« เมื่อ: ตุลาคม 17, 2012, 04:41:06 pm »
0
ส.ส.-ชาวบ้าน แห่กราบไหว้ "พระผงอายุพันปี..นับหมื่นองค์" หลังขุดพบกลางป่าโบราณ
ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ศรีสะเกษว่า จากกรณีที่หลวงพ่อสมศักดิ์ สิริธัมโม พระลูกวัดสระพังทองหนามแท่ง บ้านหนามแท่ง อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ ได้ขุดพบพระผงโบราณและใบเสมาเก่าแก่ ที่บริเวณกลางป่าสาธารณประโยชน์ดงบ้านเก่าสะเดาหวาน บ้านหนามแท่ง ต.หนองแวง อ.กันทรารมย์ ซึ่งเป็นป่าสาธารณะเก่าแก่
โดยบริเวณนี้อดีตเคยเป็นที่ตั้งของหมู่บ้านเก่าแก่ ต่อมาได้มีการย้ายหมู่บ้านออกไปอยู่ด้านนอกป่าแห่งนี้ ภายในบริเวณนี้มีต้นไม้ใหญ่อายุหลายร้อยปีหลายสิบต้น เป็นป่าสาธารณประโยชน์โบราณเก่าแก่มากที่สุดอีกแห่งหนึ่งในเขต อ.กันทรารมย์
พระที่ขุดพบเป็นพระผงโบราณจะมีอยู่ 2 แบบ โดยเป็นพระผงปางนาคปรกและปางสมาธิ มีจำนวนกว่า 10,000 องค์ อายุคาดว่าประมาณ 1,000 ปี ซึ่งพระผงโบราณเมื่อนำเอาไปล้างน้ำแล้ว พบว่าเนื้อพระจะแข็งตัวและมีสีแดง แต่ว่าเมื่อแห้งแล้วองค์พระจะกลายเป็นสีนวลขาว คาดว่าเนื้อพระจะเป็นว่าน 108 ชนิด ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นว่านที่มีสรรพคุณในการนำเอาไปทำเป็นเครื่องรางของขลังของคนสมัยโบราณ
โดยหลวงพ่อสมศักดิ์ และนายไสว โพธิ์พรม ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 3 บ้านหนามแท่ง ได้ร่วมกับชาวบ้านนำเอาอิฐบล็อกมาก่อปูนปิดเอาไว้ และนำเอาพระผงโบราณและใบเสมาบางส่วนมาตั้งไว้เพื่อให้ประชาชนทั่วไปได้กราบไหว้สักการะ เพื่อความเป็นสิริมงคล ตามข่าวที่ได้นำเสนอไปแล้วนั้น
ความคืบหน้าเมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 15 ต.ค. ผู้สื่อข่าว ข่าวสด รายงานว่า ที่บริเวณกลางป่าสาธารณประโยชน์ดงบ้านเก่าสะเดาหวาน บ้านหนามแท่ง ต.หนองแวง บริเวณที่ขุดพบพระผงโบราณ หลวงพ่อสมศักดิ์ สิริธัมโม พระลูกวัดสระพังทองหนามแท่ง บ้านหนามแท่ง ร่วมกับคณะสงฆ์สระพังทองหนามแท่ง และชาวบ้านหมู่ 3 และหมู่ 9 รวมทั้งหมู่บ้านใกล้เคียงในเขต ต.หนองแวง
ประกอบพิธีทำบุญและอัญเชิญพระพุทธรูปไปประดิษฐานบนแท่นที่สร้างขึ้นปิดไหโบราณ จำนวนกว่า 25 ไห ที่บรรจุพระผงโบราณเอาไว้กว่า 10,000 องค์ และปรากฏว่าได้มีบรรดาประชาชนจากทั่วสารทิศที่ทราบข่าวนี้ได้พากันมากราบไหว้สักการะและชมพระผงโบราณ รวมทั้งใบเสมาโบราณกันอย่างคึกคักและต่อเนื่อง ซึ่งชาวบ้านหนามแท่งได้พากันจัดดอกไม้ธูปเทียนไว้คอยให้บริการแก่ประชาชนที่พากันมากราบไหว้สักการะ โดยมีการนำเอาตู้กระจกมาใส่พระผงโบราณเอาไว้ พร้อมทั้งล็อกกุญแจ ป้องกันไม่ให้มีการหยิบฉวยเอาพระผงโบราณไปเป็นสมบัติส่วนตัว
นายสุรชาติ ชาญประดิษฐ์ ส.ส.ศรีสะเกษ เขต 2 พรรคเพื่อไทย และคณะ ได้เดินทางมากราบไหว้สักการะพระผงโบราณด้วย จากนั้นได้ประสานงานกับสถานีตำรวจภูธรกันทรารมย์ และผู้ใหญ่บ้านทุกหมู่บ้านในเขต ต.หนองแวง อ.กันทรารมย์ เพื่อให้ร่วมกันจัดเวรยามวันละ 10 คน มาเฝ้ารักษาคุ้มกันเข้ม เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้กลุ่มมิจฉาชีพแอบเข้ามาขโมยพระผงโบราณ รวมทั้งวัตถุโบราณต่างๆ ที่ขุดพบในบริเวณนี้
อีกทั้งนายสุรชาติได้แจ้งกับชาวบ้านว่า จะประสานงานไปยังส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเพื่อจัดทำถนนเข้ามาที่บริเวณแห่งนี้ เพื่อจะได้เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางพุทธสถานที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของ จ.ศรีสะเกษ และในเขตอีสานใต้ต่อไป นอกจากนี้ยังได้มีเจ้าหน้าที่จากกรมศิลปากร จำนวน 2 คน ที่อยู่ใกล้เคียงกับ จ.ศรีสะเกษ ได้มาตรวจสอบพระผงโบราณที่ขุดพบ และแจ้งว่าจะได้รายงานเรื่องนี้ให้หน่วยเหนือได้รับทราบ
หลวงพ่อสมศักดิ์ สิริธัมโม พระลูกวัดสระพังทองหนามแท่ง กล่าวว่า นอกจากจะพบพระผงโบราณและใบเสมาโบราณแล้ว ยังขุดพบเงินราง จำนวน 3 อัน ซึ่งเป็นเงินของคนสมัยก่อน และพบพระร่วงรางปืนอยู่ในไหใบเล็กที่มีอยู่ จำนวนกว่า 25 ไห โดยพระร่วงรางปืนนี้ เป็นเครื่องรางของขลังของคนสมัยก่อนที่ใช้แขวนคอเวลาออกรบ เชื่อว่าจะทำให้แคล้วคลาดปลอดภัย เป็นต้น และอาตมาภาพได้ร่วมกับชาวบ้านทำการเก็บรักษาใส่ตู้กระจกไว้เพื่อให้ประชาชนทั่วไปได้กราบไหว้บูชา
นายไสว โพธิ์พรม ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 3 บ้านหนามแท่ง กล่าวว่า ตนได้หารือกับคณะสงฆ์และชาวบ้านหนามแท่งแล้ว มีความเห็นร่วมกันว่า จะรักษาพระผงโบราณ รวมทั้งวัตถุโบราณต่าง ๆ ที่ขุดพบทั้งหมด ให้อยู่ที่ตรงนี้ เพื่อให้เป็นสมบัติของชาวบ้านหนามแท่งและของประเทศชาติ จะไม่ยอมให้ส่วนราชการใด ๆ มานำเอาไปเก็บไว้ที่อื่น เพราะตนถือว่าสถานที่แห่งนี้เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ จึงมีการขุดค้นพบพระผงโบราณ อายุกว่า 1,000 ปี จำนวนกว่า 10,000 องค์นี้ ซึ่งเรื่องนี้จะได้รายงานให้ทาง อ.กันทรารมย์ ได้รับทราบต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า หลังจากที่การขุดพบพระผงโบราณแพร่กระจายออกไป ปรากฏว่า ได้มีบรรดาผู้ที่ชอบสะสมพระโบราณและวัตถุโบราณต่าง ๆ ได้พากันมาติดต่อกับหลวงพ่อสมศักดิ์ และนายไสว ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 3 เพื่อขอเช่าบูชาหรือซื้อพระผงโบราณ แต่หลวงพ่อสมศักดิ์ และนายไสวปฏิเสธ โดยอ้างเหตุผลว่า ต้องการเก็บพระผงโบราณ รวมทั้งวัตถุโบราณทั้งหมดไว้ที่บริเวณนี้ เพื่อให้เป็นสมบัติของชาวบ้านหนองแวง และของประเทศชาติสืบต่อไปขอบคุณภาพข่าวจาก
http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNMU1ESTNNVE16T1E9PQ==&subcatid=