ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

ผู้เขียน หัวข้อ: อดีตชาติ.."ครูบาศรีวิชัย นักบุญแห่งล้านนา" เคยเกิดเป็นพญาช้างป่าเลไลย์  (อ่าน 1623 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

raponsan

  • มารยิ่งมี บารมียิ่งแก่กล้า
  • ผู้ดูแลบอร์ด
  • โยคาวจรผล
  • ********
  • ผลบุญ: +61/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 29399
  • Respect: +11
    • ดูรายละเอียด
0



อดีตชาติ.."ครูบาศรีวิชัย นักบุญแห่งล้านนา" เคยเกิดเป็นพญาช้างป่าเลไลย์ ปฏิบัติอุปัฏฐากพระพุทธเจ้า ก่อนเกิดเป็นเทวดา..หลวงปู่ตื้อเล่าให้ฟัง.

"...ครูบาศรีวิชัยในสมัยครั้งพุทธกาลนั้นใช้ชาติเกิดเป็นพญาช้างป่าเลไลย์...”

ท่านอาจารย์ตื้อ (อจลธมฺโม) เล่าให้ฟังว่า...
“ครูบาศรีวิชัยท่านเทศน์น้อย แต่รู้จักความนึกคิดของผู้คน รู้ได้ใกล้ไกล เจริญแต่คาถาอิติปิโสฯอยู่เป็นนิจ ทีแรกเพิ่นครูอาจารย์มั่น (ภูริทตฺโต) จะสอนวิปัสสนากรรมฐานบอกอุบายธรรมให้ แต่เมื่อท่านเจ้าคุณพระอุปัชฌาย์ท่านพิจารณาจึงรู้ได้ว่า ยังไม่อาจที่จะบรรลุมรรคผลได้ แต่จักได้ด้วยตนของครูบาเจ้าเอง เป็นอิติปิโสฯ ได้เอง ” (สำเร็จในพุทธภูมิโพธิญาณเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า)

@@@@@@

ครูบาศรีวิไชย เป็นพระนิยตโพธิสัตว์ บำเพ็ญมาอย่างรวยอุดมลาภ ชาติชีวิตนี้ไปไหนมาไหนก็มีผู้คนแห่แหนเอาเงินเอาปัจจัยทั้ง ๔ มาทำบุญให้ทาน เพิ่นก็เอาไปสร้างวัดได้หลายร้อยวัด ทั้งบูรณปฏิสังขรณ์และทำขึ้นมาใหม่ก่อสร้างร่างแปลน แต่เช้าจนค่ำคืน นั่งปันพรให้แก่ผู้เอาเงินมาให้ถวายทาน

เทศน์ธรรมก็บอกแต่ว่า “ให้สวดท่องอิติปิโส” สอนผู้คนชาวบ้านให้ถือศาสนารักษาศีล ๕ ศีล ๘ สอนคนก็สอนจี้ลงไปที่ใจ เพิ่นภาวนาเก่ง รู้ใจผู้คนหลายอย่าง ตายแล้วยังลุกขึ้นมาสร้างสะพานข้ามปิงได้แล้วเสร็จ (เชื่อมต่อจังหวัดเชียงใหม่กับจังหวัดลำพูน)

พระภาคเหนือรังเกียจเพิ่นมาก แต่พอเพิ่นจากไปตุ๊คนใด๋ก็อ้างว่า
    “ข้าลูกศิษย์ครูบ๋าเจ้า”
    “ข้าก็ลูกศิษย์ครูบ๋าเจ้า”



ในสมัยพุทธกาลนั้นใช้ชาติเป็นพญาช้างป่าเลไลย์ เป็นหัวหน้าฝูง เกิดความเบื่อหน่ายหนีออกจากฝูง อยู่วิเวกหากินตนเดียว พระพุทธเจ้าโคตรมะหนีเขาป่าเพราะเบื่อหน่ายในลูกศิษย์พระสงฆ์ทะเลาะกัน จึงหนีเข้าป่าพระองค์เดียวจุดประสงค์เพื่อลงโทษสงฆ์ ๒ หมู่นั้นที่ทะเลาะกันใครเตือนใครบอกก็มิฟัง และด้วยพระมหาเมตตากรุณาพระพุทธองค์ก็มาโปรดพญาช้างป่าเลไลย์โพธิสัตว์ด้วย

พญาช้างป่าเลไลย์โพธิสัตว์ปฏิบัติองค์พระพุทธเจ้าโคตมะตลอดพรรษา การปฏิบัติพุทธะอุปัฏฐาก ตอนเช้าตอนแลงจะต้มน้ำร้อนเพื่อให้พระพุทธเจ้าทรงสรงน้ำชำระพระวรกาย โดยการหาก้อนหินใหญ่หากิ่งไม้แห้งเอามากองทับก้อนหินใหญ่ข้างบ่อน้ำ แล้วเอางวงจับไม้แห้งสีกันจนเกิดเป็นไฟ พอไฟไหม้ก้อนหินได้ทีแล้ว ก็เอางวงและเท้าค่อยๆ กลิ้งก้อนหินร้อนลงบ่อน้ำ จากนั้นก็เอางวงจุ่มน้ำพอได้ที ก็ไปกราบนิมนต์พระพุทธเจ้ามาสรงน้ำชำระพระวรกาย ตอนเช้าๆ ก็ออกไปหาผลไม้รากไม้ มีกล้วยสุก มีมะม่วงสุก และผลไม้อื่นๆ ตามที่พญาช้างสิหามาได้ นำมาถวายใส่บาตรพระพุทธเจ้า พญาช้างออกหากินบ่ไกลจากที่พระพุทธเจ้าทรงประทับเพราะมีความรักและเป็นห่วงอยากจะอยู่อุปัฏฐากและปกป้องระวังภัย พอตกตอนกลางคืนพญาช้างก็เดินตรวจตราดูความเรียบร้อยและปกป้องระวังภัยรอบที่พักของพระพุทธเจ้าอยู่ห่างๆ ตลอดทั้งคืนบ่ให้สัตว์ร้ายหรือสิ่งอื่นมารบกวนพระพุทธเจ้า พญาช้างป่าเลไลย์โพธิสัตว์ทำอยู่อย่างนี้ทุกวันเป็นนิตย์ตลอดพรรษานั้น

@@@@@@

พอออกพรรษาแล้วพระพุทธเจ้าโคตมะลาออกจากป่า พระอานนท์มหาเถระเจ้ามานิมนต์กลับเข้าบ้านเมืองเพื่อโปรดสัตว์โลกต่อไป พอออกจากป่าก็เดินตามพระพุทธเจ้า จนพระพุทธเจ้าบอกเป็นเขตแดนมนุษย์เจ้าไปต่อกับเราตถาคตไม่ได้จักเป็นอันตรายแก่เจ้าเอง พอพระพุทธเจ้าเดินลับตาเท่านั้น ด้วยความอาลัยในพระพุทธเจ้าหัวใจก็สลายวายตายลงตรงนั้นไปจุติเกิดเป็นเทพบุตรบนสวรรค์ชั้นฟ้า

แล้วมาชาตินี้มาเกิดเป็นครูบาศรีวิชัย เมืองลำพูน นักบุญแห่งล้านนา”

ต่อไปในภายภาคหน้าจักได้เป็นพระพุทธเจ้าองค์ที่ ๑๐ มาตรัสรู้อยู่เมืองเชียงใหม่ นับจากพระศรีอาริยเมตไตรโย..."




ขอขอบคุณท่านเจ้าของภาพ และที่มาเนื้อหาข้อมูล จากธรรมะประวัติหลวงปู่จาม มหาปุญโญ วัดป่าวิเวกวัฒนาราม อ.คำชะอี จ.มุกดาหาร
เครื่องราง พระเครื่อง เมืองไทย
เผยแผ่บารมีเป็นสังฆบูชา และเทิดทูนเกียรติคุณครูบาอาจารย์
เรียบเรียงโดยศักดิ์ศรี บุญรังศรี
http://www.tnews.co.th/contents/400573
บันทึกการเข้า
ปัญจะมาเร ชิเนนาโถ ปัตโต สัมโพธิมุตตะมัง จตุสัจจัง ปะกาเสติ มหาวีรัง นะมามิหัง ปัญจะมาเร ปลายิงสุ