.
เมตตาที่แท้จริง ต้องไม่แบ่งเขาแบ่งเรา | ปฏิบัติต่อกันด้วยความรัก ทั้งต่อหน้าและลับหลังเมตตาเป็นความปรารถนาดีต่อผู้อื่นอย่างจริงใจ โดยไม่หวังผลตอบแทน
คําว่า เมตตา มีความหมายตาม รากศัพท์ว่า สภาวะสนิทสนมกลมกลืนกัน คือ ไม่แบ่งเขาแบ่งเรา แต่เอาใจเขามาใส่ใจเรา มีความกลมกลืนเหมือน เป็นบุคคลคนเดียวกัน เหมือนน้ำผสมนม ที่ไม่อาจแยกน้ำออกจากนม หรือแยกนมออกจากน้ำได้ ต่อกั
เมตตานี้ทําให้เราขจัดความเห็นแก่ตัวที่ต้องการให้ตัวเองดีเด่นกว่าผู้อื่น
@@@@@
ในราว ๕๐ ปีก่อน มีนักบวชฮินดูท่านหนึ่งชื่อ วิเวกานนท์ แม้ท่านเป็นนักบวชฮินดูก็นับถือพระพุทธเจ้ามีพระพุทธรูปไว้บูชาในห้องนอนของท่าน ท่านสามารถเจริญเมตตาฌานจนสามารถพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ได้
กล่าวคือ นักวิทยาศาสตร์ให้ท่านอยู่ในห้องที่มิดชิดห้องหนึ่ง แล้วนําวัวตัวหนึ่งไปไว้อีกห้องหนึ่ง ทั้งสองห้องมีอุปกรณ์ทันสมัย ที่มีภาพสัญญาณและเครื่องจับความรู้สึกในร่างกายของท่านและวัว
หลังจากนั้นนักวิทยาศาสตร์ก็ตีหลังวัว ท่าน รู้สึกเจ็บที่หลังไปด้วย แล้วเขาก็ตีหลังท่าน หลังวัวก็ขยับ ด้วยความรู้สึกเจ็บไปด้วยเช่นเดียวกัน ลักษณะนี้เป็นการ ที่คนกับวัวรวมจิตเป็นหนึ่งเดียว ไม่แยกว่าเป็นคนหรือวัว
@@@@@
การแผ่เมตตาทางใจนี้ยังส่งผลไปถึงการแสดงออกทางกายและวาจาอีกด้วย เพราะการแสดงออกเหล่านั้นมีใจเป็นสมุฏฐาน เมื่อเรามีเมตตาจิตต่อบุคคลอื่นเช่นนี้ ก็จะช่วยเหลือเกื้อกูลผู้อื่นทางกาย และกล่าววาจาที่สุภาพนุ่มนวล ไม่แสดงอากัปกิริยาที่หยาบคายทางกายหรือวาจา
ดังนั้น พระพุทธเจ้าจึงตรัสสอนให้ชาวพุทธมีเมตตาต่อกันทั้งทาง กาย วาจา และใจ ทั้งต่อหน้าและลับหลัง" เมื่อเป็นเช่นนี้ สังคมไทยก็จะมีความสงบสุข ต่างมองดูกันด้วยดวงตาที่เปี่ยม ด้วยความรัก”
อย่างไรก็ตาม เมตตาที่แท้จริงต้องประกอบ ด้วยความอดกลั้น จึงจะทําให้กระแสเมตตาดําเนินไปได้นานขอบคุณข้อธรรมจาก : หนังสือ ปรองดองประคองมิตร โดย พระคันธสาราภิวงศ์ | ขอบคุณภาพจาก : pinterest