ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

ผู้เขียน หัวข้อ: มหาเถรสมาคม ขานรับ 'พระสังฆราโชบาย 12 ข้อ" คุม-ลดสร้างเครื่องรางของขลัง  (อ่าน 40 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

raponsan

  • มารยิ่งมี บารมียิ่งแก่กล้า
  • ผู้ดูแลบอร์ด
  • โยคาวจรผล
  • ********
  • ผลบุญ: +61/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 29612
  • Respect: +11
    • ดูรายละเอียด
0
.



มหาเถรสมาคม ขานรับ 'พระสังฆราโชบาย 12 ข้อ" คุม-ลดสร้างเครื่องรางของขลัง

มหาเถรสมาคม(มส.) มีมติน้อมรับพระสังฆราโชบาย 12 ข้อ คุมพุทธพาณิชย์ ห้ามสร้างเครื่องรางและพิธีกรรมที่ขัดต่อหลักศาสนาในวัด

พระสังฆราโชบาย 12 ข้อในสมเด็จพระสังฆราชที่ทรงประทานเมื่อวันที่ 9 มกราคม 2569 นั้นสะเทือนวงการสงฆ์ เมื่อทรงให้ควบคุมและลดการสร้างเครื่องรางของขลัง และให้หลีกเลี่ยงการสร้างรูปเคารพของศาสนาอื่นในเขตวัด

ในการนี้ทรงให้ลดองค์การบริหารสงฆ์ที่เคยมี 6 องค์กรให้เหลือ 4 องค์กรเพื่อกระทัดรัดและไม่ซ้ำซ้อนกัน พร้อมทั้งประทานนโยบายการเลือกผู้บริหารสงฆ์ใหม่ให้เน้นผู้เคร่งในการรักษาธรรมวินัยแทนเน้นผลงานก่อสร้างถาวรวัตถุ

ในการนี้ทรงให้อำนาจ คณะกรรมการคุ้มครองพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (คพช.) เข้ามามีบทบาทสนับสนุนการ ตรวจสอบคุณสมบัติพระสังฆาธิการก่อนที่จะได้รับการแต่งตั้งและเพื่อให้สังฆราโชบาย 12 ข้อเป็นรูปธรรมมีผลในทางปฏิบัติ ทรงให้ คพช.และสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.)ตั้งอนุกรรมการและคณะทำงานเพื่อรองรับภารกิจตามนโยบายทั้ง 12 ข้อ

แต่ถึงกระนั้น พระมหาเถระที่ทรงธรรมวินัยเป็นหลัก ได้ให้ความเห็นว่า
    "พระสังฆราโชบายนั้นเลอเลิศ แต่จะให้ได้ผลเป็นรูปธรรมจริงจัง กรรมการมหาเถรสมาคม (มส) ต้องปฏิรูปตนเอง ทำเป็นแบบอย่างให้ผู้อยู่ในปกครองรู้เห็นและเต็มใจปฏิบัติตาม โดยเฉพาะท่านที่มากด้วยความโลภ ควรลดเลิก เพราะความโลภทำให้หมดสง่าราศี"


@@@@@@@

สรุปสาระสำคัญจากการประชุมมหาเถรสมาคม (มส.) ครั้งที่ 1/2569 ประจำวันที่ 9 ม.ค. 2569 มีมติน้อมรับ "พระสังฆราโชบาย 12 ข้อ" และปรับโครงสร้างการทำงานใหม่ ดังนี้

ส่วนที่ 1 : พระสังฆราโชบาย 12 ข้อ (แบ่งหมวดหมู่เพื่อความเข้าใจง่าย)

ด้านหลักการและความบริสุทธิ์ของศาสนา

  1. ยึดแก่นธรรม : เน้นปริยัติ ปฏิบัติ ปฏิเวธ เป็นงานหลัก ห้ามบิดเบือนพระธรรมวินัย
  2. คุมเข้มพุทธพาณิชย์/ไสยศาสตร์ : ห้ามสร้างวัตถุมงคล เครื่องราง รูปเคารพ หรือพิธีกรรมที่ขัดต่อหลักศาสนาในเขตวัดอย่างเด็ดขาด
  3. บังคับใช้พระธรรมวินัยเคร่งครัด : ลงโทษผู้กระทำผิดอย่างโปร่งใส รวดเร็ว ห้ามช่วยเหลือหรือแทรกแซง

ด้านการบริหารงานบุคคลและการแต่งตั้ง

  4. รื้อเกณฑ์แต่งตั้งเจ้าอาวาส/ปกครอง : เลิกดูผลงานการ "ก่อสร้าง" (ถาวรวัตถุ) ให้ดูที่ "ความเคร่งครัดพระวินัย" และ "ผลงานการสอน/เผยแผ่" แทน
  5. กลั่นกรองเข้มข้น : ให้คณะกรรมการคุ้มครองพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (คพช.) ช่วยตรวจสอบประวัติก่อนเสนอแต่งตั้ง
  6. สกรีนงานก่อนเข้า มส. : ตั้งกลไกตรวจสอบเรื่องต่าง ๆ อย่างละเอียด ก่อนเสนอให้ มส. หรือสมเด็จพระสังฆราชพิจารณา

ด้านโครงสร้างและสวัสดิการ

  7. ปรับโครงสร้างสงฆ์ : ลดตำแหน่งซ้ำซ้อน แบ่งเขตปกครองใหม่ให้สอดคล้องกับจำนวนพระและพื้นที่
  8. ปรับนิตยภัต (เงินเดือนพระ) : ทบทวนอัตราให้เหมาะสมกับภาระงานและสภาพเศรษฐกิจ
  9. ปฏิรูปสำนักพุทธฯ (พศ.) : ปรับโครงสร้างองค์กร พศ. ให้ทำงานสนองนโยบาย มส. ได้ดียิ่งขึ้น
10. วางแผนระยะยาว : จัดทำแผนยุทธศาสตร์คณะสงฆ์ให้ชัดเจน เพื่อรับมือความเปลี่ยนแปลง

ด้านเทคโนโลยีและการศึกษา

11. ใช้ระบบดิจิทัล (Big Data) : ทำฐานข้อมูลกลาง พระ-วัด ทั่วประเทศ เพื่อความโปร่งใสและบริหารงานแบบ E-government
12. ยกเครื่องการศึกษา : ปรับหลักสูตรให้ทันสมัย ทันโลก แต่ยังคงเข้มข้นในพระธรรมวินัย





ส่วนที่ 2 : มติการขับเคลื่อนงานทันที

ที่ประชุม มส. มีมติเห็นชอบการปรับกลุ่มภารกิจจากเดิม 6 ด้าน ยุบรวมเหลือ 4 กลุ่มภารกิจหลัก เพื่อความคล่องตัวในการทำงานตามนโยบายข้อที่ 6 ดังนี้ :-

1. กลุ่มด้านการปกครองและฐานข้อมูล
2. กลุ่มด้านการศึกษาและการศึกษาสงเคราะห์
3. กลุ่มด้านการเผยแผ่ การปฏิบัติธรรม และงานพระธรรมทูต
4. กลุ่มด้านสาธารณูปการและศาสนสมบัติ

• (ส่วนงานสาธารณสงเคราะห์ ให้ถือเป็นภารกิจร่วมที่ทุกฝ่ายต้องช่วยกันทำ)

การดำเนินการ : มอบหมายให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ประสานงานกับคณะกรรมการคุ้มครองพระพุทธศาสนาฯ ตั้งคณะทำงานเพื่อขับเคลื่อนนโยบายทั้งหมดทันที




Thank to : https://www.thansettakij.com/blogs/lifestyle/horoscope/648782
13 ม.ค. 2569 | 03:35 น.
บันทึกการเข้า
ปัญจะมาเร ชิเนนาโถ ปัตโต สัมโพธิมุตตะมัง จตุสัจจัง ปะกาเสติ มหาวีรัง นะมามิหัง ปัญจะมาเร ปลายิงสุ

raponsan

  • มารยิ่งมี บารมียิ่งแก่กล้า
  • ผู้ดูแลบอร์ด
  • โยคาวจรผล
  • ********
  • ผลบุญ: +61/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 29612
  • Respect: +11
    • ดูรายละเอียด
0
.



มส.น้อมรับพระสังฆราโชบาย 12 ข้อ ควบคุม-ลดการจัดสร้างเครื่องรางของขลัง

มส.น้อมรับพระสังฆราโชบาย 12 ข้อ ควบคุม-ลดการจัดสร้างเครื่องรางของขลัง มุ่งเผยแพร่พระพุทธศาสนาที่ถูกต้อง

เมื่อวันที่ 9 มกราคม ที่ตำหนักเพ็ชร วัดบวรนิเวศวิหาร มีการประชุมมหาเถรสมาคม (มส.) ครั้งที่ 1/2569 โดยภายหลังการประชุม นายชัชพล ไชยพร นักวิชาศาสนาเชี่ยวชาญ รักษาราชการแทนผอ.สำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม เปิดเผยว่า ที่ประชุมมส.มีมติน้อมรับพระสังฆราโชบายจากสมเด็จพระสังฆราช เพื่อกิจการคณะสงฆ์และพระพุทธศาสนา พ.ศ.2569 ดังนี้

1. การธำรงรักษาและเชิดชูหลักการพระพุทธศาสนา ส่งเสริมการดำเนินงานด้านพระพุทธศาสนาให้มั่นคงต่อหลักการอันเป็นแก่นแท้ โดยยึดหลักปริยัติ ปฏิบัติ และปฏิเสธ เป็นสำคัญ มุ่งเน้นการเผยแผ่พระพุทธศาสนาที่ถูกต้องตามพระธรรมวินัย ทั้งนี้ คณะสงฆ์ต้องให้ความสำคัญต่อการจัดการเรียนการสอนพระปริยัติธรรม การปฏิบัติธรรม และพระพุทธศาสนาเป็นภารกิจหลัก

2. การควบคุมและลดกิจกรรมที่เบี่ยงเบนจากหลักพระพุทธศาสนา กำหนดมาตรการควบคุมและลดการจัดสร้างหรือส่งเสริมเครื่องรางของขลัง ที่ไม่ใช่การเจริญอนุสสติ วิธีทางไสยศาสตร์ และวัตถุหรือกิจกรรมนอกหลักพระพุทธศาสนา

รวมถึงการนำสิ่งที่ขัดต่อพระธรรมวินัย ตลอดจนรูปเคารพหรือพิธีกรรมที่ไม่สอดคล้องกับพระพุทธศาสนา เข้ามาในเขตพุทธศาสนสถาน ทั้งนี้ ให้กำกับดูแลอย่างเข้มงวด และห้ามดำเนินการใดๆ ที่เป็นไปในลักษณะนอกรีตหรือบิดเบือนหลักพระพุทธศาสนา

3. การกำหนดหลักเกณฑ์การแต่งตั้งพระสังฆาธิการ ปรับเปลี่ยนหลักเกณฑ์การพิจารณาแต่งตั้งพระสังฆาธิการและตำแหน่งทางการปกครองคณะสงฆ์





จากการให้ความสำคัญกับงบประมาณด้านถาวรวัตถุ เป็นการพิจารณาจาก

1. ความเคร่งครัดและการดำรงตนเป็นแบบอย่างด้านพระธรรมวินัย

2. สัมฤทธิผลด้านจัดการศึกษาและเผยแผ่พระพุทธศาสนา และสัมฤทธิผลในการบังคับใช้และปฏิบัติตามกฎและมติมส.

3. สัมฤทธิผลในการจัดการศาสนสมบัติและสาธารณูปการให้เรียบร้อยและสอดคล้องหลักธรรมาภิบาล

4. การเสริมสร้างระบบตรวจสอบและขับเคลื่อนนโยบาย ให้คณะกรรมการคุ้มครองพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (คพช.) ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี เข้ามามีบทบาทสนับสนุนระบบการตรวจสอบประวัติในการเสนอแต่งตั้งตำแหน่งต่างๆ และร่วมเป็นกลไกขับเคลื่อนนโยบายของมส.ให้เป็นรูปธรรม

5. การบังคับใช้พระธรรมวินัยอย่างเคร่งครัด โปร่งใส และเป็นธรรรม ดำเนินการกำกับดูแลด้านพระธรรมวินัยอย่างเข้มงวด โดยอาศัยกฎมหาเถรสมาคมที่มีอยู่ แก้ไขเพิ่มเติม ร่วมกับกลไกของ คพช. ในกรณีอธิกรณ์หรือข้อกล่าวหาทางวินัย ให้ยึดหลักความยุติธธรรม ความโปร่งใส ความเสมอภาค และความรวดเร็ว โดยไม่ให้มีการช่วยเหลือหรือแทรกแซง

6. การปฏิรูปโครงสร้างองค์กรคณะสงฆ์ให้กระชับและมีประสิทธิภาพ ปรับโครงสร้างการบริหารคณะสงฆ์ให้คล่องตัว โดยลดจำนวนตำแหน่งที่ซ้ำช้อน แบ่งเขตการปกครองให้สอดคล้องกับจำนวนพระภิกษุสามเณรและโครงสร้างการปกครองของบ้านเมือง กำหนดการมอบหมายงานเจ้าคณะผู้ปกครองให้มีขอบเขตหน้าที่ชัดเจน

โดยจัดกลุ่มภารกิจหลักเป็นด้านการปกครองและฐานข้อมูล ด้านการศึกษาและการศึกษาสงเคราะห์ ด้านการเผยแผ่ การปฏิบัติธรรม และงานพระธรรมทูต ด้านสาธาธารณูปการและการศาสนสมบัติ พร้อมกำหนดตัวชี้วัดสัมฤทธิผลให้ชัดเจน





7. การจัดตั้งกลไกกลั่นกรองก่อนเสนอเรื่องเข้าสู่มส. จัดให้มีกลไกการตรวจสอบและพิจารณากลั่นกรองเรื่องสำคัญก่อนเสนอเข้าสู่การพิจารเรื่องมส. ตลอดจนการขอพระราชทานพระราชดำริและการขอประทานพระบัญชาสมเด็จพระสังฆราช โดยเฉพาะการแต่งตั้งในตำแหน่งต่าง ๆ ให้กำหนดตำแหน่ง หน้าที่ และคุณสมบัติอย่างชัดเจน

8. การปรับปรุงระบบนิตยภัต ทบทวนและปรับปรุงหลักเกณฑ์เกี่ยวกับนิตยภัตให้เหมาะสม สอดคล้องกับภาระหน้าที่ความรับผิดชอบ และสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน

9. การปรับโครงสร้างสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ปรับปรุงและพัฒนาโครงสร้างองค์กรของพศ. ให้สามารถสนองและรองรับการดำเนินนโยบายของมส.ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

10. การพัฒนาระบบฐานข้อมูลและการบริหารจัดการคณะสงฆ์ด้วยดิจิทัล จัดทำและพัฒนาฐานข้อมูลกลางเกี่ยวกับพระภิกษุสามเณร วัด สถานที่ที่มีพระภิกษุสามเณรพำนัก และการบริหารงานของคณะสงฆ์ให้เป็นระบบเดียวกันทั่วประเทศ เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลวิเคราะห์และตัดสินใจเชิงนโยบาย

ทั้งนี้ ให้พัฒนาระบบดิจิทัลรองรับการบริหารภาครัฐอิเล็กทรอนิกส์ของคณะสงฆ์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ความโปร่งใส และความถูกต้องในการบริหารจัดการ





11. การปรับปรุงและพัฒนาหลักสูตรการศึกษาของคณะสงฆ์ ปรับปรุงหลักสูตรการศึกษาของคณะสงฆ์ให้ทันสมัย โดยยึดมั่นในพระธรรมวินัยและคณะสงฆ์ไทยควบคู่กับการประยุกต์องค์ความรู้สหสาขาวิชา การบูรณาการศาสตร์ และการเรียนรู้ที่เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงของสังคมโลกและเทคโนโลยีดิจิทัล ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต เพื่อพัฒนาศักกยภาพพระภิกษุสามเณรให้สามารถปฏิบัติศาสนกิจและดำรงบทบาททางสังคมได้อย่างเหมาะสมในบริบทปัจจุบันและอนาคต

12. การจัดทำแผนพัฒนาคณะสงฆ์ระยะยาว ให้มีเป้าหมายชัดเจนและต่อเนื่อง มีการวางแผนและยุทธศาสตร์ของคณะสงฆ์ กำหนดทิศทางการพัฒนาเชิงนโยบาย การบริหาร และการขับเคลื่อนพระพุทธศาสนาให้สอดคล้องกับบริบทความท้าทายของสังคมไทยและสังคมโลก







นายชัชพล กล่าวต่อว่า ทั้งนี้มส. มีมติ

1. เห็นชอบให้น้อมรับพระสังฆราโชบายเพื่อกิจการคณะสงฆ์และพระพุทธศาสนา เป็นนโยบายมส.

2. สนองพระสังฆราโชบาย ข้อ 6 โดยจัดให้ภารกิจคณะสงฆ์ 6 ด้าน ประมวลเป็น 4 กลุ่มภารกิจหลัก ดังนี้ กลุ่มภารกิจด้านการปกครองและฐานข้อมูล กลุ่มภารกิจด้านการศึกษาและการศึกษาสงเคราะห์ กลุ่มภารกิจด้านการเผยแผ่

การส่งเสริมการปฏิบัติธรรรมและงานพระธรรมทูต กลุ่มภารกิจด้านสาธารณูปการและศาสนสมบัติ ทั้งนี้ ให้งานด้านสาธารณสงเคราะห์ เป็นภารกิจที่คณะสงฆ์ทุกภาคส่วนดำเนินการเพื่อเกื้อกูลชุมชนอย่างต่อเนื่องและตอบสนองสถานการณ์เฉพาะหน้า

3. มอบหมายให้พศ. ดำเนินการสนองและเสนอพระสังฆราโชบายทั้ง 12 ข้อ ซึ่งมส.น้อมรับมาเป็นนโยบายมส.แล้ว ให้คณะกรรมการคุ้มครองพระพุทธศาสนาแห่งชาติทราบ พร้อมทั้งตั้งคณะอนุกรรมการหรือคณะทำงานในคณะกรรมการคุ้มครองพระพุทธศาสนาแห่งชาติ หรือในพศ. เพื่อรองรับภารกิจตามนโยบายข้างต้นต่อไป








ขอบคุณ : https://www.matichon.co.th/local/religious/news_5542269
9.01.26 | 20:03 น.
บันทึกการเข้า
ปัญจะมาเร ชิเนนาโถ ปัตโต สัมโพธิมุตตะมัง จตุสัจจัง ปะกาเสติ มหาวีรัง นะมามิหัง ปัญจะมาเร ปลายิงสุ

raponsan

  • มารยิ่งมี บารมียิ่งแก่กล้า
  • ผู้ดูแลบอร์ด
  • โยคาวจรผล
  • ********
  • ผลบุญ: +61/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 29612
  • Respect: +11
    • ดูรายละเอียด
0
.



มส. น้อมรับพระสังฆราโชบาย 12 ประการ | สั่งคุมเข้ม ‘พุทธพาณิชย์-ไสยศาสตร์’ ในวัด ปฏิรูปเกณฑ์แต่งตั้งพระสังฆาธิการเน้นจริยวัตร

เมื่อวันที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2569 ณ ตำหนักเพ็ชร วัดบวรนิเวศวิหาร ได้มีการประชุมมหาเถรสมาคม (มส.) ครั้งที่ 1/2569 ภายหลังการประชุม นายชัชพล ไชยพร นักวิชาการศาสนาเชี่ยวชาญ รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม เปิดเผยว่า

ที่ประชุมมหาเถรสมาคมมีมติเห็นชอบน้อมรับพระสังฆราโชบายในเจ้าพระคุณ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เพื่อกิจการคณะสงฆ์และพระพุทธศาสนา ประจำปีพุทธศักราช 2569 จำนวน 12 ประการ มาเป็นนโยบายหลักในการขับเคลื่อนงานคณะสงฆ์

โดยมีสาระสำคัญที่น่าสนใจเกี่ยวกับการควบคุมกิจกรรมที่บิดเบือนจากหลักพระพุทธศาสนา และการปฏิรูปการบริหารงานบุคคลของคณะสงฆ์ ดังนี้


@@@@@@@

มุ่งเน้นแก่นแท้พระพุทธศาสนา คุมเข้มไสยศาสตร์และวัตถุมงคล

พระสังฆราโชบายที่สำคัญประการแรกคือ การธำรงรักษาและเชิดชูหลักการพระพุทธศาสนา โดยมุ่งเน้นการเผยแผ่คำสอนที่ถูกต้องตามพระธรรมวินัย ยึดหลักปริยัติ ปฏิบัติ และปฏิเวธ เป็นสำคัญ และที่สำคัญคือมาตรการควบคุมและลดกิจกรรมที่เบี่ยงเบนจากหลักพระพุทธศาสนา

มหาเถรสมาคมจะกำกับดูแลอย่างเข้มงวดในการควบคุมและลดการจัดสร้างหรือส่งเสริมเครื่องรางของขลังที่มิใช่เพื่อการเจริญอนุสสติ รวมถึงวิธีทางไสยศาสตร์ วัตถุ หรือกิจกรรมที่อยู่นอกเหนือหลักพระธรรมวินัย โดยเฉพาะการนำรูปเคารพหรือพิธีกรรมที่ไม่สอดคล้องกับพระพุทธศาสนาเข้ามาภายในเขตพุทธศาสนสถาน ห้ามดำเนินการใดๆ ที่มีลักษณะนอกรีตหรือบิดเบือนหลักคำสอน

@@@@@@@

ปฏิรูปเกณฑ์แต่งตั้งพระสังฆาธิการ เลิกเน้นสิ่งปลูกสร้าง

ในด้านการปกครองคณะสงฆ์ มีการกำหนดหลักเกณฑ์ใหม่ในการพิจารณาแต่งตั้งพระสังฆาธิการและตำแหน่งทางการปกครอง โดยปรับเปลี่ยนจากการให้ความสำคัญกับความสามารถในการหางบประมาณด้านถาวรวัตถุ มาเป็นการพิจารณาจากคุณสมบัติสำคัญ 3 ประการ ได้แก่

    1. ความเคร่งครัดและการดำรงตนเป็นแบบอย่างด้านพระธรรมวินัย
    2. สัมฤทธิผลด้านการจัดการศึกษา การเผยแผ่พระพุทธศาสนา และการปฏิบัติตามกฎมหาเถรสมาคม
    3. สัมฤทธิผลในการจัดการศาสนสมบัติและสาธารณูปการตามหลักธรรมาภิบาล

นอกจากนี้ จะมีการเสริมสร้างระบบตรวจสอบโดยให้คณะกรรมการคุ้มครองพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (คพช.) เข้ามามีบทบาทในการตรวจสอบประวัติผู้ได้รับการเสนอชื่อแต่งตั้ง และการบังคับใช้พระธรรมวินัยอย่างเคร่งครัด โปร่งใส โดยปราศจากการช่วยเหลือหรือแทรกแซงในกรณีอธิกรณ์

@@@@@@@

ปรับโครงสร้างองค์กรสงฆ์สู่ยุคดิจิทัล

พระสังฆราโชบายยังครอบคลุมถึงการปฏิรูปโครงสร้างองค์กรคณะสงฆ์ให้กระชับและมีประสิทธิภาพ ลดตำแหน่งที่ซ้ำซ้อน และแบ่งเขตการปกครองให้สอดคล้องกับจำนวนพระภิกษุสามเณร รวมถึงการพัฒนาระบบฐานข้อมูลกลาง (Big Data) เกี่ยวกับพระภิกษุสามเณร วัด และการบริหารงานคณะสงฆ์ให้เป็นระบบดิจิทัลเดียวกันทั่วประเทศ เพื่อความโปร่งใสและใช้ในการวิเคราะห์ตัดสินใจเชิงนโยบาย

พร้อมกันนี้ ยังมีนโยบายด้านการปรับปรุงหลักสูตรการศึกษาของคณะสงฆ์ให้ทันสมัย บูรณาการศาสตร์สมัยใหม่ให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของโลก การปรับปรุงระบบนิตยภัตให้สอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจ การปรับโครงสร้างสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เพื่อรองรับนโยบาย และการจัดทำแผนพัฒนาคณะสงฆ์ระยะยาวอย่างมียุทธศาสตร์



ขอบคุณภาพจากเฟซบุ้ค ข่าวสารงานพระพุทธศาสนา


นายชัชพล กล่าวทิ้งท้ายว่า ที่ประชุม มส. มีมติเห็นชอบให้น้อมรับพระสังฆราโชบายทั้ง 12 ข้อมาเป็นนโยบายของ มส. และได้สนองพระสังฆราโชบายข้อที่ 6 ทันที โดยการประมวลภารกิจคณะสงฆ์จากเดิม 6 ด้าน เป็น 4 กลุ่มภารกิจหลัก ได้แก่
 
    - ด้านการปกครองและฐานข้อมูล,
    - ด้านการศึกษาและการศึกษาสงเคราะห์,
    - ด้านการเผยแผ่ การปฏิบัติธรรมและงานพระธรรมทูต, และ
    - ด้านสาธารณูปการและศาสนสมบัติ

โดยให้งานด้านสาธารณสงเคราะห์เป็นภารกิจที่ทุกภาคส่วนดำเนินการต่อเนื่อง พร้อมมอบหมายให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติดำเนินการขับเคลื่อนนโยบายเหล่านี้ให้เป็นรูปธรรมต่อไป




Thank to : https://it.gongtham.net/2026/01/11/ssc-adopts-12-point-sangha-policy-2569/
January 11, 2026
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 13, 2026, 08:40:00 am โดย raponsan »
บันทึกการเข้า
ปัญจะมาเร ชิเนนาโถ ปัตโต สัมโพธิมุตตะมัง จตุสัจจัง ปะกาเสติ มหาวีรัง นะมามิหัง ปัญจะมาเร ปลายิงสุ