ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

ผู้เขียน หัวข้อ: เสน่ห์ชุมชนไทยไม่ไปไม่รู้ "ชุมชนชาวมอญ ย้อนรอยพุทธธรรม สังขละบุรี " จ.กาญจนบุรี  (อ่าน 1073 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

raponsan

  • มารยิ่งมี บารมียิ่งแก่กล้า
  • ผู้ดูแลบอร์ด
  • โยคาวจรผล
  • ********
  • ผลบุญ: +61/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 29399
  • Respect: +11
    • ดูรายละเอียด
0


เสน่ห์ชุมชนไทยไม่ไปไม่รู้ "ชุมชนชาวมอญ ย้อนรอยพุทธธรรม สังขละบุรี " จ.กาญจนบุรี

การเดินทางไปท่องเที่ยวที่ กาญจนบุรี เป็นอีกสถานที่หนึ่งที่คนนิยมไป มีสถานที่ท่องเที่ยวอยู่มากมาย อาทิเช่น ทางรถไฟสายมรณะ เขื่อนศรีนครินทร์ ที่มีความสวยงาม

แต่วันนี้เสน่ห์ชุมชนไทยไม่ไปไม่รู้จะพาไปที่ อำเภอ สังขละบุรี ดินแดนที่เต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์ ไม่ว่าจะเป็นการอยู่รวมกันหลากหลายชนชาติเช่น ไทย มอญ กะเหรี่ยง ฯลฯ ที่ใช้ชีวิตอยู่รวมกันที่นี่

และยังเป็นแหล่งรวมวัฒนธรรม วิถีชีวิต และ แหล่งท่องเที่ยวอีกมากมายอยู่ ณ ที่อำเภอนี้อีกด้วย



สังขละบุรีเป็นอำเภอที่ติดกับชายแดนพม่า เดินทางจากตัวเมืองมาประมาณ 200 กิโลเมตร เป็นสถานที่ ที่มีความเป็นธรรมชาติที่สวยงาม และรวมทั้งยังเป็นการสานสัมพันธ์และการใช้ชีวิตอยู่รวมกันของหลากหลายชนชาติ

สถานที่แห่งนี้จึงเป็นสถานที่มีเสน่ห์เป็นอย่างมากในเรื่องของวิถีชีวิต การดำรงชีวิต ของชาวบ้าน สองฝั่งสะพาน ในการทำกิจกรรมต่างๆในแต่ละวันเช่น ขายของ การตักบาตรตอนเช้า การแต่งกาย การทาแป้งทะนาคา



สถานที่ท่องเที่ยว


สะพานมอญ(สะพานไม้อุตตมานุสรณ์) - เป็นสะพานข้ามแม่น้ำและเป็นสะพานไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศมีความยาว 1 กม. สร้างขึ้นเพื่อให้คนสองฝั่งแม่น้ำได้สัญจรไปมาหาสู่ ค้าขาย และสร้างความสัมพันธ์กัน สะพานมอญนี้ยังเป็นจุดสำคัญของอำเภอนี้อีกด้วย



เมืองบาดาล - แต่ก่อนเป็นวังก์วิเวการาที่ชาวมอญได้สร้างขึ้นมาตอนอพยพเข้ามา แต่หลักจากนั้นพื้นที่นี้เกิดน้ำท่วมจากเขื่อนเขาแหลม ทำให้วัดส่วนเดิมนั้นได้จมอยู่ใต้บาดาล กลายเป็นเมืองบาดาล ซึ่งทำให้เกิดการท่องเที่ยว ในการล่องเรือชมเมืองบาดาลและวิถีชีวิตชาวมอญ ฤดูแล้งสามารถเห็นวัดได้ดีกว่าฤดูฝน กลายเป็น unseenthailand ไปเลยทีเดียว



วัดสมเด็จเก่า - อยู่ตรงข้ามกับเมืองบาดาลเป็นอุโบสถของวัดสมเด็จเก่าที่ถูกทิ้งร้างก่อนน้ำท่วม อยู่บนเนินเขาเล็กๆ สามารถแวะชมและสักการะได้ต่อจากเมืองบาดาล


วัดวังก์วิเวการาม - เป็นสถานที่คนในอำเภอสังขละบุรีนับถือ และยึดเหนี่ยวจิตใจ เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปหินอ่อนอันงดงาม และเป็นที่จำพรรษาของหลวงพ่ออุตตมะ อีกด้วยนั่นเอง



เจดีย์พุทธคยา - เป็นเจดีย์องค์ใหญ่ ด้านบนยอดเจดีย์ประดับด้วยฉัตรทองคำหนัก 400 บาท เป็นที่ประดิษฐานของพระบรมสารีริกธาตุที่หลวงพ่ออุตตมะอัญเชิญมาจากประเทศศรีลังกา เป็นที่ประกอบพี่ธีกรรมปีะเพณีต่างๆ ซึ่งเจดีย์มีศิลปะที่สวยงาม


และที่ขาดไม่ได้เลยลำดับสุดท้ายคือการชื่นชมวัฒนธรรมของชาวมอญที่เราอยากให้คุณได้สัมผัสถึงความเรียบง่าย น่ารัก เป็นมิตรกับนักท่องเที่ยว ได้รับรู้ถึงความสัมพันธ์ในสองฝั่งแม่น้ำอีกด้วย



และยังเห็นการเทินสิ่งของไว้บนศรีษะ หน้าตายิ้มแย้มพร้อมแป้งทะนาคา ที่บ่งบอกถึงเอกลักษณ์ได้เป็นอย่างดีเลยรวมทั้งทุกเช้าจะมีการทำบุญของชาวมอญให้นักท่องเที่ยวได้บุญกลับบ้านไปอีกด้วย


เป็นยังไงครับมาที่เดียวได้ครบทุกอย่างอิ่มอกอิ่มใจกลับบ้านแน่นอนครับ ใครที่มีเวลาอย่าลืมมาแวะเวียนที่ สังขละบุรี นะครับรับรองว่าวิถีชีวิตที่นี้ต้องมนต์เสน่ห์ไว้จริงๆ

ขอบคุณภาพและบทความจาก
http://travel.sanook.com/1402889/
บันทึกการเข้า
ปัญจะมาเร ชิเนนาโถ ปัตโต สัมโพธิมุตตะมัง จตุสัจจัง ปะกาเสติ มหาวีรัง นะมามิหัง ปัญจะมาเร ปลายิงสุ