นมัสการเกจิอาจารย์เพื่อทรงเสวนาธรรม “...เมื่อเสด็จฯ ไปทั้งในและนอกวัดในสมัยทรงพระผนวช ในหลวงไม่ทรงสวมฉลองพระบาท และทรงพระดำเนินไปด้วยพระบาทเปล่าทุกแห่ง ทรงปฏิบัติกิจวัตรต่างๆ อย่างสมบูรณ์และทรงรักษาเวลา
เมื่อตีระฆังลงโบสถ์ในวันปกติทุกเช้าเย็นก็จะทรงพระดำเนินลงโบสถ์ทันที ทำให้พระภิกษุสามเณรทั้งวัดพากันรักษาเวลาอย่างเคร่งครัด…”
นี่คือคำบอกเล่าที่ได้ฝากเอาไว้ เมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระผนวช ในวันที่ 22 ต.ค.2499 โดยมีสมเด็จพระวชิรญาณวงศ์ ทรงเป็นพระอุปัชฌาย์ให้ และทรงดำรงตนอยู่ในธรรมเป็นเวลา 15 วัน ที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ซึ่งถือเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์ที่ 2 แห่งราชวงศ์จักรี ที่ทรงขอลาพระผนวชในขณะครองสิริราชสมบัติอยู่ ด้วยชื่อทางธรรมว่า “ภูมิพโล” [สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ทรงจรดพระกรรไกร ปลงพระเกษาให้]
[พระ "ภูมิพโล"]
ด้วยพระราชศรัทธาที่มีต่อพระพุทธศาสนาอันแรงกล้าเป็นแรงผลักครั้งใหญ่ เป็นเหตุให้ต้องทรงแต่งตั้งสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ขึ้นเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ในระหว่างที่ทรงอยู่ในร่มกาสาวพัสตร์ ซึ่งถือเป็นภาพประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญสำหรับปวงชนชาวไทย โดยเฉพาะวินาทีที่พระองค์ทรงพระดำเนินออกทรงรับบิณฑบาตจากพสกนิกร บริเวณหน้าวัดบวรนิเวศวิหารโดยไม่ได้มีการแจ้งจากสำนักราชวังมาก่อนแต่ประการใด [ภาพประวัติศาสตร์ ทรงพระดำเนินออกทรงรับบิณฑบาตจากพสกนิกร]
ครั้นลาพระผนวชแล้ว ทรงกลับมาเป็นมิ่งขวัญแก่ปวงชนชาวไทยในฐานะพระมหากษัตริย์ พระองค์ก็มิได้เอาใจออกห่างจากหลักธรรมคำสอนในพระพุทธศาสนาแม้แต่น้อย ยังคงเสด็จฯ เข้ากราบนมัสการพระวัดป่าตามจังหวัดต่างๆ อยู่มิได้ขาดสาย เช่นเดียวกับข้อความบางช่วงบางตอน ที่ได้ตีพิมพ์เอาไว้ใน หนังสือ “ชีวประวัติหลวงพ่อทวี จิตฺตคุตฺโต วัดป่าอรัญญวิเวก (ป่าลัน) ต.ปงน้อย กิ่ง อ.ดอยหลวง จ.เชียงราย” ความว่า
“อันนี้คือด้วยพระบารมีปกเกล้าปกกระหม่อมที่เป็นพระมหากษัตริย์ไทยของเรา ได้เข้าไปถึงประชาชนทุกที่ทุกแห่งหนตำบลใดก็ตาม มีพระเจ้าพระสงฆ์ที่ท่านได้ประพฤติปฏิบัติอยู่ในป่าในเขาที่ไหนๆ ก็ตาม ท่านก็ย่อมเข้าถึงที่ทุกๆ แห่ง [นมัสการและสนทนาธรรมกับ “หลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ” บ่อยครั้ง]
[เมื่อครั้งหลวงปู่แหวนอาพาธหนัก]
เมื่อครั้งหลวงปู่แหวนอาพาธหนัก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้อาราธนาให้หลวงปู่ ไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ ตึกสุจิณฺโณ ในหลวงทรงรับหลวงปู่ไว้เป็นคนไข้ของพระองค์เอง ที่สุดเมื่อวันอังคารที่ 2 กรกฎาคม พุทธศักราช 2528 หลวงปู่แหวนก็ได้ละสังขารอย่างสงบนิ่ง ในเวลา 21.53 น.
ข่าวการมรณภาพของหลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ ความทราบถึงพระเนตรพระกรรณ ในหลวงของเราและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เหมือนกับว่าดินฟ้าถล่มไปทั่วเมืองไทย
ในหลวงก็ได้พระราชทานโกศหลวง และน้ำหลวงอาบศพ ที่สถานพระราชทานปริญญาบัตรแก่นักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่นั้น ก็ได้มีบุคคลทั่วทิศานุทิศไปเคารพศพหลวงปู่แหวน เป็นครั้งสุดท้าย แล้วก็ได้นำศพของหลวงปู่มาตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดดอยแม่ปั๋งตามเดิม” [พระราชทานโกศหลวง และน้ำหลวงอาบศพ "หลวงปู่แหวน"]
(ยังมีต่อ....)