ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

ผู้เขียน หัวข้อ: เริ่มต้น ภาวนา อย่างไร? ให้ได้ ผล แน่นอน ( เร็ว - ช้า ขึ้นอยู่กับ ความตั้งใจ )  (อ่าน 3745 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ธัมมะวังโส

  • ธัมมะวังโส
  • ผู้บริหารเว็บ
  • โยคาวจรผล
  • ********
  • ผลบุญ: +180/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 6193
  • Respect: +6
    • ดูรายละเอียด
    • เว็บไซต์
0
 ask1

เริ่มต้น ภาวนา อย่างไร? ให้ได้ ผล แน่นอน
คำถาม จาก สมาชิก
nirvanar55 napa-1 tcarisa wanpen waterman hero mongkol หมวยจ้า รักหนอ Axe vongoleX kobyamkala akira akito famai nopporn sataporn chatchay บุญเอก ประสิทธิ์ กิตติศักดิ์ TC9 pongsatorn kidsada rainmain  sakol fan saieaw fasai paisalee montra painting




ans1

  จากคำถาม ที่คล้าย ๆ กัน วันนี้ พิจารณา ดูแล้ว พวกท่านทั้งหลาย ก็คง มีความปรารถนา ในความสำเร็จ ในการภาวนา นั่นก็คือ หวังผล ในการภาวนา กันทุกท่าน คำถามของท่านทั้งหลาย มันสั้นจริง ๆ แต่ คำตอบนั้น มันไม่สั้น ถ้าจะตอบห้วน ๆ แบบสั้น ก็พอได้ อยู่

    นั่นก็คือ ภาวนาให้ได้ผลแน่นอน ไม่ว่าจะขยันน้อย หรือ มาก ก็คือ ภาวนา ตาม มรรค มีองค์ 8 นั่นเอง หรือ ภาวนารวมมรรค ทั้ง 8 ให้เป็นหนึ่งเดียว เรียกว่า ทางสายกลาง

      ถ้าตอบอย่างนี้ ก็สองบรรทัด แต่ทุกท่านอ่านแล้ว ก็คงจะผิดหวัง ที่ฉันตอบเหมือนไม่อยากตอบให้ กระจ่างเลย ใช่หรือไม่ ?


     ดังนั้นก่อน ที่จะตอบ ก็ต้อง สาวเรื่องราว ประกอบ ให้อ่านกันก่อน ฉันจะยก เคส ( เหตุการณ์ ) ตามลำดับ เพื่อให้ท่านทั้งหลาย ได้ เกิด ธัมมะวิจยะ ปริยัติ กันก่อน

     
     
   
         
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 25, 2015, 06:16:35 AM โดย ธัมมะวังโส »
บันทึกการเข้า
เว ทา สา กุ กุ สา ทา เว ทา ยะ สา ตะ ตะ สา ยะ ทา สา สา ทิ กุ กุ ทิ สา สา กุ ตะ กุ ภู ภู กุ ตะ กุ

ธัมมะวังโส

  • ธัมมะวังโส
  • ผู้บริหารเว็บ
  • โยคาวจรผล
  • ********
  • ผลบุญ: +180/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 6193
  • Respect: +6
    • ดูรายละเอียด
    • เว็บไซต์
0

ขอบคุณภาพประกอบจาก http://www.oknation.net

การบรรลุธรรม แบบฉับพลัน หลังจบเทศนา ( เป็นพระโสดาบัน )

      ในคราว ปฐมสังคายนา หลัง จากพระพุทธเจ้า แสดงธรรม ธัมมจักรกัปวัตนสูตร จบลง ในการแสดงนั้น แสดง หัวข้อธรรมดังนี้

      1. ชี้เรื่อง ทางสายกลาง ที่ไม่มีส่วนสุด 2 อย่าง คือ ไม่ภาวนาด้วย กามสุข ไม่ภาวนา ด้วย การทรมานตน  แต่ ถ้าจะภาวนา ต้องภาวนา ด้วยความ พอดี ในที่นี้หลายคนไม่เข้า ใจนะ ( เดี๋ยวจะมาว่าให้ฟัง )
       คำ บาลี มี  กามสุขัลลิกานุโยค การประกอบตนให้พัวพันด้วยกามสุขในกามทั้งหลาย
                    อัตตกิลมถานุโยค การประกอบความเหน็ดเหนื่อยแก่ตน เป็นความลำบาก
             แต่หัวข้อกำกับ ด้านบนของ สองคำนี้ คือ  ปัพพะชิเตนะ นะ เสวิตัพพา อันบรรพชิต ไม่พึงเข้าไปส้องเสพ ( หมกหมุ่น ลุ่มหลง คลุกคลี เกี่ยวข้องด้วยการเข้าไปอยู่ )


      2. พระพุทธแสดงผล ของ ธรรม มีสองส่วนคือ
       2.1 ที่เรียกว่า ปฏิปทาสายกลาง ว่าพระองค์ ได้เห็นแล้ว รู้แจ้งแล้ว   
      (  ตถาคตได้ตรัสรู้แล้วด้วยปัญญาอันยิ่ง ทำดวงตาให้เกิด ทำญาณให้เกิด )
       2.2 ที่เรียกว่า ปฏิปทาสายกลาง ก็เพราะมีจุดประสงค์  4 อย่างคือ
      ( ย่อมเป็นไป เพื่อความสงบ เพื่อความรู้ยิ่ง เพื่อความตรัสรู้ เพื่อนิพพาน  )

      3.แสดง  ปฏิปทาสายกลางนั้น ได้แก่อริยมรรค มีองค์ ๘ นี้แหละคือ 
   ปัญญาอันเห็นชอบ(สัมมาทิฏฐิ) ๑,   ความดำริชอบ(สัมมาสังกัปปะ) ๑, เจรจาชอบ(สัมมาวาจา) ๑, กระทำชอบ(สัมมากัมมันตะ) ๑,   เลี้ยงชีวิตชอบ(สัมมาอาชีวะ) ๑,   พยายามชอบ(สัมมาวายามะ) ๑,   ระลึกชอบ(สัมมาสติ) ๑,  ตั้งจิตชอบ(สัมมาสมาธิ) ๑ 


      4. แสดง อริยสัจจะ 4 ประการ ที่เกี่ยวข้อง กับ อริยะมรรคมีองค์ 8 ว่าด้วย ทุกข์ เหตุแห่งทุกข์ ข้อปฏิบัติละจากทุกข์ และ ความสิ้นทุกข์ ( ให้สังเกตว่า ใช้คำว่า ทุกข เป็นตัวเชื่อม ในคำทั้งหมด ทุกขอริยสัจ ทุกขสมุทัยอริยสัจ ทุกขนิโรธอริยสัจ ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทาอริยสัจ ไม่ใช่ใช้คำโดด ๆ อย่างที่เราเข้าใจกันแบบเมื่อก่อน )

      5. แสดง ญาณทัศศนะ เรียกว่า ปริวัฏ มีอาการ 12 ที่ปรากฏในแจ่มแจ้ง ในอริยสัจจะ
         5.1.ดูกรภิกษุทั้งหลาย  ดวงตา ญาณ ปัญญา วิชชา แสงสว่าง ได้เกิดขึ้นแล้วแก่เรา ในธรรมทั้งหลายที่เราไม่เคยฟังมาก่อนว่า นี้ คือ ทุกข์ ( สัจจญาณ )
         5.2.ดูกรภิกษุทั้งหลาย  ดวงตา ญาณ ปัญญา วิชชา แสงสว่าง ได้เกิดขึ้นแล้วแก่เรา ในธรรมทั้งหลายที่เราไม่เคยฟังมาก่อนว่า ทุกข์ควรกำหนดรู้ ( กตญาณ )
         5.3.ดูกรภิกษุทั้งหลาย  ดวงตา ญาณ ปัญญา วิชชา แสงสว่าง ได้เกิดขึ้นแล้วแก่เรา ในธรรมทั้งหลายที่เราไม่เคยฟังมาก่อนว่า ทุกข์เราได้กำหนดรู้แล้ว ( กิจจญาณ )

      6. การยืนยัน การตรัสูรู้ เป็น พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ด้วยความหมดจด ในญาณทัศศนะ นั่นเอง
      ดูกรภิกษุทั้งหลาย ปัญญาอันรู้เห็นตามเป็นจริงของเราในอริยสัจ ๔ นี้ มีรอบ ๓  มีอาการ ๑๒ อย่างนี้ ยังไม่หมดจดดีแล้วเพียงใด  ดูกรภิกษุทั้งหลาย เรายังยืนยันไม่ได้ว่า  เป็นผู้ตรัสรู้สัมมาสัมโพธิญาณ อันยอดเยี่ยมในโลก พร้อมทั้งเทวโลก มารโลก พรหมโลก ในหมู่สัตว์ พร้อมทั้งสมณะ พราหมณ์ เทวดาและมนุษย์ เพียงนั้น. 

        ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็เมื่อใดแล ปัญญาอันรู้เห็นตามเป็นจริงของเรา ในอริยสัจ ๔ นี้ มีรอบ ๓ มีอาการ ๑๒ อย่างนี้ หมดจดดีแล้ว  ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อนั้น เราจึงยืนยันได้ว่า เป็นผู้ตรัสรู้สัมมาสัมโพธิญาณ อันยอดเยี่ยมในโลก พร้อมทั้งเทวโลก มารโลก พรหมโลกในหมู่สัตว์ พร้อมทั้งสมณะ พราหมณ์ เทวดาและมนุษย์.

       อนึ่ง ปัญญาอันรู้เห็นได้เกิดขึ้นแล้วแก่เราว่า ความพ้นวิเศษของเราไม่กลับกำเริบ ชาตินี้เป็นที่สุด ภพใหม่ไม่มีต่อไป.

      7. ผลของการฟังธรรม ส่วนนี้ จบลงผู้ที่บรรลุ คือ พราหมณ์โกณฑัญญะ บรรลุเป็น พระโสดาบัน ได้ธรรมจักษุ ซึ่งมีสภาวะอารมณ์ เข้าไปตัดละสังโยขน์ 3 ประการ ด้วย โสดาปัตติมมรรค และมีสภาวะเห็นจริงว่า สิ่งใดสิ่งหนึ่งมีความเกิดขึ้นเป็นธรรมดา  สิ่งนั้นทั้งมวล มีความดับเป็นธรรมดา. เป็น โสดาปัตติผล

   (    ก็แลเมื่อพระผู้มีพระภาคตรัสไวยากรณภาษิตนี้อยู่   
     ดวงตาเห็นธรรม  ปราศจากธุลี ปราศจากมลทิน ได้เกิดขึ้นแก่ท่านพระโกณฑัญญะว่า 
    สิ่งใดสิ่งหนึ่งมีความเกิดขึ้นเป็นธรรมดา  สิ่งนั้นทั้งมวล มีความดับเป็นธรรมดา.
    อิมัสฺมิญจะ ปะนะเวยยากะระณัสฺมิง ภัญญะมาเนฯ อายัสฺมะโต โกณฑัญญัสสะ วิระชัง วีตะมะลัง ธัมมะจักขุง อุทะปาทิ ยังกิญจิ สะมุทะยะธัมมัง สัพพันตัง นิโรธะธัมมันติ
    )
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 25, 2015, 06:19:51 AM โดย ธัมมะวังโส »
บันทึกการเข้า
เว ทา สา กุ กุ สา ทา เว ทา ยะ สา ตะ ตะ สา ยะ ทา สา สา ทิ กุ กุ ทิ สา สา กุ ตะ กุ ภู ภู กุ ตะ กุ

ธัมมะวังโส

  • ธัมมะวังโส
  • ผู้บริหารเว็บ
  • โยคาวจรผล
  • ********
  • ผลบุญ: +180/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 6193
  • Respect: +6
    • ดูรายละเอียด
    • เว็บไซต์
0

ขอบคุณภาพจาก http://topicstock.pantip.com

การบรรลุธรรม เพราะบารมี พระพุทธเจ้า เนื่องจากธรรม ถูกสกัดกั้น

  การบรรลุธรรมส่วนนี้ มีความสำคัญ เพราะหลาย ๆ ท่าน คิดว่า ไม่มีความจำเป็น แท้ที่จริง มันมีความจำเป็น อย่างมาก ด้วยบุคคลที่ปรารถนาการเป็นพระอรหันต์ บางท่าน บางคน ก็สั่งสมบารมี มาหลายภพ หลายพระพุทธเจ้า แล้ว ดังนั้น หากแต่มีกรรมบางอย่าง คอยริดรอนสกัดกั้น ไม่ให้บรรลุธรรม อยู่ ดังนั้นการบรรลุธรรม ด้วยพระบารมีของพระพุทธเจ้า โดยตรง จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง

   ในครั้งพุทธกาล ก็มีหลายองค์ หลายรูป ที่เป็น Case ยกมาให้ท่านได้ แต่วันนี้ ขอหยิบยก รูปเดียว คือ
   
   พระอริยะจูฬปันถก  ผู้ได้รับการแต่งตั้ง ว่า เป็น เอตทัคคะ ด้าน มโนมยิทธิ

      สำหรับพระอริยะ รูปนี้ก่อนที่ท่านจะเป็นพระอรหันต์ นั้น ท่านก็มีความปรารถนา ต้องการได้ดี คือ สำเร็จในพระพุทธศาสนาเป็นพระอรหันต์ เช่นกัน จึงติดตามพี่ชาย คือ พระอริยะมหาปันถก มาบวชแต่ครั้นมาบวชแล้ว อุปนิสสัย ที่ได้สร้างกรรมไว้ หลายประการจึงทำให้ถูกปิดความสามารถทางด้าน ความจำ ดังนั้นไม่ว่า พี่ชายจะให้ท่องบ่นอะไร ก็ล้วนแล้ว แต่ไม่จำ จนกระทั่ง ลดเหลือ เรื่องเดียว คือ การอนุโมทนาทาน บท ยถา สัพพี เนื่องด้วย พี่ชายได้รับแต่งตั้ง เป็นผู้แจกภัตร ดูแลเรื่องการแจกภัตร พี่ชายท่านก็เลยคิดว่า ถ้าอย่างอื่นในพระพุทธศาสนา น้องเราไม่สารมารถ มีวาสนา นั้นเราก็จะสอนเธอให้เป็นผู้ช่วย ในการแจกภัตร ดังนั้นท่านจึงให้ น้องชายท่าน ( จูฬปันถก ) ท่องบทอนุโมทนาวิธี ผ่านไป สามเดือน ท่านจูฬปันถก ก็ไม่สามารถจดจำ อนุโมทนาวิธีนั้นได้ ท่าน พระมหาปันถก ก็เลยบอกว่า เธอคงไม่มีวาสนา ในศาสนานี้แล้ว ขอให้เธอกลับบ้านไปช่วยภาระทางบ้านเถิด เนื่องด้วยท่านเกรงว่า น้องชายจะได้รับกรรมเพิ่มขึ้นจากการที่ภาวนาปฏิบัติกิจในศาสนาไม่ได้ กรรมที่มีอยู่ก็ไม่หมด กรรมใหม่ที่จะเกิด ก็ควรจะป้องกัน ท่านจึงได้พูดอย่างนั้น เพื่อให้ จูฬปันถก กลับไปอยู่บ้านเสีย ท่านจูฬปันถก ท่านก็อ้อนวอน อยากอยู่กับพี่ชาย เพราะการได้อยู่กับพี่ชายที่เป็นพระอรหันต์ ท่านก็มีความสุข นะ อย่าลืม พระมหาปันถก ท่านก็เป็นพระอรหันต์ นะ ดังนั้นท่านจึงร้องไห้ เสียใจ แต่ท่านพระมหาปันถก เล็งผลกรรมอันใหญ่ไว้ ไม่ให้บังเกิดแก่น้องชาย จึงพยายามไล่ให้กลับไปอยู่บ้าน ท่านจูฬปันถก ก็น้อยใจเป็นอย่างมากคร่ำครวญแทบเป็นแทบตาย จนกระทั่งผ่านราตรีไปเกือบได้อรุณ ท่านจึงเดินคร่ำครวญออกจากสถานที่ไปเรื่อย ๆ อย่างไร้จุดหมาย ในช่วงที่ท่านเดินคร่ำครวญอยู่นั้น พระพุทธเจ้ากำลังแผ่ข่ายพระญาณประจำวัน ก็ด้วยบารมีที่ท่านจูฬปันถกสั่งสมมาหลายชาติ นั้น จึงทำให้เข้าไปข่ายพระญาณ พระพุทธเจ้าจึงมายืนดักรอเธอ ที่หน้าประตูวัดแล้วไต่ถาม ว่า จูฬปันถก เธอจักไปไหน ? ท่าน จูฬปันถก ครั้นแลเห็นพระพุทธเจ้า ก็เกิดปีติ เป็นอย่างมาก ที่พรศาสดา ที่ตนและพี่ชายตนเคารพนั้นมายืนอยู่ตรงหน้า นี้ ทำให้ความพลุ่งพล่านคร่ำครวญเปลี่ยนเป็นปีติในธรรมแทน จึงกล่าวต่อพระพุทธเจ้าว่า ข้าพระองค์ จะกลับบ้าน พระเจ้าข้า
    พระพุทธเจ้าจึงจับแขนท่าน จูฬปันถก แล้วกล่าวว่า อย่างนั้นเธอมากับเราก่อน
    พระพุทธเจ้าได้พาท่านจูฬปันถก มานั่งที่หน้า คันธกุฏ๊ แล้ว พระองค์ จึงทรงหยิบผ้าเช็ดเท้าของพระองค์ มอบให้ ท่านจูฬปันถก แล้วกล่าวว่า ก่อนเธอจะกลับบ้าน ให้เธอนั่งลูบผ้าผืนนี้ แล้ว ภาวนาในใจว่า รโช หรณัง ไปเรื่อย จนกว่าเราจะกลับมาได้หรือไม่ ?
    พระจูฬปันถก ท่านก็รับคำ ดังนั้น พระพุทธเจ้า ก็ออกเสด็จบิณฑบาตร ตามที่ได้รับนิมนต์ไว้ในวนนั้นพร้อมพระสงฆ์ติดตาม 499 รูป หย่อนรูปเดียวด้วยเจตนาของพระองค์
    พระจูฬปันถก ครั้นพระพุทธเจ้าเสด็จออกภิกขาจาร แล้ว จึงเริ่มภาวนา ด้วยการเอามือลูบไปบนผ้าขาว แล้วภาวนาว่า รโช หรณัง รโช หรณัง รโช หรณัง รโช หรณัง รโช หรณัง อย่างนี้ไปเรื่อย ๆ ในที่สุดก่อนอรุณขึ้นฟ้า ท่านก็สำเร็จเป็นพระอรหันต์ พร้อมทั้ง ปฏิสัมภิทา สี่
    ( เรื่องยังมีอยู่อีกยาว แต่พอแล้ว พิมพ์มากเหนื่อย )

    ประเด็นที่ยก ขึ้นมานี้ อยากให้ท่านผู้อ่าน พิจารณา เรื่องราวให้ดี แล้วลำดับ ให้ดี ว่าเพราะอะไร ทำไมคนที่ไม่จำกลับบรรลุเป็นพระอรหันต์ได้

    1. เป็นเพราะท่านถูกปิดบารมี ด้วยเคยมีการกล่าวปรามาสพระธรรม พระสงฆ์ในสมัยหนึ่ง ท่านได้ว่ากล่าวพระอรหันต์ ขึ้นแสดงธรรม แล้ว ท่านก็หัวเราะ พูดปรามาสในครานั้น เรื่องนี้ก่อนพระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบันอีก ทั้ง ๆ ที่ท่านก็บำเพ็ญบารมีธรรมได้ขั้นสูง เช่นกันในสมัยนั้น ทำให้ ถูกปิดธรรมด้วย ธรรมเป็นเครื่องปิดนั่นเอง
     
    2. ถึงแม้ท่านไม่ได้ กล่าวคำขอขมาโดยตรงต่อพระรัตนตรัย แต่ได้ด้วยอาศัยบารมีธรรม ของพระพุทธเจ้า ช่วยเหลือ ในกรรมฐานที่เป็นเอกเทศ นั่นเองท่านจึงได้บรรลุธรรม

    3. ดังนั้นท่านทั้งหลาย ถ้าท่านมีความศรัทธา ในพระพุทธเจ้า พระธรรมเจ้า พระอริยสงฆ์เจ้าแล้ว การได้กล่าวคำขอขมาลุโทษ ทุกครั้งก่อนภาวนา จึงเป็นกิจที่จำเป็นในการภาวนาเป็นอย่างมากที่สำคัญ


     
   
บันทึกการเข้า
เว ทา สา กุ กุ สา ทา เว ทา ยะ สา ตะ ตะ สา ยะ ทา สา สา ทิ กุ กุ ทิ สา สา กุ ตะ กุ ภู ภู กุ ตะ กุ

ธุลีธวัช (chai173)

  • ปัญญา นัตถิ อฌายโต “ปัญญาไม่มีแก่ผู้ไม่พินิจ”
  • ศิษย์ตรง
  • โยคาวจรผล
  • *****
  • ผลบุญ: +35/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 2905
  • Respect: +2
    • ดูรายละเอียด
    • เว็บไซต์
0
               

 st12     :73:        st12    :34:        st12    :86:        st12    :72:

               
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 25, 2015, 12:54:27 PM โดย ธุลีธวัช (chai173) »
บันทึกการเข้า
ศรัทธา, ศีล, พาหุสัจจะ, วิริยารัมภะ, ปัญญา

PRAMOTE(aaaa)

  • ศิษย์ตรง
  • โยคาวจรผล
  • *****
  • ผลบุญ: +5/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • เพศ: ชาย
  • กระทู้: 3596
  • ความศรัทธาคือเชื่อเรื่องการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
0


           ขออนุโมทนาสาธุ ครับ
บันทึกการเข้า
การมีกัลยาณมิตร ครูบาอาจารย์ ที่สั่งสอนธรรม เป็นเรื่องที่ดี
..เชื่อเรื่องการตรัสรู้ธรรม ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
...และเชื่อในพระธรรมที่เป็นตัวแทนของพระศาสดา

ธัมมะวังโส

  • ธัมมะวังโส
  • ผู้บริหารเว็บ
  • โยคาวจรผล
  • ********
  • ผลบุญ: +180/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 6193
  • Respect: +6
    • ดูรายละเอียด
    • เว็บไซต์
0
การบรรลุธรรม เป็นพระอรหันต์ ด้วยความเพียร   
 การบรรลุธรรม ด้วยการสำนึกขอขมา
 การบรรลุธรรม ด้วยความตั้งใจเด็ดเดี่ยว
 การบรรลุธรรม เพราะต้องสละชีวิต
 การบรรลุธรรม ความเป็นเอตทัคคะ ที่เกื้อกูลแก่ชนใหญ่
 การบรรลุธรรม ที่ปฏิบัติธรรมถูกจริต
 การบรรลุธรรม เพราะต้องละมานะทิฏฐิจริง ๆ
 การบรรลุธรรม จำนนด้วยความสามารถ
 การบรรลุธรรม แบบฉับพลัน ก่อนกรรมตัดรอน
 การบรรลุธรรม เพราะได้กัลยาณมิตรที่ดี และสัปปายะที่สะดวก
 การบรรลุธรรม เพราะวาสนาบารมีครบถ้วน
 การบรรลุธรรม ด้วยความศรัทธาตรงต่อพระผู้พระภาคเจ้า
 ปฏิปทา สี่ ของผู้ภาวนา
 เริ่มต้นอย่างได้ผล ด้วยธรรมอันเอก อันพระผู้มีพระภาครับรองไว้ อย่างเร็ว ก็ฉับพลัน อย่างช้าก็เจ็ดปี
 การบรรลุธรรมด้วยรวม
       เพราะการฟังธรรม และ เทศนาธรรม
       เพราะการถึงพร้อมด้วยบารมีอธิษฐานธรรม
       เพราะความเพียรอันต่อเนื่อง และไม่ยิ่งหย่อน
       เพราะการปฏิบัติไปตามลำดับ เจริญภาวนาตามลำดับ
       เพราะความถึงพร้อมด้วยการเป็น พระอริยะจากพระพุทธเจ้าองค์ก่อน ๆ เช่น
           เป็นพระโสดาบัน ประเภท โกลังโกละ สัตตักขัตตุงปรมะ
           เป็นพระสกทาคามี ที่ต้องเวียนกลับมาเป็นมนุษย์ 1 ครั้ง
           เป็นพระอนาคามี ที่ปรารถนา นิพพาน ( อันนี้สถานะ เป็น พรหมอยู่แล้ว )
  กรรม 10 ประเภท ควรรู้ไว้ เบา กลาง หนัก มีส่วนแก่การบรรลุธรรม
     อาภัพพบุคคลที่ไม่ควรแก่การบรรลุธรรม 5 ประเภท และไม่มีทางบรรลุธรรม จนกว่าจะใช้กรรมหมด
  มาเริ่มต้น ภาวนาเพื่อผลอันไพบูลย์ ด้วยธรรมอันเอก
    การเริ่มต้น สู่การภาวนา อาศัย ทิฏฐิ เป็นแกนนำ อาศัย สังกัปปะ เป็นแรงขับ อาศัย อริยะศีล เป็นเครื่องฟอกกายวาจา อาศัย อริยะสมาธิ เป็นเครื่องฟอกใจ
    การทบทวน อริยสัจจะ 4 ด้วยวิปัสสนาญาณ ประจำวัน
    การเข้าสัปยุตธรรม ด้วย กำลังแห่งปฏิจจสมุปบาท ภาวนา
    การเข้าสุขสัญญา และ ลหุสัญญา เพื่อผลสมาบัติ
    การเข้าสุญญตาวิหารสมาบัติ ของพระสุกขวิปัสสก
    การเข้ามหาวิหารสุญญตาสมาบัติ ของพระอริยะบุคคลฝ่ายเจโตวิมุตติ ตั้งแต่ พระโสดาบัน จนถึง พระอนาคามี
    การเข้าอเนญชาสมาบัติ ของพระอนาคามี และ พระอรหันต์
    การเข้าสัญญาเวทยิตนิโรธ ของพระอรหันต์
    การรับลัญจกร จาก พระพุทธเจ้า
    การเข้าสู่ นิพพาน
   
    ก็หัวข้อทั้งหมด ของเรื่องนี้ จะทะยอยอธิบายไปเรื่อย ๆ นะ ไม่ต้องรีบร้อนกัน


     ;)
       
       
 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 26, 2015, 09:43:16 AM โดย ธัมมะวังโส »
บันทึกการเข้า
เว ทา สา กุ กุ สา ทา เว ทา ยะ สา ตะ ตะ สา ยะ ทา สา สา ทิ กุ กุ ทิ สา สา กุ ตะ กุ ภู ภู กุ ตะ กุ

ธัมมะวังโส

  • ธัมมะวังโส
  • ผู้บริหารเว็บ
  • โยคาวจรผล
  • ********
  • ผลบุญ: +180/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 6193
  • Respect: +6
    • ดูรายละเอียด
    • เว็บไซต์
เริ่มต้น ภาวนา ให้ได้ผล อย่างแน่นอน สั้น ๆ
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: เมษายน 26, 2015, 10:02:24 AM »
0
 ans1

    หลายคนบ่นมา ทางข้อความส่วนตัว ว่าพระอาจารย์ ตอบไม่ตรงประเด็น เหมือนน้ำท่วมทุ่ง ผักบุ้งโหรงเหรง ถามแค่เริ่มต้น แต่ ขยายข้อความไปมากมาย จนคำว่า เริ่มต้นหายไป
   
    อันที่จริงก็ตอบไปแล้ว สองบรรทัด สั้น ๆ  ตามการถามสั้น ๆ จากท่านทั้งหลาย ที่ตอบมายาว ๆ นั้นก็เพราะว่า เผื่อให้ท่านทั้งหลาย ที่เจริญภาวนาก้าวหน้ามาถึงตรงส่วนไหน ก็ตาม ได้มีช่องสำหรับสร้างคำถาม กลับมาอีก

    ไม่เป็นไร ( สุญญัง ) ส่วนนี้จะตอบเป็นแนวทาง ก็แล้วกัน นะ

    เริ่มต้น

      1. สร้าง ศรัทธา ในพระรัตนตรัย
            วิธีสร้าง ศรัทธา ก็ต้องไปถามตัวท่านเอง ว่าท่านต้องการอะไร จากพระรัตนตรัย คำตอบตรงส่วนนั้นก็คือ ศรัทธา ที่จะมีต่อพระรัตนตรัย
             สมมุติ ท่านต้องการเงินทอง สมบัติ เป็นต้น ท่านก็ต้องวิงวอน สวดอ้อนวอน เหมือนพระพุทธเจ้าเป็นพระเจ้าที่จะดลบันดาลให้ท่านได้สมหวัง ได้สมบัติ ตามใจปรารถนา อันนีี้ถามว่า ผิดไหม ก็ตอบว่า ไม่ผิดหรอก เพราะการถึือเอาพระพุทธเจ้า แบบนี้เขาเรียกว่า แบบชนทั่วไปที่หวังพึ่งพระเจ้า นั่นเอง ดีไหม ? ก็ดี ถ้าไม่ไปสร้าง อกุศล นะ ดีแน่นอน คนส่วนใหญ่ ก็เป็นอย่างนี้
            ศรัทธา ในพระรัตนตรัย มาจากไหน ?
            ศรัทธา มาจาก สัมมาทิฏฐิ
            สัมมาทิฏฐิ มีได้อย่างไร ?
            สัมมาทิฏฐิ มีได้ เพราะว่า เรียนรู้ ทุกขอริยสัจ ทุกขสมุทัยอริยสัจ ทุกขนิโรธอริยสัจ ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทาอริยสัจ รู้จัก กำหนดได้ และ กำหนดได้แล้ว
           ( เห็นไหมว่า ถึงพยายาม จะอธิบายสั้น ๆ แต่ มันก็ต้องแตกตัวออกไป ตามเหตุปัจจัยที่มา ของการภาวนาทั้งหมด )
           
      2. เข้าหา กัลยาณมิตร เพื่อ เรียน ศึกษา ธรรม สำหรับ ภาวนา
      3. หมั่นสร้างกุศล อย่างเนืองนิตย์ เพื่อปิดช่องว่าง ไม่ให้ อกุศล กำเหริบ ถ้าสร้างกุศล อกุศลก็จะดับไปเอง โดยธรรมชาติ เพราะ กุศล มีอยู่ อกุศล ก็จะหายไป
      4. หมั่นทบทวน ข้อผิดพลาด ที่กิเลส เข้าครอบงำใจ ของเรา การที่กิเลส ครอบงำใจเราได้นั้น ต้องเรียนรู้ข้อผิดพลาด จากตรงนั้นว่าเพราะอะไร จึงครอบงำเราได้ นั่นคือการเรียนรู้ ทุกขสมุทัยอริยสัจจะ โดยตรง
   
       ( ยังมีอีก แต่พอก่อน )
     
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 26, 2015, 10:04:49 AM โดย ธัมมะวังโส »
บันทึกการเข้า
เว ทา สา กุ กุ สา ทา เว ทา ยะ สา ตะ ตะ สา ยะ ทา สา สา ทิ กุ กุ ทิ สา สา กุ ตะ กุ ภู ภู กุ ตะ กุ

saieaw

  • พอพึ่งพาได้
  • ***
  • ผลบุญ: +1/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 271
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
0
 st11 st12 st12
 เห็นหัวข้อแล้ว ก็ ใคร่ อยากรู้เรื่องราว ถ้าพระอาจารย์ พิมพ์ไม่ทัน ก็อัดเป็นเสียงแปะในโพสต์ เลยดีหรือไม่ คะ น่าจะฟังง่าย และเร็วกว่า พิมพ์นะคะ

   :25: :25: st11 st12
บันทึกการเข้า

PRAMOTE(aaaa)

  • ศิษย์ตรง
  • โยคาวจรผล
  • *****
  • ผลบุญ: +5/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • เพศ: ชาย
  • กระทู้: 3596
  • ความศรัทธาคือเชื่อเรื่องการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
0

      ขออนุโมทนาสาธุ 
บันทึกการเข้า
การมีกัลยาณมิตร ครูบาอาจารย์ ที่สั่งสอนธรรม เป็นเรื่องที่ดี
..เชื่อเรื่องการตรัสรู้ธรรม ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
...และเชื่อในพระธรรมที่เป็นตัวแทนของพระศาสดา

Admax

  • ผู้อุปถัมภ์
  • โยคาวจรผล
  • ****
  • ผลบุญ: +0/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 1058
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
บันทึกการเข้า
ความติดข้องใจเสพย์อารมณ์ความพอใจยินดี และ ความไม่พอใจยินดี เป็น สมุทัย
ผลของการดำเนินไปแห่งความพอใจยินดี และ ความไม่พอใจยินดี เป็น ทุกข์
รู้สัจธรรมและปรมัตถ์ ดำรงอยู่ในกุศล สติ ศีล สมาธิ พรหมวิหาร๔ คิดดี พูดดี ทำดี เป็น มรรค
การดับไปแห่งความพอใจยินดี และ ความไม่พอใจยินดี ถึง อัพยกตธรรม เป็น นิโรธ

ธัมมะวังโส

  • ธัมมะวังโส
  • ผู้บริหารเว็บ
  • โยคาวจรผล
  • ********
  • ผลบุญ: +180/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 6193
  • Respect: +6
    • ดูรายละเอียด
    • เว็บไซต์
0

  นี่เป็นเรื่องราว ของชายคนหนึ่งที่ใช้ พลังสมาธิ ในการเอาชนะ ความเย็นจัด ถึงระดับน้ำแข็ง และพิษ ไปดูว่าเขาทำได้อย่างไร ?

  อันนี้ถ้าคนมีสายตา มอง ออร่าได้ ก็คงจะเห็นบางอย่างในระหว่างที่เขา ทำสมาธิ

 ;)
บันทึกการเข้า
เว ทา สา กุ กุ สา ทา เว ทา ยะ สา ตะ ตะ สา ยะ ทา สา สา ทิ กุ กุ ทิ สา สา กุ ตะ กุ ภู ภู กุ ตะ กุ

ธัมมะวังโส

  • ธัมมะวังโส
  • ผู้บริหารเว็บ
  • โยคาวจรผล
  • ********
  • ผลบุญ: +180/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 6193
  • Respect: +6
    • ดูรายละเอียด
    • เว็บไซต์
มนุษย์ ที่ค้นหา พลัง ต้านทานไฟ ระดับ lava
« ตอบกลับ #11 เมื่อ: เมษายน 28, 2015, 06:30:22 PM »
0

 อันนี้ต้องยอมรับเรื่องการพิสูจน์ ของพวกฝรั่ง เลยว่าพยายามดั้นด้นหาคนที่มีพลังพิเศษ ในกรณีนี้เป็น ธาตุไฟ

  ลองดูกันเองก็แล้วกัน

   ;)
บันทึกการเข้า
เว ทา สา กุ กุ สา ทา เว ทา ยะ สา ตะ ตะ สา ยะ ทา สา สา ทิ กุ กุ ทิ สา สา กุ ตะ กุ ภู ภู กุ ตะ กุ

ธัมมะวังโส

  • ธัมมะวังโส
  • ผู้บริหารเว็บ
  • โยคาวจรผล
  • ********
  • ผลบุญ: +180/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 6193
  • Respect: +6
    • ดูรายละเอียด
    • เว็บไซต์
0
  สำหรับเรืองนี้ คงต้องยกยอดไปรวมกับไฟล์เสียง แล้วนะ เพราะดูแล้ว ว่าถ้าพิมพ์ให้จบเลย คงใช้เวลาหลายเดือน แน่ ๆ เพราะดูเป็นเนื้อหาหนังสือไปเลย ซึ่งไม่ใช่วัตถุประสงค์ ของเรา นะ

  เอาเป็นว่า การปฏิบัติ เริ่มต้นให้ได้ผล ต้องปฏิบัติตาม อริยะมรรค มีองค์ 8 ประการนั่นแหละ ถึงจะแน่นอน
 แต่ที่นี้การปฏิบัติตามมรรค ในปัจจุบัน มีรูปแบบแตกต่างกันไปแต่ละสำนัก ถึงแม้จะเรียนจากพระพุทธเจ้าพระองค์เดียวกัน แต่คนที่ปฏิบัติก็มีความรู้สูงต่ำไม่เท่ากัน จริต อุปนิสัย ก็ไม่เหมือนกันทั้งหมด ดังนั้นใครปฏิบัติเห็นได้อย่างไร ก็นำสิ่งที่ปฏิบัติได้เห็นได้อย่างนันไปสอน ไปบอกต่อแก่ศิษย์ของตน ก็เลยกลายเป็นรูปแบบ แต่ละสำนัก ขึ้นมา เหมือนกับกรรมฐาน มัชฌิมา แบบลำดับ ก็แตกแขนงออกไปตามลูกศิษย์หลายแนวทาง จนทำให้ต้นแบบที่แท้จริง เกือบหมดไป ดีที่ทาง สำนักส่วนกลางยังคงรักษา แบบแผนนี้ไว้อยู่

   :coffee2: ;)
บันทึกการเข้า
เว ทา สา กุ กุ สา ทา เว ทา ยะ สา ตะ ตะ สา ยะ ทา สา สา ทิ กุ กุ ทิ สา สา กุ ตะ กุ ภู ภู กุ ตะ กุ

PRAMOTE(aaaa)

  • ศิษย์ตรง
  • โยคาวจรผล
  • *****
  • ผลบุญ: +5/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • เพศ: ชาย
  • กระทู้: 3596
  • ความศรัทธาคือเชื่อเรื่องการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
0
       ที่มาจาก มัชฌิมา แล้วแตกไป

          ที่เห็นก็มีแตกไปเป็น   ธรรมกาย

                     แตกไปเป็นสายพระป่า

                 ซึ่งทั้งนี้ทั้งนั้น ก็ขึ้นอยู่กับเหตุปัจจัย และธรรมที่ครูอาจารย์ผู้นั้น

                เรียกง่ายๆ ว่าสอนตามที่ตัวเองได้

        ก็เลย ลืมสอนตามลำดับ  แบบที่ตนเองร่ำเรียน ก็เปลี่ยนไปตามเหตุปัจจยนั่นแหละ

          หากถ้าจะเอากรรมฐานเดิมๆ แบบโบราณกันเลย ก็ต้องที่ คณะ5 วัดราชสิทธารามกันเลย

        ต้องนั้นยังเป็นต้นแบบอยู่ครับ :welcome: :49:
บันทึกการเข้า
การมีกัลยาณมิตร ครูบาอาจารย์ ที่สั่งสอนธรรม เป็นเรื่องที่ดี
..เชื่อเรื่องการตรัสรู้ธรรม ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
...และเชื่อในพระธรรมที่เป็นตัวแทนของพระศาสดา

rainmain

  • มีเหตุมีผล
  • ****
  • ผลบุญ: +2/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 323
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
0
สนใจเรื่องนี้ ครับ รอติดตาม ข้อความ และ เสียง อยู่ครับ นัดเวลา พูดเรื่องนี้ได้หรือไม่ ครับ เพราะผมไม่รู้เวลาที่พระอาจารย์ จะพูด สด หรือ อัดเสียง ครับ

  :49: :25: thk56
บันทึกการเข้า
คิดดี พูดดี ทำดี เป็นกุศล และ กรรมฐาน เป็นมหากุศล นะครับ

kobyamkala

  • โยคาวจรผล
  • ******
  • ผลบุญ: +5/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • เพศ: หญิง
  • กระทู้: 2232
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
0
สนใจเรื่องนี้ ครับ รอติดตาม ข้อความ และ เสียง อยู่ครับ นัดเวลา พูดเรื่องนี้ได้หรือไม่ ครับ เพราะผมไม่รู้เวลาที่พระอาจารย์ จะพูด สด หรือ อัดเสียง ครับ

  :49: :25: thk56


สนใจเช่นกัน คะ ถ้านัดบอกเวลา บรรยาย เรื่องนี้ จะขอบคุณมากคะ แต่ขอเป็นเวลา 20.30 น. ไปแล้ว นะคะเพราะช่วงนี้ ว่างคะ

  thk56 :25: :25: :25:
บันทึกการเข้า
แล้วลองแอบมาแย้มกะลา
เพื่อดูโลก เห็นแล้วตกใจโลกนี้กว้างใหญ่จริง ๆ