.
ชาวพุทธแท้ คือ ผู้ปล่อยวางได้ | แต่ไม่ปล่อยปละละเลย | ใครมีหน้าที่ ใครมีช่องทาง ต้องขวนขวายปฏิบัติ | อย่าปล่อยให้คนชั่วลอยนวล

ท่านให้ “ปล่อยวาง” แต่อย่า “ปล่อยปละละเลย”
“คนที่ทำอะไรด้วยความรู้เข้าใจถึง “สัจธรรม” อย่างที่พูดกันว่ารู้เท่าทันความจริงนั้น ใจจะมีปัญญากำกับ ไม่ถูกความยึดติดบีบคั้น จะทำอะไรก็ทำด้วยใจทีโปร่ง โล่ง และทำได้ผลดี ทั้งใจก็สบาย และงานก็สำเร็จด้วย
๑. ทำให้กระตือรือร้นมีชีวิตชีวา และชีวิตมีคุณค่า
๒. ทำให้ทำการอะไรก็สำเร็จ
๓. ทำให้จิตใจโล่งสบายผ่องใส มีความสุข
แต่คนที่ไม่เป็น ไม่รู้จักใช้หลักอนิจจัง บางคนทำใจได้ ใจสบาย แต่งานไม่สำเร็จ ก็เสื่อม
@@@@@
เพราะว่า“ปล่อยวาง” แล้วกลายเป็น“ปล่อยปละละเลย” พอปล่อยปละละเลย ก็คือ..ประมาท กลายเป็นเสียเลย ปฏิบัติผิดหลักพุทธศาสนา
ต้องระวัง! ปล่อยวาง กับ ปล่อยปละละเลย เป็นคนละอย่าง
ปล่อยวาง..คือใจเป็นอิสระ นี่ดี
แต่..ปล่อยปละละเลย คือประมาท นี่ร้ายที่สุด
ท่านให้ปล่อยวางทางใจ แต่เรื่องการงานอะไรที่ต้องทำนี้หยุดไม่ได้ ต้องทำ มีปัญหาต้องแก้ ทั้งแก้ด้วยความไม่ประมาท และแก้ให้ตรงเหตุปัจจัย แล้วจะได้ทั้งสองอย่าง ดังที่ว่า..ปัญหาก็แก้ได้ ใจก็สบายด้วย หรือ งานก็ได้ผล คนก็เป็นสุข
@@@@@
คนบางพวกมีความไม่ประมาท เพียรพยายามจริงจัง เเต่..จิตใจเต็มไปด้วยความเครียด ความยึดมั่น ความวุ่นวายใจ เดือดร้อนใจ ทำงานก้าวหน้าไปได้ไม่ประมาท แต่ใจมีความทุกข์ เครียดมาก นี่เสียไปด้านหนึ่ง
สำหรับพุทธศาสนิกชน ต้องได้ทั้งสองอย่าง ทั้งความเพียรพยายามความเจริญก้าวหน้า ก็ได้ด้วยความไม่ประมาท และความสบายใจที่เป็นอยู่และทำงานด้วยจิตใจ โล่ง โปร่ง เบา ก็ได้ด้วยปัญญาที่รู้เท่าทันความจริงของธรรม”
สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ ( ป. อ. ปยุตฺโต )
ที่มา : จากธรรมนิพนธ์ เรื่อง “สามไตร”
ขอบคุณที่มา :-
Facebook ธรรมะเพื่อทางพ้นทุกข์
โดย ท.ส. ปัญญาวุฑโฒ ,14 พฤษภาคม 2020
https://www.facebook.com/.../a.19492.../1094505530920572/...