ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

ผู้เขียน หัวข้อ: เมตตาที่แท้จริง ต้องไม่แบ่งเขาแบ่งเรา ปฏิบัติต่อกันด้วยความรัก  (อ่าน 34 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

raponsan

  • มารยิ่งมี บารมียิ่งแก่กล้า
  • ผู้ดูแลบอร์ด
  • โยคาวจรผล
  • ********
  • ผลบุญ: +61/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 29662
  • Respect: +11
    • ดูรายละเอียด
0
.



เมตตาที่แท้จริง ต้องไม่แบ่งเขาแบ่งเรา | ปฏิบัติต่อกันด้วยความรัก ทั้งต่อหน้าและลับหลัง

เมตตาเป็นความปรารถนาดีต่อผู้อื่นอย่างจริงใจ โดยไม่หวังผลตอบแทน

คําว่า เมตตา มีความหมายตาม รากศัพท์ว่า สภาวะสนิทสนมกลมกลืนกัน คือ ไม่แบ่งเขาแบ่งเรา แต่เอาใจเขามาใส่ใจเรา มีความกลมกลืนเหมือน เป็นบุคคลคนเดียวกัน เหมือนน้ำผสมนม ที่ไม่อาจแยกน้ำออกจากนม หรือแยกนมออกจากน้ำได้ ต่อกั

เมตตานี้ทําให้เราขจัดความเห็นแก่ตัวที่ต้องการให้ตัวเองดีเด่นกว่าผู้อื่น


@@@@@

ในราว ๕๐ ปีก่อน มีนักบวชฮินดูท่านหนึ่งชื่อ วิเวกานนท์ แม้ท่านเป็นนักบวชฮินดูก็นับถือพระพุทธเจ้ามีพระพุทธรูปไว้บูชาในห้องนอนของท่าน ท่านสามารถเจริญเมตตาฌานจนสามารถพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ได้

กล่าวคือ นักวิทยาศาสตร์ให้ท่านอยู่ในห้องที่มิดชิดห้องหนึ่ง แล้วนําวัวตัวหนึ่งไปไว้อีกห้องหนึ่ง ทั้งสองห้องมีอุปกรณ์ทันสมัย ที่มีภาพสัญญาณและเครื่องจับความรู้สึกในร่างกายของท่านและวัว

หลังจากนั้นนักวิทยาศาสตร์ก็ตีหลังวัว ท่าน รู้สึกเจ็บที่หลังไปด้วย แล้วเขาก็ตีหลังท่าน หลังวัวก็ขยับ ด้วยความรู้สึกเจ็บไปด้วยเช่นเดียวกัน ลักษณะนี้เป็นการ ที่คนกับวัวรวมจิตเป็นหนึ่งเดียว ไม่แยกว่าเป็นคนหรือวัว

@@@@@

การแผ่เมตตาทางใจนี้ยังส่งผลไปถึงการแสดงออกทางกายและวาจาอีกด้วย เพราะการแสดงออกเหล่านั้นมีใจเป็นสมุฏฐาน เมื่อเรามีเมตตาจิตต่อบุคคลอื่นเช่นนี้ ก็จะช่วยเหลือเกื้อกูลผู้อื่นทางกาย และกล่าววาจาที่สุภาพนุ่มนวล ไม่แสดงอากัปกิริยาที่หยาบคายทางกายหรือวาจา

ดังนั้น พระพุทธเจ้าจึงตรัสสอนให้ชาวพุทธมีเมตตาต่อกันทั้งทาง กาย วาจา และใจ ทั้งต่อหน้าและลับหลัง" เมื่อเป็นเช่นนี้ สังคมไทยก็จะมีความสงบสุข ต่างมองดูกันด้วยดวงตาที่เปี่ยม ด้วยความรัก”

อย่างไรก็ตาม เมตตาที่แท้จริงต้องประกอบ ด้วยความอดกลั้น จึงจะทําให้กระแสเมตตาดําเนินไปได้นาน



ขอบคุณข้อธรรมจาก : หนังสือ ปรองดองประคองมิตร โดย พระคันธสาราภิวงศ์ | ขอบคุณภาพจาก : pinterest
บันทึกการเข้า
ปัญจะมาเร ชิเนนาโถ ปัตโต สัมโพธิมุตตะมัง จตุสัจจัง ปะกาเสติ มหาวีรัง นะมามิหัง ปัญจะมาเร ปลายิงสุ