ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

ผู้เขียน หัวข้อ: โลกธรรม โลกกระทำ - รู้โลก ไม่สู้รู้ตน  (อ่าน 1316 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

raponsan

  • มารยิ่งมี บารมียิ่งแก่กล้า
  • ผู้ดูแลบอร์ด
  • โยคาวจรผล
  • ********
  • ผลบุญ: +61/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 29399
  • Respect: +11
    • ดูรายละเอียด
โลกธรรม โลกกระทำ - รู้โลก ไม่สู้รู้ตน
« เมื่อ: พฤษภาคม 17, 2014, 09:03:31 am »
0


โลกธรรม โลกกระทำ - รู้โลก ไม่สู้รู้ตน

หนึ่งข้อที่มีการแบ่งปันกันมาคือคำว่าเรื่องของ “ความฉลาด” ที่ว่าหากมีการอวดอ้างออกมาเมื่อไหร่แล้วล่ะก็ จะกลายเป็น “โง่” ขึ้นมาทันที หรือคำว่า “บารมี”

ข้อดีอย่างหนึ่งของการมีโลกโซเชียลมีเดียคือการที่พุทธศาสนิกชน ได้แบ่งปันข้อคิดดี ๆ ทางธรรมและเกี่ยวข้องกับการดำรงชีวิตนั้นบนโลกออนไลน์ ส่วนหนึ่งเป็นการเตือนสติของผู้ดำรงชีวิตและเจริญชีวิตอยู่ได้เป็นอย่างดี ระหว่างที่เราท่องอยู่ในโลกออนไลน์ที่ยิ่งวันเรายิ่งจะใช้เวลากับมันมากยิ่งวุ่น จนบางทีเราปล่อยให้สติหลุดลอยไป

หนึ่งข้อที่มีการแบ่งปันกันมาคือคำว่าเรื่องของ “ความฉลาด” ที่ว่าหากมีการอวดอ้างออกมาเมื่อไหร่แล้วล่ะก็ จะกลายเป็น “โง่” ขึ้นมาทันที หรือคำว่า “บารมี” ที่จะมีคุณค่าก็ต่อเมื่อผู้ที่มีและครอบครองนั้น มีเอาไว้เฉย ๆ แต่จะหมดลงไปเรื่อย ๆ หรือแม้แต่สูญสิ้นหากว่าเรา “ใช้” จนมีคำพูดที่ว่า “บารมี มีไว้เพียงเพื่อมีแต่ ไม่ได้มีเอาไว้เพื่อใช้”

สองสิ่งที่มีนั้นบางคนมีเยอะมาก ๆ ทั้งความฉลาดและบารมี แต่สิ่งที่จะสืบต่อให้เราเป็นผู้ที่ฉลาดและได้รับการยกย่อง และสืบต่อให้ผู้ที่มีบารมีและสืบทอดบารมีของตนเองต่อไปได้นั้นคือทัศนคติและโลกทัศน์ของผู้ครอบครอง ว่าเป็นผู้ที่มี “อัตตา” “ตัวกูของกู” มากน้อยขนาดไหนใครก็ตามที่มีอัตตาสูงและต้องการอวดอ้างสิ่งที่ตนเองมี (แม้ว่าในบางกรณีจะมีอยู่เพียงแค่เล็กน้อยกระจิดริด) ก็จะทำให้อวดอ้างทุกสิ่งทุกอย่างที่ตนเองมีให้โลกได้รู้และที่สุดก็จะกลายเป็นคนโง่ และด้อยบารมีลงไป รังแต่จะเป็นความน่าเวทนาแก่บุคคลรอบข้างอยู่ต่อไปและทำลายตัวตนของตนเองด้วยโมหจริตไปในที่สุด


 :49: :49: :49:

ในขณะที่ผู้ที่มีอัตตาน้อยหรือดำรงชีวิตแบบไม่มีตัวกูของกู จะเป็นผู้เก็บความฉลาดไว้ หรือใช้ (แต่ไม่อวด) ในทางที่ดี และเสริมสร้างบารมีให้แก่ตนเองและในกรณีที่มีบารมีแล้วก็จะไม่ใช้เพื่อเบียดเบียนผู้อื่น แต่เสริมต่อบารมีต่อไปด้วยการเก็บสิ่งนั้นไว้กับตัว จนเกิดเป็นการขยายตัวของบารมีต่อไปที่แม้ว่าจะไม่ได้มีคนจำนวนมากมากริ่งเกรง ยำเกรงแต่จะเป็นสิ่งที่ดำรงคงอยู่ในระยะยาวต่อไป

เรื่องของทัศนคติของบุคคลที่มีต่อสิ่งต่าง ๆ ที่ตนเองมีนั้นจริง ๆ บรรจุอยู่ในเรื่องของโลกธรรมแปด ที่ว่าด้วย “ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข” และกลุ่มคำตรงข้ามอันได้แก่ “เสื่อมลาภ เสื่อมยศ นินทา และทุกข์”

เบื้องแรกอยากจะขอย้อนไปยังพุทธประวัติสักเล็กน้อยว่าในวันก่อนหน้าที่พระพุทธองค์จะตรัสรู้นั้น มีชาวป่าได้นำเอาหญ้ากุสะ หรือหญ้าคา ๘ กำมาถวายแก่พระองค์ โดยหญ้ากุสะ นี้มีลักษณะคือ นุ่มนวลแต่มีขอบคม หากว่าจับได้ดีก็จะสามารถนำมาเป็นอาสนะที่นุ่มนวลได้ แต่หากว่า จับอย่างไม่ระวัง ขอบของหญ้ากุสะก็จะบาดมือผู้ที่สัมผัสได้

เช่นเดียวกันกับชีวิตมนุษย์ที่มีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งต่าง ๆ เหมือนกัน แต่ขึ้นอยู่กับว่าจะหยิบจับสิ่งต่าง ๆมาเป็นประโยชน์หรือโทษให้แก่ตนเองได้ แม้ว่าสี่ในแปดของโลก ธรรมเป็นสิ่งที่ดีและน่าปรารถนาเช่น “ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข” แต่หากว่านำมาใช้ในทางที่ผิดก็นำชีวิตหายนะได้เช่นเดียวกัน

 :96: :96: :96:

อันว่าบุคคลแล้วเมื่อเกิดมาในโลกย่อมเผชิญสิ่งเหล่านี้ด้วยกันทั้งสิ้น เพียงแต่จะครบถ้วนหรือไม่ก็อีกเรื่องหนึ่ง แต่สิ่งที่จะทำให้แต่ละบุคคลดำรงชีวิตอย่างเป็นมงคลหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับว่าจะเลือกที่จะมีปฏิสัมพันธ์ในเชิงจิตวิญญาณและสภาวะจิตต่อสิ่งต่าง ๆ ที่พบในโลกธรรม ๘ นี้อย่างไร เช่น ปฏิบัติตัวอย่างไรเมื่อพบกับสิ่งดีในชีวิต เช่น นำไปเบียดเบียนผู้อื่น หาความสุขอย่างโลกีย์บนความทุกข์ของผู้อื่น หรือสิ่งไม่ดีไม่พึงปรารถนาด้วยการสร้างบุญบารมีเพิ่มเติมเพื่อให้หลุดพ้นจากความทุกข์เหล่านั้น หรือว่า ปฏิบัติตนอย่างประชดชีวิตเพื่อทำลายให้ชีวิตตนเองมืดดำลงไปอีก

ดังที่ท่าน ว.วชิรเมธีได้เคยแสดงธรรมครั้งหนึ่งว่า เรื่องโลกธรรม ๘ นี้หากว่าไม่เข้าใจและนำมาประยุกต์ใช้อย่างชาญฉลาดแล้วเราก็จะถูก “โลกกระทำ” ในที่สุด

สิ่งที่เอ่ยมานั้นอันที่จริงแล้วเป็นการตอกย้ำเรื่องของความไม่ประมาทในการดำรงชีวิตซึ่งก็คือแก่นสารส่วนหนึ่งของคำสอนของพระพุทธองค์นั่นเอง แม้ว่าในบางภาวะเราพบกับสิ่งที่ดี และน่าปรารถนา แต่หากเรามีความประมาท เช่นการใช้ “ความฉลาด” ไปอวดอ้าง หรือการใช้ “บารมี” ที่สุดแล้วก็จะทำให้ตนเองเสื่อมถอยลงไปในที่สุด

จึงฝากข้อธรรมดี ๆ มาไว้ในช่วงวิสาขบูชาดังนี้ ครับ.

ดร.วิทย์ สิทธิเวคิน


ขอบคุณภาพและบทความจาก
www.dailynews.co.th/Content/Article/237133/โลกธรรม+โลกกระทำ+-+รู้โลก+ไม่สู้รู้ตน
บันทึกการเข้า
ปัญจะมาเร ชิเนนาโถ ปัตโต สัมโพธิมุตตะมัง จตุสัจจัง ปะกาเสติ มหาวีรัง นะมามิหัง ปัญจะมาเร ปลายิงสุ