ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

ผู้เขียน หัวข้อ: ๒๖๐๔ วิสาขปุณณมีบูชา ๑๑๐ ปี พุทธทาสชาตกาล  (อ่าน 1073 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

raponsan

  • มารยิ่งมี บารมียิ่งแก่กล้า
  • ผู้ดูแลบอร์ด
  • โยคาวจรผล
  • ********
  • ผลบุญ: +61/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 29399
  • Respect: +11
    • ดูรายละเอียด
0



๒๖๐๔ วิสาขปุณณมีบูชา ๑๑๐ ปี พุทธทาสชาตกาล
วิปัสสนาบนหน้าข่าว โดยพิสุทธิ์ เกรียงบูรพา

วิสาขบูชาปีนี้ นับเป็นปีที่ ๒๖๐๔ หลังการตรัสรู้โพธิญาณ บังเกิดเป็นพระพุทธเจ้ามา กำเนิดเป็นพุทธบริษัท สืบกิจการมาจนถึงปัจจุบัน สมาชิกที่เป็นผู้ถือหุ้นบริษัทพุทธศาสนา ก็คงมีไม่ต่ำกว่าเป็นหลายพันล้านคนแล้วกระมัง เรายังคงประพฤติพรหมจรรย์ ถือศีล ทำสมาธิจิตตภาวนา สวดมนต์ระลึกถึงคำสั่งสอนของพระศาสดา เราพึ่งพาเพียงแต่พระรัตนตรัยเพียงอย่างเดียว โดยเรายอมเป็นทาสทั้งพระพุทธ พระธรรมและพระสงฆ์ ครบทั้งสามเลย เพราะฉะนั้น โดยนัยนี้นั้น พวกเราทุกท่านเป็นพุทธทาส

            หากแต่อีกนัยหนึ่งนั้น คงหมายถึงเกจิอาจารย์ท่านหนึ่งขนานนามตัวเองว่า “พุทธทาส” ด้วยอุทิศชีวิตจิตวิญญาณ เดิยตามรอยบาทพระศาสดา รับใช้พุทธศาสนาจริงๆ พวกเรามักเรียกท่านว่า “ท่านพุทธทาสภิกขุ”

            จวบจน ๒๗ พฤษภาคม ๒๕๕๙ ที่จะถึงนี้ ก็จะครบ ๑๑๐ ปีพุทธทาสชาตกาล (พ.ศ. ๒๔๔๙–๒๕๕๙) พระภิกษุบ้านนอกติดดิน ธรรมดาๆ รูปหนึ่ง ที่ไม่เคยคิดอยากจะดัง อยากจะขลัง อยากจะตั้งสถาบันอะไรใดๆ แต่ด้วยความเป็นพระปฏิบัติจริง ที่ดูแสนจะธรรมดากลับไม่ธรรมดาเอาเสียเลย เพราะคำสอนและผลงานการแจกแจงธรรมมากมายในชีวิตของท่านนั้น มันโด่งดังไปทั่วโลก คำสอนท่านยังคงขลัง ทนทานต่อการพิสูจน์ บางชิ้นก็สืบค้นจากพุทธโอษฐ์ แต่ก็ไม่ยึดมั่น ติดตัง เป็นทื่อเป็นแท่งอยู่แต่กับคำพูดคำตรัสอย่างเถรตรงแต่ถ่ายเดียว ท่านหาญกล้าแสดงธรรม แจกแจงพิสดาร ลึกล้ำในรายละเอียด เคลียร์ชัดเพราะผ่านการปฏิบัติอย่างเข้มข้น แม้จะไม่พูดกับใครเป็นเวลาถึง ๒ ปี ท่านก็เคยทำมันมาแล้ว!


             :25: :25: :25: :25:

            ท่านสนเฒ่าแสดงธรรม พระลูกศิษย์ยุคบุกเบิกของท่านพุทธทาส เคยปรารภกับผู้เขียนว่า ตอนที่ท่านอาจารย์พุทธทาส ค้นพบเรื่อง “จิตว่าง” จากการปฏิบัติ จนแสดงธรรมได้อย่างกระจ่างแจ้ง เป็นที่สนใจวงกว้างของชาวพุทธไทยสมัยนั้น ว่ากันว่า ท่านอาจารย์จะตั้งสำนักใหม่ หรือตั้งตนเป็นเจ้าลัทธิ ก็สามารถทำได้ แต่ด้วยท่านตั้งปณิธานรับใช้เป็นทาสพระพุทธเจ้าอย่างหนักแน่นมั่งคงแล้ว จึงตั้งหน้าตั้งตารับใช้พุทธศาสนาสืบไปจนนาทีสุดท้าย ให้สมนามพุทธทาส

            งานแสดงมุทิตาจิตเนื่องในวันคล้ายวันเกิดของท่านนั้น ท่านพุทธทาสก็มิได้ปรารถนาแต่อย่างใด ด้วยรู้สึกว่ามันยุ่งยาก วุ่นวายและไม่จำเป็น ท่านจึงคิดริเริ่มให้วันนั้นกลายเป็น “วันล้ออายุ” หรือวันเลิกอายุ ท่านอาจารย์ชวนชาวพุทธมาล้ออายุกัน ๕๐ ปีแล้ว (ตั้งแต่พ.ศ. ๒๕๐๙ ตราบจนปัจจุบัน) สร้างวัฒนธรรมการฉลองวันเกิดกันอย่างมีสติ มีธรรมะ มาอดอาหารกันทั้งวัน เลิกนับอายุ เลิกวันเวลาอันล้วนเป็นสิ่งสมมุติ

            นอกจากนั้น ท่านยังชวนพุทธศาสนิกชนให้มารับปริญญานิพพาน “ตายก่อนตาย” ที่นี่กัน ชวนให้มา “กินข้าวจานแมว อาบน้ำในคู นอนกุฏิเล้าหมู ฟังยุงร้องเพลง” คือเป็นอยู่อย่างต่ำ มุ่งกระทำอย่างสูง สอนให้เลิกยึดมั่นถือมั่น ละวางตัวกู-ของกู กันมาเกือบร้อยปีแล้ว คำเทศน์ของท่านยังคงความเป็นอมตะ ไม่เสื่อมคลาย ไม่ว่าจะเป็นชุด ธรรมโฆษณ์จากพระโอษฐ์  ๕ เล่มใหญ่ ที่่แปลจากพระไตรปิฎกภาษาบาลีล้วนๆ ด้วยตัวของท่านเองในวัดตระพังจิก ซึ่งรกร้างมานานเป็นเวลา ๑๐ ปี ก่อนที่จะมาตั้งสวนโมกขพลาราม ในอ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี 

             st12 st12 st12 st12

            ที่วัดตระพังจิก ซึ่งเป็นสวนโมกข์แห่งแรกนั้น ท่านอาจารย์พุทธทาสเข้าไปอยู่เมื่อวันที่ ๑๒ พฤษภาคม ๒๔๗๕ อันตรงกับวันวิสาขบูชา โดยมี อัฐบริขาร ตะเกียง และหนังสืออีกเพียง ๒-๓ เล่มติดตัวไปเท่านั้น เข้าไปอยู่ได้ไม่กี่วัน วัดร้างนามตระพังจิกนี้ ก็ได้รับการตั้งนามขึ้นใหม่ ซึ่งท่านเห็นว่า บริเวณใกล้ที่พักนั้น มีต้นโมก และต้นพลา ขึ้นอยู่ทั่วไป ท่านจึงคิดนำคำทั้งสองมาต่อเติมขึ้นใหม่ ให้มีความหมายในทางธรรม จึงเกิดคำว่า สวนโมกขพลาราม อันหมายถึง สวนป่าอันเป็นกำลังแห่งความหลุดพ้นทุกข์ ขึ้นในโลกตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา

            และจากนั้นงานธรรมโฆษณ์ อีกเป็นร้อยเล่มของท่านก็ถือกำเนิดตามมา ซึ่งคำสอนในหมวดหมู่ต่างๆ ที่ท่านเขียนขึ้น ล้วนอ้างอิงจากพระไตรปิฎกบาลี ประกอบกับประสบการณ์การภาวนาส่วนตนของท่านล้วนแต่ส่งเสริม สอดรับ หลักการเดินทางสู่นิพพาน ทั้งภาคภาคปริยัติและปฏิบัติสู่ปฏิเวธทั้งนั้น

            ยิ่งศึกษา ยิ่งผ่านครูบาอาจารย์มามากมาย ผู้เขียนก็ยิ่งตระหนักว่า คำสอนของท่านพุทธทาสนี่แหละ พุทธจริง ปัญญาแท้ แก้ปัญหาความทุกข์ได้ตรงตามพระพุทธประสงค์ เช่นเดียวกับครูบาอาจารย์พระสุปฏิปันโนตามรอยพระพุทธองค์นับเนื่องมาแต่สมัยพุทธกาลจนถึงปัจจุบัน


             st11 st11 st11 st11

            ดูอย่างปณิธาน ๓ ข้อของท่าน ไม่มีข้อไหนเลยที่ท่านอวดอ้าง สรรพคุณตัวเองหรือสำนักตน มีแต่เมตตาที่จะเอื้อต่อชาวพุทธ และทั้งที่มิใช่ชาวพุทธอย่างชัดเจนยิ่ง... ลองพิจารณาปณิธานข้อที่ ๑ ... ให้เข้าถึงหัวใจของศาสนาของตน แค่ข้อนี้ ก็เห็นชัดแล้วถึงความใจกว้าง การมีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลของท่านอาจารย์พุทธทาส เลิกเถียงกันได้เลย นิพพานเป็นอัตตาหรืออนัตตา? การบรรลุธรรมนั้น จำเป็นต้องยึดเกาะแต่พุทธวจน อย่างเดียวหรือไฉน? ทำไมจึงต้องปฏิบัติธรรม? ไม่ต้องบวชเป็นพระ แล้วยังสามารถบรรลุนิพพานได้ไหม? จำเป็นต้องสร้างวิหาร เจดีย์ ถาวรวัตถุมากมายหรือไม่? ฯลฯ หลากหลายคำถามจากผู้ไม่ปฏิบัติ แต่อยากรู้ อยากได้อะไรมาเร็วๆ นั้น ตอบไปก็ป่วยการ ในเมื่อท่านผู้ที่มีศาสนาทั้งหลายโปรดถามตัวท่านเองอีกสักครั้งว่าท่านทำการเข้าถึงหัวใจของศาสนาของตนกันได้หรือยัง?

            ปลายเดือนพฤษภาคมนี้ สาธุชนท่านใด มีเวลา อยากจะรำลึกถึงพระแท้ พุทธแท้ ธรรมตรงไม่อ้อมค้อม ธรรมจริงไม่อิงแอบ ก็หาโอกาสลงไปกราบกราน แสดงมุทิตาจิต ปฏิบัติบูชากันที่สวนโมกขพลาราม ไชยา นะครับ ขึ้นรถไฟที่หัวลำโพงราวหัวค่ำ หลับสักตื่น เช้ามืดของอีกวันก็ถึงไชยาแล้วครับ ต่อรถสองแถวอีก ๒๐ บาท ชีวิตท่านก็จะได้สัมผัสกับดินแดน ที่ครั้งหนึ่งพระป่ามหาบุรุษพุทธทาส มีความเป็นอยู่แบบเลียนแบบพระพุทธเจ้าจริงๆ เลยครับ

            อนุโมทนา สาธุครับ

             ans1 ans1 ans1 ans1

            ๑๑๐ ปี มหาบุรุษ พุทธทาส
            สู้ประกาศ ธรรมะ โดยพุทธวิถี
            เข้าถึงแก่น เทศน์แจกแจง โวหารดี
            ธรรมท่านนี้ ตรึงใจคน ทั้งโลกา
            ปฏิเสธ ตัวตน ทุกรูปแบบ
            ประพฤติแนบ แอบอิงไพร ในป่าเขา
            หาสุขได้ จากทุกข์ เพราะ “ไม่เอา”
            นิพพานได้ ตั้งแต่เช้า จรดเย็น
            ตื่นรู้เถิด พุทธทาส ชนรุ่นหลัง
            อย่าหลงทาง อาจารย์มาก มักยากเข็ญ
            รู้อย่างเดียว คือ “จิต” เรา เอาให้เย็น
            รู้อื่นมาก จักยากเข็ญ จมอัตตาฯ



ขอบคุณบทความและภาพจาก
http://www.komchadluek.net/detail/20160520/227980.html
บันทึกการเข้า
ปัญจะมาเร ชิเนนาโถ ปัตโต สัมโพธิมุตตะมัง จตุสัจจัง ปะกาเสติ มหาวีรัง นะมามิหัง ปัญจะมาเร ปลายิงสุ