ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

ผู้เขียน หัวข้อ: ใดใด ในโลก นี้ ล้วนแล้ว อนิจจัง อะไร คือ อนิจจัง  (อ่าน 2945 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ธัมมะวังโส

  • ธัมมะวังโส
  • ผู้บริหารเว็บ
  • โยคาวจรผล
  • ********
  • ผลบุญ: +177/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 6080
  • Respect: +6
    • ดูรายละเอียด
    • เว็บไซต์
0


รูป ไม่เที่ยง
เวทนา ไม่เที่ยง
สัญญา ไม่เที่ยง
สังขาร ไม่เที่ยง
วิญญาณ ไม่เที่ยง

   สิ่งใดไม่เที่ยง สิ่งนั้น เป็นทุกข์ หรือ เป็นสุข เล่า ?
   
   เมื่อสิ่งนั้น เป็น ทุกข์ ควรหรือ ที่เรา ท่านทั้งหลาย จักกล่าวและยึดมั่น ว่า สิ่งนั้นเป็นเรา เป็นของเรา เป็นตัวเป็นตนของเรา

   (๑๓)    สำเหนียกว่า    จะพิจารณาเห็นว่าไม่เที่ยง    หายใจออก
             สำเหนียกว่า    จะพิจารณาเห็นว่าไม่เที่ยง    หายใจเข้า


  “ก็สิ่งใดไม่เที่ยง    สิ่งนั้นเป็นทุกข์หรือเป็นสุข”
                      “เป็นทุกข์    พระพุทธเจ้าข้า”
                      “ก็สิ่งใดไม่เที่ยง    เป็นทุกข์    มีความแปรผันเป็นธรรมดา    ควรหรือที่จะ
  เห็นสิ่งนั้นว่า    นั่นของเรา    เราเป็นนั่น    นั่นเป็นอัตตาของเรา”


 [๒๕๗]    สังขารทั้งปวงที่ปัจจัยปรุงแต่ง    ไม่เที่ยง    เป็นทุกข์    เป็นอนัตตา
                        พระนิพพานและบัญญัติ    ท่านวินิจฉัยว่าเป็นอนัตตา๑
                        เมื่อดวงจันทร์คือพระพุทธเจ้ายังไม่เกิดขึ้น
                        เมื่อดวงอาทิตย์คือพระพุทธเจ้ายังไม่อุทัยขึ้นมา
                        เพียงชื่อของสภาคธรรมเหล่านั้น    ก็ยังไม่มีใครรู้จัก
                        พระมหาธีรเจ้าทั้งหลายผู้ทรงเป็นดวงตา
                        ทรงทำทุกกรกิริยาหลายอย่าง
                        บำเพ็ญพระบารมีแล้วเสด็จอุบัติขึ้นในโลกอันเป็นไปพร้อมทั้งพรหมโลก
                        พระองค์ทรงแสดงพระสัทธรรมอันกำจัดเสียซึ่งทุกข์นำมาซึ่งความสุข
                        พระอังคีรสศากยมุนีทรงเป็นผู้อนุเคราะห์แก่หมู่สัตว์ทุกถ้วนหน้า
                        พระองค์ผู้ทรงอุดมกว่าสรรพสัตว์ดุจราชสีห์
                        ทรงแสดงพระไตรปิฎก    คือ    พระสุตตันตะ
                        พระอภิธรรม    พระวินัย    ซึ่งมีคุณมาก
                        พระสัทธรรมจะเป็นไปได้    หากพระวินัยคืออุภโตวิภังค์
                        ขันธกะและมาติกายังดำรงอยู่
                        พระวินัยท่านร้อยกรองไว้ด้วยคัมภีร์ปริวาร
                        เหมือนดอกไม้ร้อยด้วยเส้นด้าย
                        สมุฏฐานแห่งคัมภีร์ปริวารนั่นแล    ท่านจัดไว้แน่นอนแล้ว
                        ความเจือปน    นิทานและสิ่งอื่น    จะปรากฏในพระสูตรข้างหน้า
                        เพราะฉะนั้น    ภิกษุผู้มีศีลเป็นที่รัก
                        ต้องการศึกษาพระธรรมก็พึงศึกษาคัมภีร์ปริวารเถิด
     ในวันอุโบสถ    ภิกษุและภิกษุณีย่อมสวดสิกขาบท
                        ที่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น
                        ผู้ทรงรู้    ทรงเห็นทรงบัญญัติไว้ในวิภังค์ทั้ง    ๒
                        ข้าพเจ้าจะกล่าวสมุฏฐานตามที่รู้มา
                        ขอท่านทั้งหลายจงฟังข้าพเจ้าเถิด
                        ปฐมปาราชิกสิกขาบท    ทุติยปาราชิกสิกขาบท
                        ถัดจากนั้น    สัญจริตสิกขาบท    สมนุภาสนสิกขาบท
                        อติเรกจีวรสิกขาบท    เอฬกโลมสิกขาบท
                        ปทโสธัมมสิกขาบท    ภูตาโรจนสิกขาบท
                        สังวิธานสิกขาบท    เถยยสัตถสิกขาบท
                        เทสนาสิกขาบท    โจรีวุฏฐานปนสิกขาบท
                        รวมกับการบวชสตรีที่บิดามารดาหรือสามีไม่อนุญาต
                        รวมเป็นสมุฏฐาน    ๑๓    ในอุภโตวิภังค์นี้
                        นัยแห่งสมุฏฐานทั้ง    ๑๓    นี้วิญญูชนทั้งหลายคิดกันแล้ว
                        ย่อมปรากฏคล้ายคลึงกัน    ในแต่ละสมุฏฐาน


                  บัญญัติอัตตา
            [๑๑๗]    อานนท์    บุคคลเมื่อจะบัญญัติอัตตา    ย่อมบัญญัติด้วยความเห็น
กี่อย่าง
                              บุคคล
     ๑.    เมื่อจะบัญญัติอัตตาที่มีขนาดจำกัด    มีรูป    ย่อมบัญญัติว่า    ‘อัตตา
            ของเรามีขนาดจำกัด    มีรูป’
     ๒.    เมื่อจะบัญญัติอัตตามีขนาดไม่จำกัด    มีรูป    ย่อมบัญญัติว่า    ‘อัตตา
             ของเรามีขนาดไม่จำกัด    มีรูป’
     ๓.    เมื่อจะบัญญัติอัตตาที่มีขนาดจำกัด    ไม่มีรูป    ย่อมบัญญัติว่า    ‘อัตตา
            ของเรามีขนาดจำกัด    ไม่มีรูป’
     ๔.    เมื่อจะบัญญัติอัตตาที่มีขนาดไม่จำกัด    ไม่มีรูป    ย่อมบัญญัติว่า
            ‘อัตตาของเรามีขนาดไม่จำกัด    ไม่มีรูป’


บันทึกการเข้า
เว ทา สา กุ กุ สา ทา เว ทา ยะ สา ตะ ตะ สา ยะ ทา สา สา ทิ กุ กุ ทิ สา สา กุ ตะ กุ ภู ภู กุ ตะ กุ

ธัมมะวังโส

  • ธัมมะวังโส
  • ผู้บริหารเว็บ
  • โยคาวจรผล
  • ********
  • ผลบุญ: +177/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 6080
  • Respect: +6
    • ดูรายละเอียด
    • เว็บไซต์
Re: ใดใด ในโลก นี้ ล้วนแล้ว อนิจจัง อะไร คือ อนิจจัง
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: กรกฎาคม 06, 2014, 08:59:41 AM »
0
"เมื่อฉันเดินเข้าไปสุดในถ้ำ ได้มองเห็นร่างอันไร้วิญญาณ ทีเป็นกระดูกท่านั่ง อันมีผ้าจีวรผุ ๆ หลุดร่วงอยู่ตรงนั้น ฉันจึงรู้ได้ว่า นี่คือร่างของพระผู้ที่ใฝ่ในการภาวนา มาเสียชีวิตในท่านั่ง ที่สุดถ้ำกลางป่าเขาที่ไม่มีใครจะมาเยี่ยม มีแต่เพียงพระธุดงค์ ที่แสวงหาที่สงัดเข้ามาเยี่ยมกัน หากเราไม่ได้เข้ามาดูโดยบังเอิญ ก็จักไม่เห็นร่างนี้เลย อนุโมทนา แด่ท่านที่เป็นผู้ใฝ่ในการภาวนา จนวินาที สุดท้าย

 เมื่อฉันก้มตัวลงกราบ ภาพโครงกระดูกที่เห็นกลับเป็นเพียงกองกระดูก ที่มีเศษผ้าจีวรเท่านั้น ฉันได้ขุดหลุมในถ้ำนั้นด้วยมือและฝังกองกระดูกนั้นในถ้ำนั้นนั่นเอง ขอบคุณอาจารย์ใหญ่ที่ชี้แนะให้ข้าพเจ้า มิต้องวุ่นวายกับการมุดถ้ำต่อไป เพราะจะนั่งนอกถ้ำ ในถ้ำ มันก็เหมือนกันเสียแล้ว คือมีความตายเป็นที่สุดเช่นเดียวกัน"

(๕๒๗)  พระผู้มีพระภาคจึงได้ตรัสดังนี้ว่า บุคคลไม่ควรคำนึงถึงสิ่งที่ล่วงแล้ว  ไม่ควรมุ่งหวังสิ่งที่ยังไม่มาถึง  สิ่งใดล่วงไปแล้วสิ่งนั้นก็เป็นอันละไปแล้ว  และสิ่งที่ยังไม่มาถึงก็เป็นอันยังไม่ถึง  ก็บุคคลใดเห็นแจ้งธรรมปัจจุบันไม่ง่อนแง่น  ไม่คลอนแคลนในธรรมนั้นๆได้  บุคคลนั้นพึงเจริญธรรมนั้นเนืองๆ  ให้ปรุโปร่งเถิด  พึงทำความเพียรเสียในวันนี้แหละ  ใครเล่าจะรู้ความตายในวันพรุ่ง  เพราะว่าความผัดเพี้ยนกับมัจจุราชผู้มีเสนาใหญ่นั้นย่อมไม่มีแก่เราทั้งหลาย พระมุนีผู้สงบย่อมเรียกบุคคลผู้มีปรกติอยู่อย่างนี้ มีความเพียรไม่เกียจคร้านทั้งกลางวันและกลางคืนนั้นแลว่า ผู้มีราตรีหนึ่งเจริญ


ข้อความบางส่วนจาก หนังสือ เพียงหยดหนึ่งแห่งพระธรรม
บันทึกการภาวนา ของ ธัมมะวังโส ภิกขุ


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 06, 2014, 09:11:32 AM โดย ธัมมะวังโส »
บันทึกการเข้า
เว ทา สา กุ กุ สา ทา เว ทา ยะ สา ตะ ตะ สา ยะ ทา สา สา ทิ กุ กุ ทิ สา สา กุ ตะ กุ ภู ภู กุ ตะ กุ

ธัมมะวังโส

  • ธัมมะวังโส
  • ผู้บริหารเว็บ
  • โยคาวจรผล
  • ********
  • ผลบุญ: +177/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 6080
  • Respect: +6
    • ดูรายละเอียด
    • เว็บไซต์
Re: ใดใด ในโลก นี้ ล้วนแล้ว อนิจจัง อะไร คือ อนิจจัง
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: กรกฎาคม 06, 2014, 07:27:24 PM »
0



"วันนี้ฉันมานั่งอยู่ที่ชายฝั่ง ณ วัดหลวงพ่อแดง เกาะสมุย ฉันนั่งมองดวงอาทิตย์ในยามเย็น ที่ตกลงอย่างรวดเร็ว เพียงห้านาทีกว่า ๆ พระอาทิตย์ก็ลับตา ความสลัวก็เข้ามาเยี่ยมเยียนเรา ลมชายฝั่งพัดเบา ๆ ไม่มียุงอย่างที่คิด ฉันนั่งตรงพื้นทราย และมองออกไปที่ทะเล ซึ่งมีแต่ความมืดมิด และเสียงน้ำซัดชายฝั่ง ซ่า ซ่า ฉันยังไม่สามารถสะกดใจให้ ทำสมาธิได้ เพราะความระแวง ด้วยความหวาดกลัว ต่อความมืด ผ่านไปเนิ่นนานน่าจะเป็นชั่วโมง ฉันจึงตัดใจ อธิษฐาน กรรมฐาน เพื่อภาวนากรรมฐาน ฉันนั่งภาวนาอยู่ตรงนั้น ใกล้ ๆ กับอนุสาวรีย์หลวงพ่อแดง นึกถึงท่านอย่างมีกำลังใจ จึงภาวนาต่อไปอย่างต่อเนื่อง พลันแสงสว่างก็ปรากฏรอบตัว เป็นเพียงแสงนวล ๆ เหมือนแสงจันทร์วันเพ็ญ ไม่ได้สว่างอะไรมากมายแต่พอจะทำให้ฉันเห็นตัวเองที่นั่งอยู่เท่านั้น เบื้องหน้ามีเพียงแสงสว่างที่ปรากฏอย่างชัดเจน ที่ฐานจิตที่ภาวนาฉันมองเห็นสีต่าง ๆ ที่ฐานนั้น ด้วยความเพลิดเพลิน มองดู จดจำลักษณะของแสงนั้น ครั้นพอฉันออกจากกรรมฐาน ก็เห็นพระที่ติดตามมาด้วยกันสองรูป ยืนอยู่ที่เจดีย์ ความสว่างของยามเช้าที่ปรากฏ ช่างเป็นภาพที่แจ่มใส เป็นอย่างมาก จากเวลาที่ฉันนั่งกรรมฐานที่ชายหาดนี้ตั้งแต่ ห้าโมงเย็น เมื่อออกจากกรรมฐาน กลายเป็นเวลา หกโมงเช้า เสียแล้ว วันนี้จึงเข้าใจคำว่า ฉันทะในสมาธิ จริง ๆ ก็วันนี้ นี่เอง"

ข้อความบางส่วนจาก หนังสือ เพียงหยดหนึ่งแห่งพระธรรม
จากบันทึกการภาวนา ของ ธัมมะวังโส ภิกขุ

บันทึกการเข้า
เว ทา สา กุ กุ สา ทา เว ทา ยะ สา ตะ ตะ สา ยะ ทา สา สา ทิ กุ กุ ทิ สา สา กุ ตะ กุ ภู ภู กุ ตะ กุ

PRAMOTE(aaaa)

  • ศิษย์ตรง
  • โยคาวจรผล
  • *****
  • ผลบุญ: +5/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • เพศ: ชาย
  • กระทู้: 3592
  • ความศรัทธาคือเชื่อเรื่องการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
Re: ใดใด ในโลก นี้ ล้วนแล้ว อนิจจัง อะไร คือ อนิจจัง
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: กรกฎาคม 06, 2014, 09:06:05 PM »
0
 ขออนุโมทนาสาธุ
บันทึกการเข้า
การมีกัลยาณมิตร ครูบาอาจารย์ ที่สั่งสอนธรรม เป็นเรื่องที่ดี
..เชื่อเรื่องการตรัสรู้ธรรม ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
...และเชื่อในพระธรรมที่เป็นตัวแทนของพระศาสดา

ปัญญสโก ภิกขุ

  • ศิษย์ตรง
  • มีเหตุมีผล
  • *****
  • ผลบุญ: +0/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 400
  • อริยสโก
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
Re: ใดใด ในโลก นี้ ล้วนแล้ว อนิจจัง อะไร คือ อนิจจัง
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: กรกฎาคม 07, 2014, 09:42:48 AM »
0
สาธุครับ
 st11     :25:     :25:    :25:
บันทึกการเข้า

Admax

  • ผู้อุปถัมภ์
  • โยคาวจรผล
  • ****
  • ผลบุญ: +0/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 1058
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
Re: ใดใด ในโลก นี้ ล้วนแล้ว อนิจจัง อะไร คือ อนิจจัง
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: กรกฎาคม 07, 2014, 11:18:32 PM »
0
 

st12 st12 st12

เป็นประโยชน์มากครับ
บันทึกการเข้า
ความติดข้องใจเสพย์อารมณ์ความพอใจยินดี และ ความไม่พอใจยินดี เป็น สมุทัย
ผลของการดำเนินไปแห่งความพอใจยินดี และ ความไม่พอใจยินดี เป็น ทุกข์
รู้สัจธรรมและปรมัตถ์ ดำรงอยู่ในกุศล สติ ศีล สมาธิ พรหมวิหาร๔ คิดดี พูดดี ทำดี เป็น มรรค
การดับไปแห่งความพอใจยินดี และ ความไม่พอใจยินดี ถึง อัพยกตธรรม เป็น นิโรธ

ธุลีธวัช (chai173)

  • ปัญญา นัตถิ อฌายโต “ปัญญาไม่มีแก่ผู้ไม่พินิจ”
  • ศิษย์ตรง
  • โยคาวจรผล
  • *****
  • ผลบุญ: +35/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 2905
  • Respect: +2
    • ดูรายละเอียด
    • เว็บไซต์
Re: ใดใด ในโลก นี้ ล้วนแล้ว อนิจจัง อะไร คือ อนิจจัง
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: กรกฎาคม 08, 2014, 11:19:46 PM »
0

กบกับงู  ฟาดฟัน  ฉันฉงน
นึกหวนหน  ครั้งครู  เล่ากล่าวถาม
จักฆ่างู  ปล่อยกบ  หรือเข้าปราม
นึกยังคร้าม  คร้านตอบ  อยู่ทุกวัน
.

                           
                                                                                                                              ธรรมธวัช.!

 :34:           :17:           :72:            :98:           :67:           :17:           ???           :98:           :'(
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 08, 2014, 11:31:57 PM โดย THAWATCHAI173 »
บันทึกการเข้า
ศรัทธา, ศีล, พาหุสัจจะ, วิริยารัมภะ, ปัญญา

hiso

  • กำลังจะพ้นจากน้ำ
  • *
  • ผลบุญ: +0/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • เพศ: ชาย
  • กระทู้: 63
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
Re: ใดใด ในโลก นี้ ล้วนแล้ว อนิจจัง อะไร คือ อนิจจัง
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: กรกฎาคม 09, 2014, 08:14:44 PM »
0

กบกับงู  ฟาดฟัน  ฉันฉงน
นึกหวนหน  ครั้งครู  เล่ากล่าวถาม
จักฆ่างู  ปล่อยกบ  หรือเข้าปราม
นึกยังคร้าม  คร้านตอบ  อยู่ทุกวัน
.

                           
                                                                                                                              ธรรมธวัช.!

 :34:           :17:           :72:            :98:           :67:           :17:           ???           :98:           :'(


สรุปแล้วคืออะไร คะ คำตอบ
บันทึกการเข้า

fasai

  • โยคาวจรมรรค
  • *****
  • ผลบุญ: +20/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • เพศ: หญิง
  • กระทู้: 513
  • ทางสายกลาง
  • Respect: +1
    • ดูรายละเอียด
Re: ใดใด ในโลก นี้ ล้วนแล้ว อนิจจัง อะไร คือ อนิจจัง
« ตอบกลับ #8 เมื่อ: กรกฎาคม 19, 2014, 03:10:43 PM »
0
ได้อ่าน ด้วยความตั้งใจในวันนี้ แล้ว เนื้อหา ที่พระอาจารย์โพสต์ ช่วงหลังเป็นหลักภาวนา ค่อนข้างจะลึกซึ้ง เพิ่มขึ้นไป ถ้าไม่ได้ตามอ่านกันมาตั้งแต่ต้น ก็คงจะเข้าใจในเนื้อหา ได้ยากเหมือนกัน คะ

  แต่เชื่อว่า ภูมิธรรม แต่ละคน ก็ต่างกันไป ตามกำลังสั่งสม คะ

  st11 st12 thk56
บันทึกการเข้า
ทุกสิ่งทุกอย่าง เป็นไปตามกรรม
ใครสร้างกรรมอย่างไร ก็รับผลกรรมอย่างนั้น