ่นิยมทำกันเป็นประจำทุกปีในช่วงรอยต่อวันสุดท้ายของปีเก่าส่งเข้าวันแรกของปีใหม่ เพือเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต กับจุดมุ่งหมายหลักคือการตั้งใจแน่วแน่ว่า ในปีใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้นไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้าระหว่างสวดมนต์จะเป็นปีที่มีศีล สติ สมาธิ ปัญญา ไปตลอดปี เพราะการมีธรรมะในจิตใจเราจะทำให้เราคิดดี ทำดี พูดดีและเรื่องราวดี ๆ ก็จะกลับสู่ผู้ทำดีละเว้นความไม่ดีได้เสมอ นอกจากนี้หลายคนก็มีบทสวดมนต์เพิ่มเติมอีกหลายบทสวดนอกเหนือจากบทสวดมนต์พื้นฐานอย่าง นมัสการพระพุทธเจ้า, บูชาพระรัตนตรัย, กราบพระรัตนตรัย และสมาทานศีล 5 เพื่อเสริมบุญวาสนาที่แตกต่างกัน
ปัจจุบันหลายวัดได้มีการกิจกรรมการสวดมนต์ข้ามปี โดยเริ่มต้นจากวัดที่มีชื่อเสียง หรือวัดสำคัญๆ วัดเก่าแก่หลายแห่ง ทำให้ผู้มีจิตศรัทธาหลายคนเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าวเป็นจำนวนมาก และเพิ่มจำนวนมากขึ้นทุกปี (โดยปีนี้ดูจะได้รับความสนใจเป็นพิเศษ เพราะนายกรัฐมนตรี หรือ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาได้ชวนประชาชนออกมาสวดมนต์ข้ามปีกันตามข่าวเมื่อหลายวันก่อน)
@@@@
บทสวดยอดนิยม
โดยเป็นไปตาความต้องการของแต่ละคน เช่น *บทสรรเสริญคุณพระรัตนตรัย* เพื่ออานิสงค์อันดีงามแก่ชีวิตในทุกเรื่อง บทมงคลสูตร เพื่อป้องกันอันตราย เพิ่มสิริมงคล บทโพชฌังคปริตร เพื่อส่งเสริมให้สุขภาพร่างกายแข็งแรง ปราศจากโรคภัย บทพุทธชัยมงคลคาถา เพื่อความสำเร็จ และชนะอุปสรรคทั้งปวง บทชินบัญชร เพื่อขจัดภัยอันตราย ศัตรูที่คิดร้าย ปิดท้ายด้วยการแผ่เมตตาและอุทิศส่วนกุศลให้แก่ตนเอง คนรอบข้าง และบรรพบุรุษผู้ล่วงลับ
กระนั้นก็มีคนจำนวนไม่น้อยให้ความเห็นว่า การที่วัดจัดกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปีนั้น มีเรื่องของผลประโยชน์มากมายมาเกี่ยวข้อง รวมทั้งหลายคนยังเห็นว่าการที่นุ่งขาวห่มขาวเข้าวัดสวดมนต์ข้ามปีครั้งเดียว แต่ตลอดทั้งปีไม่มีการเปลี่ยนนิสัย ยังคงเป็นคนเห็นแก่ตัว เกรี้ยวกราด ว่าร้าย หรือยังคงไว้ซึ่งนิสัยไม่ดีเหมือนเดิมอยู่ การไปสวดมนต์เพียงเพื่อบอกว่าตนเองได้ไปสวดมนต์ข้ามปีก็ไม่เกิดประโยชน์อะไร
@@@@@@
ปาร์ตี้เคาน์ดาวน์ไม่เช้าไม่เลิก
อีกฝั่งของสายบุญ ที่หลายคนชอบติดตลกว่า *"สายบาป"* ก็มีความสุขกับการได้เฉลิมฉลองกับเพื่อนฝูงได้ตามสถานที่จัดงานปาร์ตี้ที่มีให้เลือกเพียบ ทั้งผับ สถานบันเทิง ลานเบียร์กลางแจ้ง แบบที่จบงานหนึ่งไปต่ออีกงาน บางคนไปปิดท้ายที่บ้านเพื่อนสักคนได้ยันเช้าวันแรกของปีใหม่แบบนอนสต็อป เรียกได้ว่ารื่นเริงสุดขีดให้สมกับการรอคอยมาตลอดทั้งปี
อันนี้คงไม่มีปัญหาอะไร ถ้าเมาแล้วไม่ขับ เมาแล้วไม่อาละวาด เมาแล้วไม่ก่อเรื่อง แต่ก็เพราะว่ามีอุบัติเหตุที่สร้างความเดือดร้อนกันอยู่ทุกปี จะมีกี่แคมเปญที่รณรงค์ให้ลด ละ เลิกเท่าไหร่ เรื่องของการสูญเสียในวันแรกของปีใหม่ (รวมทั้ง 7 วันอันตรายทั้งก่อนและหลังเฉลิมฉลอง) ก็ยังไม่ลดลงสักปี เป็นแบบนี้จะไม่ทำให้คนจำนวนหนึ่งต่อต้านงานปาร์ตี้แล้วมองเป็นคนร้ายได้อย่างไร
@@@@
ใช้คืนข้ามปีอย่างมีสติเท่านี้ก็สุขเท่ากัน
ดราม่าบังเกิดเพราะโลกโซเชียลอยู่เสมอ เมื่อต่างฝ่ายต่างก็อัพเดทกิจกรรมคืนข้ามปีกันคึกคัก แต่ก็จะมีคนประเภทหนึ่งที่เห็นอะไรที่ไม่ใช่แบบตัวเรา แล้วเป็นเดือดเป็นแค้นเสมอ เอาเป็นว่าอย่าก้าวก่ายกันและกัน เพราะมันไม่มีอะไรดีขึ้นมาเลย ปีใหม่ทั้งที ลองลดการแสดงความเห็นบนโลกโซเชียลที่สุ่มเสี่ยงต่อการเป็นดราม่าตั้งแต่เริ่มต้นปีดูก็เข้าท่าดี
ที่สำคัญจะใช้ชีวิตวันสุดท้ายของปีเก่าอย่างไรก็สิทธิ์ของคุณ แต่ใช้อย่างมีสติ มีธรรมะแต่พอดี สนุกแต่พองามสังคมในปีใหม่นี้คงน่าอยู่ขึ้นเป็นกอง
ขอบคุณที่มา :
https://today.line.me/th/pc/article/“คนดี+คนไม่ดี”+วัดกันที่ไหน+“สวดมนต์ข้ามปี”+หรือ+“ปาร์ตี้หัวราน้ำ”-8wOjRR By Another View ,เผยแพร่ : 27 ธันวาคม 2561 เวลา 12.00 น.