ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

ผู้เขียน หัวข้อ: 7 วิธีชะลอวัย จาก 7 ผู้เชี่ยวชาญอเมริกัน  (อ่าน 885 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

raponsan

  • มารยิ่งมี บารมียิ่งแก่กล้า
  • ผู้ดูแลบอร์ด
  • โยคาวจรผล
  • ********
  • ผลบุญ: +61/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 29340
  • Respect: +11
    • ดูรายละเอียด
7 วิธีชะลอวัย จาก 7 ผู้เชี่ยวชาญอเมริกัน
« เมื่อ: กุมภาพันธ์ 03, 2019, 05:58:54 am »
0



7 วิธีชะลอวัย จาก 7 ผู้เชี่ยวชาญอเมริกัน

วิธีชะลอวัย มีหลายวิธี แต่วันนี้เรามีวิธีง่ายๆ ชวนให้ทำตาม จาก 7 ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ ประเทศสหรัฐอเมริกา มาบอกต่อ ผลสำรวจล่าสุด เผยว่า ผู้หญิงรู้สึกมั่นใจกับรูปลักษณ์ภายนอกมากที่สุดในวัย 33 ปี โดยผลสำรวจจากสาววัย 50+ ชี้ว่า วัยสามสิบสามยังแจ๋วนั้น พวกเธอพอใจกับน้ำหนัก ใบหน้าไร้ริ้วรอย ปราศจากผมหงอก และรู้สึกว่า อะไรๆ ก็ดีไปเสียหมด

แต่เมื่อเข้าสู่วัยหมดประจำเดือน ครึ่งหนึ่งของสาววัย 50 ต่างบอกว่า รูปร่างภายนอกมีผลต่อความมั่นใจ ซึ่งน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นคือ ปัญหาใหญ่สุดของสาวๆ โดย 62 เปอร์เซ็นต์ของผลสำรวจ แสดงให้เห็นว่า เหตุผลนี้เองที่ทำให้พวกไม่ปลื้มกับตนเองเท่าที่ควร

@@@@@@

1.ดูแลเส้นผมและผิวหนัง (อายุรแพทย์แนะนำ)
ดร.ซาราห์ บริว์เวอร์ อายุรแพทย์จาก Healthspan Nurture Replenish อธิบายว่า เส้นผมและผิวหนังเป็นผลพวงของระดับฮอร์โมนเอสโทนเจนที่เริ่มลดลงในช่วงวัย 40 ปี เนื่องจากเป็นภาวะใกล้หมดประจำเดือน ไม่ว่าจะเป็น น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น ผิวพรรณแห้งเหี่ยส เส้นผมหงอก และอาการร้อนวูบวาบ เหล่านี่คือ อาการที่ส่งผลต่อความมั่นใจให้กับผู้หญิงวัย 50+ ดังนั้น สิ่งที่คุณสามารถทำได้ คือพยายามคงความเป็นหนุ่มเป็นสาว หรือชะลอวัยนั่นเอง…


@@@@

2. หลัง 40+ ควรลดวันละ 200 แคลอรี!!(แพทย์ประจำครอบครัวแนะนำ)
ดร.ดอว์น ฮาร์เปอร์ แพทย์ประจำครอบครัว ใน Gloucestershire กล่าวว่า เมื่อครั้งที่คุณมีอายุ 30 ปี ระบบเผาผลาญจะลดลง ซึ่งหมายความว่า คุณเบิร์นแคลลอรีได้เพียงเล็กน้อย และกล้ามเนื้อก็ลดลง แถมยังถูกแทนที่ด้วยไขมันอีกด้วย ดังนั้น ถ้ายังคงกินและออกกำลังกายในระดับเดิม เหมือนที่เคยในวัย 20 ปี พวกคุณจะมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นไม่กี่กิโลกรัม แต่ก็เพิ่มขึ้นในแต่ละปี

ฉันรู้ว่า มันแย่ที่จะรักษารูปร่างไว้เมื่อเข้าสู่วัย 40 และ 50 ปี ซึ่งจะต้องดูแลเรื่องการกินและออกกำลังกายให้มากขึ้น จนรู้ตัวอีกทีก็ตอนเริ่มเดินเร็วเพื่อความเฟิร์มเสียแล้ว ปีหลังๆ ที่ผ่านมา ฉันเพิ่มผักและกินโปรไบโอติกมากขึ้น วิธีนี้ช่วยให้ฉันไม่ต้องเตือนตัวให้นับแคลลอรีจากการกินมากนัก ซึ่งโปรไบโอติกเป็นสิ่งสำคัญต่ออายุที่มากขึ้น มีงานวิจัยมากมายที่แสดงให้เห็นว่า ลำไส้ที่แข็งแรงส่งผลต่อสุขภาพโดยรวม

นอกจากนี้ การเดินสัปดาห์ละ 70,000 ก้าว ก็สำคัญไม่น้อย เนื่องจากบางวัน ฉันต้องเข้าคลีนิค จึงไม่มีการขยับตัวมากนัก แต่วันที่มีเวลา ฉันสามารถเดินได้มากกว่า 10,000 ก้าว ฉันพยายามเดินสะสมให้ได้มากที่สุด

คุณยังสามารถทำเรื่องยุบยิบให้ตัวเองได้เดินมากขึ้น เพียงแค่วางเครื่องถ่ายเอกสารไว้อีกห้องหนึ่ง เพื่อที่จะได้ลุกเดินบ่อยๆ ในทุกปี ฉันยังลงปั่นจักรยานระยะไกลและแน่นอนว่า ฉันออกกำลังกายแม้ในวันที่ฝนตก เพราะไม่ต้องการเป็นป้าเห่ยๆ เมื่อวัย 50 มาเยือน

@@@@

3. ใช้เท้าให้มาก (เทรนเนอร์และโค้ชด้านการใช้ชีวิตแนะนำ)
นิโคลา แอดดิสัน เทรนเนอร์ส่วนตัวและโค้ชด้านการใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพ จาก Brighton and London กล่าวว่า ถ้าต้องการมีรูปร่างที่ดีเหมือนในวัยกลางคน ต้องหมั่นขยับเขยื้อน ไม่ว่าจะตีปิงปอง โยนโบล์ลิ่ง หรือเต้นซูมบ้า ทุกสิ่งล้วนดีกว่าอยู่เฉยๆ ฉันอาจเป็นเทรนเนอร์ส่วนตัว แต่ฉันไม่ชอบการวิ่ง เพราะทั้งยากและไม่สนุก ฉันจึงเลือกเดินให้มากเท่าที่จะทำได้ อย่างต่ำๆ ก็วันละครึ่งชั่วโมง

การเดินเป็นเรื่องมหัศจรรย์ เพราะทำให้กระดูกแข็งแรงได้ในอนาคต และยังดีต่อสมอง อารมณ์ หัวใจ รวมไปถึงปอด และถ้าคุณชอบวิ่ง ก็ทำสิ เพราะการวิ่งเป็นวิธีเผาผลาญพลังงานที่ดีเลิศ การเดินเร็วๆ 5,000 ก้าว ก็มีผลดีกว่าการเดินเอื่อยเฉื่อย ขอแค่เริ่มอย่างช้าๆ จากนั้นจึงผสมผสานการเดินและวิ่งเข้าไว้ด้วยกัน ไม่นาน คุณก็จะวิ่งได้แล้ว

นอกจากนี้ ฉันยังเลือกกินอาหารที่ฉลาด ทุกสิ่งที่กินต้องสมดุลและมีปริมาณที่พอเหมาะ ฉันกินวิตามินที่หลากหลาย แต่ก็ไม่ได้ออกกำลังกายทุกวัน แค่ไปออกกำลังกายที่ยิม 2-3 คลาส ต่อสัปดาห์ และเล่นเน็ตบอล สัปดาห์ 1-2 ครั้ง

ทั้งนี้ การสร้างกล้ามเนื้อและการยืดเหยียด นับเป็นสิ่งจำเป็น ยิ่งมีกล้ามเนื้อมาก ก็ยิ่งมีรูปร่างที่ดี เพราะกล้ามเนื้อช่วยเร่งการเผาผลาญ ที่สำคัญ กล้ามเนื้อยังช่วยปกป้องกระดูกและข้อต่ออีกด้วย เมื่อคุณออกกำลังกายแล้วรู้สึกปวดกล้ามเนื้อไป 1-2 วัน ให้รู้เลยว่า กล้ามเนื้อถูกบีบรัดและกำลังแข็งแรงขึ้น และนี่คือวิธีชะลอวัยแบบง่ายๆ



4. ลงทุนกับแปรงดีๆ (ทันตแพทย์แนะนำ)
ดร.อูเชนน่า โอโคเย ทันตแพทย์เพื่อความงาม จากคลีนิค London Smiling Dental กล่าวว่า หญิงวัยกลางคนมากมายรู้สึกเกลียดฟันของตัวเอง แล้วยังต่อว่าไปถึงรอยยิ้ม ซึ่งทำให้เธอดูแก่กว่าวัย อยากมีฟันสวย ยิ้มสดใส นับเป็นเรื่องง่าย แค่รู้จักแปรงฟันอย่างถูกต้อง แต่เพราะหลายคนมีชีวิตที่รีบเร่งและมีวิธีแปรงผิดวิธี รอยยิ้มจึงไม่น่ามอง

ขั้นแรก จงจำไว้ว่า การลงทุนกับแปรงสิฟันไฟฟ้าคือเรื่องที่ดี จากนั้น เมื่อคุณเริ่มที่จะแปรงฟัน ให้แบ่งปากออกเป็น 6 ส่วน ล่างซ้าย ตรงกลาง และขวา ซ้ายล่าง ตรงกลาง และขวา จากนั้น ก็แปรงทีละส่วน โดยใช้เวลาอย่างต่ำ 2 นาที วันละ 2 ครั้ง

ส่วนตัวแล้ว ฉันแปรงฟันหลังจากตื่นนอน จากนั้นจึงใช้น้ำยาบ้วนปากหลังจากกินอาหารเช้า อย่าใช้น้ำยาน้ำยาบ้วนปากเวลาเดียวกับที่แปรงฟัน เพราะเป็นการล้างฟลูออไรด์จากยาสีฟันจนหมด และอย่าแปรงฟันในช่วงเวลา 30 นาที หลังจากกินอาหาร เพราะจะเป็นการทำลายเคลือบฟัน

นอกจากนี้ ฉันยังกินวิตามินดีทุกวัน ซึ่งผู้ป่วยมักถามฉันเกี่ยวกับการใช้แคลเซียมเพื่อสุขภาพฟัน ซึ่งการใช้แค่วิตามินดีก็ช่วยให้สุขภาพปากและฟันของคุณดีเพียงพอแล้ว การมีฟันขาว ไม่ใช่แค่ฟันหรือรอยยิ้มที่ดูดี แต่ยังทำให้สุขภาพฟันดีขึ้นด้วย นั่นเพราะความขาวจะนำออกซิเจนเข้าสู่ผิวฟัน และแบคทีเรียที่ทำร้ายฟันก็จะถูกทำลายลงด้วยออกซิเจน

@@@@@

5. ซื้อแชมพูและมอยเจอร์ไรเซอร์ดีๆ(นักจิตวิทยาผู้สร้างความมั่นใจในตัวเองแนะนำ)
ดร.เมแกน อาร์โรล นักจิตวิทยาและผู้ร่วมเขียน หนังสือ The Menopause Maze กล่าวว่า ผลสำรวจนี้ แสดงให้เห็นถึงรูปลักษณ์ภายนอกที่มีผลต่อความมั่นใจ โดยเราต่างรู้ว่า ความมั่นใจมีอิทธิพลต่อความรู้สึกที่พวกเขามีต่อตัวเอง วิธีชะลอวัย ทำได้ไม่ยาก เมื่อเรารู้สึกมั่นใจตัวเอง ก็จะมีแนวโน้มในการทำกิจกรรมเพื่อดูแลตนเองมากขึ้น ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อรูปร่างภายนอก(เช่น ดูแลฟัน ผิว และผม)

ด้วยเหตุนี้เอง การปรับความมั่นใจจากภายใน จึงเป็นพลังสู่ภายนอก และเมื่อวัยหมดประจำเดือนมาถึง ผู้หญิงที่รู้สึกพึงพอใจในรูปลักษณ์ของตนเองจะมีอาการของภาวะใกล้หมดประจำเดือนเพียงเล็กน้อย กุญแจสำคัญของความมั่นใจคือ การนับถือตนเอง จากงานวิจัยที่อธิบายถึงระดับฮอร์โมนของผู้หญิง โดยความรู้สึกดีต่อตัวเอง จะทำให้ประสบกับอาการวัยหมดประจำเดือนน้อยลง เหล่านี้คือ เหตุผลที่เราต้องให้ความสำคัญแก่การดูแลตัวเอง ดังนั้น จงทำในสิ่งที่ทำให้คุณรู้สึกดี ไม่ว่าจะใช้แชมพูใหม่ที่ช่วยให้ผมดำ เงางาม หรือมอยเจอร์ไรเซอร์คุณภาพดีเพื่อผิวพรรณ


@@@@

6. เปลี่ยนแซนด์วิชเป็นซุปและแข็งข้อต่อขนม (นักโภชนาการแนะนำ)
ฟิโอน่า ฮันเตอร์ นักโภชนาการ กล่าวว่า ฉันพยายามกินผักและผลไม้ให้ได้อย่างน้อยวันละ 10 ส่วน มันอาจฟังดูเป็นไปไม่ได้ แต่ฉันทำได้ และถ้าคุณต้องการมีผิวพรรณดีตามวัย นี่คือหัวใจสำคัญ งานวิจัย แสดงให้เห็นว่า ผู้หญิงที่รับวิตามินซีต่ำ มีโอกาสเกิดริ้วรอยและผิวแห้งได้ง่าย นั่นเพราะวิตามินซี มีส่วนร่วมในการผลิตคอลลาเจน ฟื้นฟูผิว และซ่อมแซมผิว

วิตามินซี ช่วยต่อต้านอนุมูลและลดเลือนริ้วรอย อีกหนึ่งงานวิจัยยังแสดงให้เห็นว่า ผู้หญิงที่ได้รับวิตามินซีและกรดไลโนเลอิกในปริมาณที่สูง อีกทั้งกินไขมันและคาร์โบไฮเดตรต่ำ จะมีผิวที่อ่อนกว่าวัย

สีส้ม สีเหลือง และผัก ผลไม้ที่มีสีแดง จะมีแคโรทีนอยด์ ซึ่งช่วยเรื่องของสีผิวให้ดูกระจ่างใส ทั้งนี้ น้ำตาลกลับถือเป็นศัตรูตัวฉกาจของผิวพรรณ โดยการศึกษาพบว่า การกินอาหารที่มีค่าดัชนีย์น้ำตาลสูง จะส่งผลเสีย เพราะผิวเสี่ยงที่จะสูญเสียความยืดหยุ่นและอาจก่อให้เกิดจุดด่างดำได้ง่าย

ฉันจะกินผลไม้ในมื้อเช้า โดยมีกล้วยและเบอร์รี ส่วนมื้อเที่ยงมักเป็นซุปหรือสลัด ซึ่งการทำซุปเองจะช่วยให้คุณได้รับผักมากถึง 3 ส่วนต่อวัน แบบง่ายๆ ฉันจะผัดผักและใส่ดอกกระหล่ำเพิ่มลงไป เป็นมื้อค่ำ โดยกินปลาสัปดาห์ละ 1 มื้อ และกินถั่วเป็นประจำ

ตอนนี้ ฉันมีอายุ 50 ปี ฉันกินอาหารโปรตีนสูงเพียงเล็กน้อย โดยกินจากไข่และผลิตภัณฑ์จากนม เพื่อป้องกันการสูญกล้ามเนื้อ ตอนอายุ 40 ปี ฉันมักกินแซนด์วิช แต่ตอนนี้ฉันกินไข่เจียวแทน และยังคงเดินวันละ 10,000 ก้าว

@@@@

7. ใช้ครีมทามือและกินผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร (แพทย์และนักโภชนาการแนะนำ)
ดร.ซาราห์ บริว์เวอร์ ผู้ร่วมเขียนหนังสือ Live Longer & Look Younger กล่าวว่า เมื่อผู้หญิงเข้าสู่วัย 45 ปี ผิวจะเริ่มแห้ง ริ้วรอยมากขึ้น เนื่องจากฮอร์โมนเอสโทรเจนลดลง สำหรับตัวฉันแล้ว จะใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวของ Healthspan’s Nurture Replenish เพราะให้ความชุ่มชื้น ช่วยสร้างคอลลาเจน

โดยส่วนผสมหลักที่สำคัญนั้นมาจาก ไอโซฟลาโวน ที่สร้างปฏิกิริยาต่อตัวรับเอสโทรเจนในผิว จึงช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนที่เป็นกุญแจสำคัญของโปรตีนในผิวที่ช่วยลดริ้วรอย เสริมความยืดหยุ่น และทำให้ผิวกระจ่างใส ที่สำคัญอย่าลืมมองมือด้วยเช่นกัน การใช้แฮนด์ครีมที่มีไอโซฟลาโวน จะช่วยให้มือดูเด็กลงได้ค่ะ

ฉันใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารวันละ 12 ตัว ประกอบด้วย วิตามินรวม และสารพัดอาหารเสริมเพื่อผู้หญิง ซึ่งดีต่อผิวพรรณ นอกจากนี้ ยังมีน้ำมันพริมโรส วันละ 3 มิลลิกรัม จากที่เคยใช้ตอนท้องลูกแฝด ขณะนั้นรอบเอวเพิ่มขึ้น จึงต้องดูแลผิวอย่างเข้มข้น แต่ตอนนี้ ใช้เพียงวันละ 1 มิลลิกรัม เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว และยังมี วิตามินเค2 วิตามินดี 50 มิลลิกรัม วิตามินซี 500 มิลลิกรัม แมกนีเซียม และกลูโคซามีนอีก 1 เม็ด อาหารเสริมเหล่านี้ ดีต่ออาการปวดเมื่อย ช่วยต้านการอักเสบ ดีต่อข้อต่อ และสุขภาพของลำไส้



ขอบคุณ : https://goodlifeupdate.com/healthy-body/137918.html
By panniny ,31 January 2019
บันทึกการเข้า
ปัญจะมาเร ชิเนนาโถ ปัตโต สัมโพธิมุตตะมัง จตุสัจจัง ปะกาเสติ มหาวีรัง นะมามิหัง ปัญจะมาเร ปลายิงสุ