ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

ผู้เขียน หัวข้อ: หลักการคิดให้ชีวิตมีสุข ต้องรู้จักปล่อยวางจากความรู้สึกไม่ดี!  (อ่าน 1050 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

raponsan

  • มารยิ่งมี บารมียิ่งแก่กล้า
  • ผู้ดูแลบอร์ด
  • โยคาวจรผล
  • ********
  • ผลบุญ: +61/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 29399
  • Respect: +11
    • ดูรายละเอียด
0



หลักการคิดให้ชีวิตมีสุข ต้องรู้จักปล่อยวางจากความรู้สึกไม่ดี!

ในโลกนี้สิ่งที่เราต้องพบเจอกันในการใช้ชีวิต เรื่องราวต่างๆ มากมายอาจทำให้มีอะไรมากระทบความรู้สึกเราได้ แน่นอนว่าเมื่อเจอเหตุการณ์ที่ไม่เป็นที่พอใจ ไม่ตรงกับความรู้สึกที่เราอยากให้เป็น เรามักจะเกิดอาการ เศร้า เสียใจ โกรธ กลุ้มใจ เครียด หรือท้อแท้ บางคนเอาความรู้สึกแย่ๆ เหล่านั้นมาทำร้ายชีวิตตัวเอง จมอยู่กับอารมณ์ด้านลบเหล่านั้นนานเกินไป หลายครั้งที่ได้ยินคนบอกให้เรา “ปล่อยวาง” ก็แค่คิดตามว่าปล่อยวางคือการไม่คิดถึงปัญหาที่เจอเท่านั้น ซึ่งมันไม่ง่ายเลยกับการจะปล่อยวางอะไรไปง่ายๆ แบบนั้น แต่เชื่อเถอะค่ะ ถึงเวลาจริงๆ ทุกสิ่งที่เจอจะทำให้เราปล่อยวางไปเองโดยอัตโนมัติ  และในเมื่อเราเลี่ยงไม่ได้สิ่งเดียวที่จะทำได้คือหาวิธีรับมือกันมันไปก็เท่านั้น

วิธีที่จะจัดการความรู้สึกหรืออารมณ์ด้านลบที่เจอด้วยการปล่อยวางเรื่องไม่ดีที่เจอนั้นไป ก็มีอยู่นะคะ แม้ว่ามันอาจจะไม่ได้ทำให้ความทุกข์ หรือปัญหาที่เจอนั้นหายไปแบบทันทีทันใด แต่ก็สามารถแบ่งเบาความรู้สึกแย่ๆ ในใจได้แน่ๆ

เรารู้ดีว่าความรู้สึกไม่ดีย่อมมีกันทุกคน เพราะคุณไม่ได้อยู่คนเดียวในโลกต้องมีการกระทบกระทั่งกับคนรอบตัวบ้าง การปล่อยวางความรู้สึกไม่ดีอาจทำได้ง่าย ๆ โดยการให้อภัยพวกเขาบ่อย ๆ คุณอาจพูดให้อภัยพวกเขาในใจยามที่ความรู้สึกไม่ดีผุดขึ้นมา วิธีนี้จะช่วยให้ใจคุณสงบและปล่อยวางได้ หรือคุณอาจจะใช้การคิดบวกเพื่อแทนที่การคิดลบซึ่งทำให้คุณรู้สึกดีขึ้นและปล่อยวางไปในที่สุด หรืออาจลองทำตามแนวคิดที่เราเอามาฝากนี้ดู บางทีจิตใจที่ว้าวุ่นอาจทุเลาลงได้

@@@@@@

>> คิดไว้เสมอว่าไม่มีอะไรยั่งยืน ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงตลอด <<

เมื่อไรก็ตามที่เรายึดติดกับอะไรมากๆ เมื่อนั้นเองความเจ็บปวด ความเศร้า ความผิดหวังจะมาหา โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเรายึดติดกับพวกสิ่งของนอกกาย เราจะไม่มีวันใช้เวลากับมันอย่างเป็นสุขเลย เพราะมัวแต่กลัวว่ามันจะหาย กลัวว่ามันจะพัง หรือกลัวมันจะโดนขโมยไป ความคิดแบบนี้สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคนบนโลกนี้ ดูอย่างความสุขที่เราเจอสิคะมันยังไม่ได้อยูกับเราตลอดไปเลย ความทุกข์ก็เช่นกันเมื่อมันผ่านมาแล้วสักพักมันก็จะผ่านไป เป็นสัจธรรมเหมือนกันหมด ขอเพียงแค่เราเข้าใจ จะทำให้เรามีสติและจิตใจสงบขึ้น

สิ่งต่างๆ ที่เราพบเจอ ทุกสิ่งที่เกิดขึ้น มันผ่านมาก็ผ่านไป ไม่ต้องไปยึดติดว่าสิ่งนั้นจะต้องอยู่หรือเป็นแบบเดิมตลอดไป ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไปตามสถานการณ์และเวลาของมัน จงใช้ชีวิตอยูกับปัจจุบัน อย่าไปหวั่นไหว หรือใส่ใจกับการเปลี่ยนแปลงที่เจอ หรืออะไรที่เกิดขึ้นแบบไม่ทันตั้งตัว เมื่อมันเกิดขึ้นมันก็จะหายไปในที่สุด เพราะโลกนี้ไม่มีอะไรที่ยั่งยืน

>> เผื่อที่ไว้ให้ความผิดพลาด และทุกอย่างอยู่เหนือการควบคุม <<

หลายคนยึดติดกับคำว่า “เพอร์เฟค” นั่นคือทำอะไรจะต้องเป๊ะ จะต้องดี และจะต้องเหนือกว่าทุกคนอยู่เสมอ และเมื่อเกิดความผิดพลาดขึ้นก็จะเกิดความเศร้า ความผิดหวัง กลายเป็นความทุกข์ขึ้นในชีวิต อย่าลืมว่าเราเองคือมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่ง เป็นคนทั่วไปที่มีความรู้สึก และเรื่องราวที่เจอหรือสิ่งที่ไม่ดีต่างๆ ที่ได้เจอถือเป็นบทเรียนให้เราแกร่งและโตขึ้น ไม่ต้องไปรู้สึกแย่หรือคิดมากว่าเราเป็นคนที่เจอเหตุการณ์เหล่านั้น ไม่ต้องไปผลักไสมันหรอกค่ะ แค่รู้จักทำใจและยอมรับมันให้ได้ ทำอะไรก็เผื่อที่ไว้ให้ความผิดพลาดที่จะเกิดขึ้นบ้างก็เท่านั้น

อย่าไปหวาดกลัว เสียใจ หรือคล้อยตามสิ่งที่เจอ เมื่อเจอเรื่องแย่ๆ ก็แค่ลองปรับใจตัวเองให้วางลง อย่าวุ่นวายไปตามเหตุการณ์ภายนอกมากนัก เพราะแม้แต่ชีวิตเราก็อยู่เหนือการควบคุม อยากจะให้สุข บางทีก็ทุกข์ อยากจะหายทุกข์ ก็กลับทุกข์มากขึ้น ลองคิดใหม่ว่า เดี๋ยวทุกอย่างก็ผ่านไป พยายามรักษาใจตัวเองให้เป็นปกติก็พอ  และเมื่อหยุดคิดได้ ชีวิตคุณก็จะเป็นสุขขึ้นค่ะ

>> มีทัศนะมุมมองที่ดี อย่าคิดแก้แค้น <<

สำหรับคนที่กำลังเผชิญกับอุปสรรคความยากลำบากอยู่ ให้หมั่นเตือนตัวเองเอาไว้เสมอว่า อุปสรรคความทุกข์ยากที่เจอเหล่านั้นมันไม่ใช่ทุกอย่างหรือทั้งหมดของงชีวิตเรา มันเป็นเพียงแค่ช่วงเวลาหนึ่งที่ต้องผ่านมาเจอเท่านั้น เป็นเสี้ยวหนึ่งของชีวิต แล้วมันก็จะผ่านไป แล้วตั้งสติให้ดี ไม่มีใครที่จะสุขตลอดไป และไม่มีใครที่จะทุกข์ตลอดกาลเช่นกัน

หากมีใครมาทำอะไรให้เรารู้สึกแย่ก็อย่าไปคิดแก้แค้น หรือทำร้ายเขากลับ เพราะสิ่งที่ทำแล้วใจเราสุขมากที่สุดคือผลักดันตัวเองให้ดียิ่งขึ้นไป ให้ดีกว่าคนคนนั้น ต้องไม่ลืมว่าคนเราจะไม่มีทางแก้ปัญหาอะไรได้ถ้าเรามัวแต่หมกมุ่น เจ้าคิดเจ้าแค้น และจมอยู่กับปัญหาที่เจอ หากต้องการแก้แค้น การแก้แค้นที่ดีที่สุดคือ”การใช้ชีวิตอย่างมีความสุขและประสบความสำเร็จให้มากขึ้นไปอีก”  ถ้าคุณสามารถฝึกตนเองให้คิดดี ทำดีได้ตลอด จะส่งให้คุณมีพลังดึงดูดคนที่คิดดีทำดีเข้ามาในชีวิตได้



>> อุปสรรคคือบททดสอบชีวิต สิ่งเล็กๆ น้อยๆ ก็มองข้ามไปเสียบ้าง <<

อุปสรรคและความยากลำบากที่คนเราพบเจอ หากคิดตามหลักพุทธศาสนาน่าจะเกิดจากกรรมเก่า ยิ่งเราเจอความลำบากมากเท่าไรให้คิดเสียว่าเรากำลังชดใช้กรรมที่เคยทำมาแต่ชาติปางก่อน คิดแบบนี้แล้วก็จะทำให้คุณทำใจได้ และมีกำลังใจ ที่จะแก้ไขหรือฝ่าฟันอุปสรรค ความทุกข์ที่เจอไปให้ได้ และให้คิดเสียว่าสิ่งที่เจอเป็นบททดสอบหนึ่งของชีวิต เช่น คุณกำลังถูกทดสอบเรื่องความอดทน ถูกทดสอบเรื่องการให้อภัย ถูกทดสอบเรื่องการเปิดใจให้กว้าง หรือถูกทดสอบเรื่องของความแข็งแกร่ง เมื่อเรารู้แล้วว่าเราถูกทดสอบเรื่องอะไรก็รีบแก้ไขเรื่องนั้นให้ผ่านไปให้เร็วที่สุดก็เท่านั้น เดี๋ยวมันก็จะผ่านไปได้

หรือหากใครเริ่มรู้สึกว่ามีบางสิ่งที่พบเจอเล็กๆ น้อยๆ เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ก็ไม่ควรเก็บเอามาเครียด หรือมาคิดมาก ลองมองข้ามเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่จะมาทำให้ความคิดของคุณติดลบไปดีกว่าค่ะ เอาเวลามาทำอย่างอื่นที่เกิดประโยชนดีกว่าที่จะเอาเวลามาเครียดกับสิ่งผิดพลาดที่อาจส่งผลทำให้คุณท้อถอย

>> เลิกกังวลในสิ่งที่คนอื่นคิด <<

ไม่มีใครในโลกนี้ที่จะทำทุกสิ่งพอใจทุกคนไปเสียหมด ดังนั้น อย่าใส่ใจสิ่งที่คนอื่นคิด เพราะยิ่งคิดและแคร์ในสิ่งที่คนอื่นคิดมากขึ้นเท่าไรก็ยิ่งทำให้เครียดมากขึ้นเท่านั้น และทำให้ไม่สามารถทำในสิ่งที่ต้องการได้เต็มที่ การเก็บคำพูด หรือสิ่งที่คนอื่นคิดมาเป็นอารมณ์อาจจะทำให้สิ่งที่กำลังทำอยู่ล้มเหลวได้ง่าย ๆ เพราะฉะนั้นจงใช้ชีวิตในแบบที่คุณเป็น มากกว่าจะใช้ชีวิตตามความคิดของคนอื่น บางครั้งเพื่อให้สิ่งที่คุณทำประสบความสำเร็จ ก็อาจจะทำให้กลายเป็นคนเจ้ากี้เจ้าการ ออกคำสั่ง

และกลายเป็นจอมบงการไปโดยไม่รู้ตัว แต่รู้ไหมว่า ยิ่งบงการยิ่งทำให้ล้มเหลว และเมื่อไม่ได้รับความร่วมมือเท่าที่ควรก็จะรู้สึกเครียด  ดังนั้น ควรจะปล่อยให้เป็นไปในทางที่ควรจะเป็น และยอมรับได้อย่างไม่มีเงื่อนไข ถึงแม้อาจจะดูเหมือนว่า คุณท้อและยอมแพ้ แต่จริงๆ แล้ว เป็นทางออกที่ดีที่สุด แถมยังทำให้คุณรู้สึกสบายใจขึ้นอีกด้วย

>> อย่าเสียเวลากับคนผิดคน จงเรียนรู้จากบทเรียน <<

หากคุณรู้สึกว่าใครกำลังทำให้คุณเสียโอกาสและเวลาไปอย่างเปล่าประโยชน์ คุณควรจะปล่อยวางทิ้งเอาไว้ข้างหลังแล้วเดินออกมา และเลิกนึกถึงคนเหล่านั้น เอาเวลาที่คุณเคยใช้กับคนผิดคนไปทำอะไรที่สร้างสรรค์และทำให้ตัวเองดีขึ้น  หากสิ่งเหล่านั้นคือความผิดพลาดที่คุณไม่อาจให้อภัยตัวเองได้ ก็ควรจะเปลี่ยนความคิดใหม่ และให้อภัยตัวเอง เพื่อที่จะลุกขึ้นเดินต่อไปอีกครั้งหนึ่ง บางคนอาจจะต้องเสียเวลาไปหลายปีให้กับคนที่ไม่เคยให้ความสำคัญหรือให้ความเคารพ จนเป็นบาดแผลและความทรงจำที่เจ็บปวด ทำให้ชีวิตไม่ก้าวหน้าไปไหน จมปลักกับความโศกเศร้า และความเครียด

เพราะฉะนั้น การนำประสบการณ์ของตนเองหรือผู้อื่นมาปรับใช้ เพื่อป้องกัน มิให้ตนเองตกอยู่ในสถานการณ์เลวร้าย ให้คำมั่นกับตัวเองว่า จะควบคุมอารมณ์ให้ได้เมื่ออยู่ในสถานการณ์ที่ทำ ให้อารมณ์เสีย และพยายามหลีกเลี่ยงมิให้ตกอยู่ในสภาวะเช่นนั้นอีกในอนาคต

@@@@@@

อย่างไรก็ตามอีกสิ่งหนึ่งที่จะทำให้เราคิดได้และปล่อยวางจากความทุกข์และเรื่องลบๆ ที่จะส่งผลให้ชีวิตเราแย่ลงก็คือ ให้คิดไว้เสมอว่าเป็นธรรมดาของชีวิตที่จะต้องเผชิญกับเรื่องราวแย่ๆ ไม่มีใครบนโลกนี้ที่จะไม่เคยเจอปัญหา และอุปสรรค หรือความไม่พอใจในบุคคลต่างๆ ที่อยู่รอบตัว ไม่มีใครพอใจกับชีวิตไปเสียทุกอย่าง แต่เมื่อเราเจอเหตุการณ์ที่ว่าแล้ว ทำอย่างไรที่จะไม่ให้ความอ่อนแอ ควาเศร้าใจ เหล่านั้นมาทำลายชีวิตเราได้ ลองเอาคำแนะนำที่เราเอามาฝากไปเป็นแนวทางในการ “ปล่อยวาง” เรื่องไม่ดี ต่างๆ ในชีวิตดูนะคะ อย่างน้อยๆ เชื่อว่าความเครียด และความทุกข์ในใจของผู้ที่คิดตามน่าจะบรรเทาเบาบางลง แน่นอน



ขอบคุณ : https://goodlifeupdate.com/lifestyle/knowledge-work-inspiration/160402.html
By pant ,21 June 2019
บันทึกการเข้า
ปัญจะมาเร ชิเนนาโถ ปัตโต สัมโพธิมุตตะมัง จตุสัจจัง ปะกาเสติ มหาวีรัง นะมามิหัง ปัญจะมาเร ปลายิงสุ