ทำไมพระต้องบิณฑบาต คลายข้อสงสัยกิจของสงฆ์ ที่ปฏิบัติมาตั้งแต่สมัยพุทธกาลในตอนเช้าของทุกวัน จะเห็นภาพพุทธบุตรในผ้าเหลือง อันเป็นธงชัยแห่งพระอรหันต์ เดินบิณฑบาตญาติโยม การบิณฑบาตไม่ต่างจากการโปรดสัตว์ เพื่อให้ชนทั้งหลายได้บำเพ็ญทาน สละความตระหนี่ แต่มีใครทราบไหมว่า ทำไมพระต้องบิณฑบาต
ครั้งเจ้าชายสิทธัตถะเสด็จออกผนวชเพื่อหาหนทางแห่งการหลุดพ้น ทางฝ่ายศายกวงศ์เกิดความปั่นป่วนเมื่อราชทายาทแห่งพระเจ้าสุทโธทนะหายไปในยามวิกาล จนนายฉันนะนำเครื่องทรงกลับมาถวายพระเจ้าสุทโทธทนะและพระนางมหาปชาบดีโคตมี เครื่องทรงแห่งเจ้าชายไม่ต่างจากคำบอกลาวันเวลาผ่านไปจนกระทั่งเจ้าชายสิทธัตถะตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า ทรงออกแสดงธรรมโปรดสัตว์สมที่ทรงเป็นพระพุทธเจ้า ที่พึ่งของโลก พระเจ้าสุทโธทนะทรงทราบข่าวการตรัสรู้ของเจ้าชายสิทธัตถะ พระองค์ทรงส่งทูตไปอาราธนาพระพุทธเจ้าให้เสด็จมาเยี่ยมเยือนพระญาติ ไม่ว่าส่งทูตไปกี่คนก็ไม่มีใครพาพระพุทธเจ้าเสด็จกลับมาได้เลย เพราะสุดท้ายจะตัดสินใจบวชเป็นพระภิกษุ จนกระทั่งกาฬุทายีได้รับแต่งตั้งเป็นทูตไปทูลเชิญพระพุทธเจ้า แต่ก็บวชเป็นพระไม่ต่างจากทูตคนอื่น
ถึงกาฬุทายีจะบวชเป็นพระภิกษุ แต่ก็สามารถทูลอาราธนาให้พระพุทธเจ้าเสด็จมากรุงกบิลพัสดุ์ได้สำเร็จ พระญาติพากันไม่แสดงความเคารพต่อพระผู้มีพระภาคเจ้า จนกระทั่งพระองค์ต้องแสดงฤทธิ์เหาะขึ้นกลางอากาศให้เหล่าพระญาติประจักษ์ จึงแสดงความเคารพพระพุทธเจ้า เมื่อพระพุทธเจ้าประทับนั่ง อยู่ ๆ ฝนก็ตกลงมาแต่เป็นฝนมหัศจรรย์ ใครที่ไม่อยากเปียกก็จะไม่เปียก ใครที่อยากเปียกก็จะเปียก เรียกว่า “ฝนโบกขรพรรษ”
เหล่าพระญาติยิ่งเลื่อมใสในพระพุทธเจ้า พระองค์ตรัสว่า ฝนโบกขรพรรษเคยตกลงมาแบบนี้เมื่อครั้งพระองค์เสวยพระชาติเป็นพระเวสสันดร แล้วพระองค์ทรงแสดงธรรมชาดกเรื่องนี้
เช้าวันต่อมาพระพุทธเจ้าพร้อมด้วยพระสาวกออกบิณฑบาตในกรุงกบิลพัสดุ์ ชาวเมืองพากันประหลาดใจเพราะพระพุทธเจ้าเป็นถึงเจ้าชายทำไมทรงเที่ยวภิกขาจารขออาหารเช่นนี้ เรื่องนี้ทราบถึงพระเจ้าสุทโธทนะ พระองค์ทรงตกพระทัยและรีบเสด็จไปยังจุดที่พระพุทธเจ้ากำลังบิณฑบาต และทูลถามพระพุทธเจ้าว่า ”ไฉนพระองค์จึงทรงทำให้หม่อมฉันได้รับความอัปยศ โดยเที่ยวภิกษาจารเช่นนี้“พระเจ้าสุทโธทนะทรงขอร้องไม่ให้พระพุทธเจ้าบิณฑบาต ขอบคุณภาพจาก
www.84000.org พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสตอบว่า ” ดูกรมหาบพิตร การเที่ยวบิณฑบาตนี้ เป็นจารีตประเพณีของตถาคต “
” ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า อันบรรดาสายเลือดขัตติยะองค์ใดองค์หนึ่ง ซึ่งเที่ยวบิณฑบาตเช่นนี้ยังจะมีอยู่ ณ ที่ใด ประเพณีของหม่อมฉัน (เหล่ากษัตริย์)ไม่เคยมีแต่ครั้งไหนในก่อนกาล “
” ดูกรมหาบพิตร นับแต่ตถาคตได้บรรลุพระสัมโพธิญาณแล้ว ก็สิ้นสุดความเป็นขัตติยวงศ์ เริ่มประดิษฐานพุทธวงศ์ตั้งแต่นั้นมาจนถึงวันนี้ ดังนั้น การเที่ยวบิณฑบาตจึงเป็นประเพณีของพระพุทธเจ้า ตลอดถึงพระภิกษุสงฆ์ที่สืบสายพุทธวงศ์ชั่วนิรันดร “
จากนั้นพระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมโปรดพระพุทธบิดาจนบรรลุเป็นพระโสดาบัน แล้วพระเจ้าสุทโธทนะก็ทรงรับบาตรของพระพุทธองค์ ทูลอาราธนาให้เสด็จขึ้นพระราชนิเวศน์ พร้อมด้วยพระภิกษุทั้งหลาย พระองค์ถวายอาหารบิณฑบาตอันประณีต
วันรุ่งขึ้น พระพุทธเจ้าเสด็จพระพุทธดำเนินไปรับภัตตาหารบิณฑบาตในพระราชนิเวศน์เป็นวันที่สอง ครั้นเสร็จภัตตกิจแล้ว ตรัสพระธรรมเทศนาโปรดพระนางมหาปชาบดีโคตมีและพระเจ้าสุทโธทนะ เมื่อจบพระธรรมเทศนา พระน้านางได้บรรลุเป็นพระโสดาบันส่วนพระพุทธบิดาได้บรรลุเป็นพระสกทาคามี
วันรุ่งขึ้นอีก พระบรมศาสดาเสด็จพระพุทธดำเนินไปรับภัตตาหารบิณฑบาตในพระราชนิเวศน์เป็นวันที่สาม ครั้นเสร็จภัตตกิจแล้ว ตรัสเทศนามหาธรรมปาลชาดกโปรดพระพุทธบิดา ทำให้พระองค์สำเร็จเป็นพระอนาคามี พระพุทธเจ้าทรงกำลังบิณฑบาตในกรุงกบิลพัสดุ์ ขอบคุณภาพจาก
www.84000.org เรียบเรียง : พุทธประวัติทัศนศึกษา โดย พระธรรมโกศาจารย์ (ชอบ อนุจารี)
ภาพ :
https://pixabay.com ,
www.84000.orgขอบคุณ :
https://goodlifeupdate.com/healthy-mind/167494.htmlBy nintara1991 ,2 August 2019