ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

ผู้เขียน หัวข้อ: อนิสงค์ของศีล  (อ่าน 3084 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

นิรตา ป้อมนาวิน

  • ศิษย์ตรง
  • โยคาวจรผล
  • *****
  • ผลบุญ: +20/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • เพศ: หญิง
  • กระทู้: 1193
  • อย่างน้อยชาตินี้ขอปิดอบายภูมิ
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
    • เว็บไซต์
อนิสงค์ของศีล
« เมื่อ: กรกฎาคม 23, 2015, 05:32:20 PM »
0
เรื่องอนิสงค์ของศีล เป็นเรื่องที่เขียนมาจากความเข้าใจและความจำล้วนไม่ได้อิงหนังสือเล่มใด ดังนั้นอาจยังมีข้อผิดพลาดจึงขออภัย ณ. ที่นี้ด้วย
     ศีล ในความหมายคือ การละ หรือการงดเว้น ถ้าแปลตามสถานะแล้วเป็นคำกลาง หมายถึงบัญญัติขึ้นมาไม่บังคับแต่แนะนำให้ปฏิบัติตาม ต่างกับคำว่า กฎ คือต้องกระทำตามนั้นหลีกเลี่ยงไม่ได้ดังนั้นคำว่ากฏจะใช้กับผู้มีอำนาจออกระเบียบบังคับกับบริวาร หรือกฎหมาย หรือกฎธรรมชาติ มากล่าวถึงศีลต่อ ศีลตามที่พุทธศาสนาบัญญัติมีเป็นระดับดังนี้คือ ศีล 5 ศีล 8 ศีล 10 ศีล 227 แยกแยะได้ดังนี้
     ศีล 5 สำหรับบุคคลทั่วๆไป มีรายละเอียดดังนี้
          1.ห้ามฆ่าสัตว์
          2.ห้ามลักทรัพย์
          3.ห้ามพูดเท็จ
          4.ห้ามผิดลูกเมีย(สามี)ผู้อื่น(กระทำผิดทางกาม)
          5.ห้ามดื่มสุราสิ่งมึนเมา
     ศีล 8 สำหรับชีพราหมณ์ แม่ชี ชีปะขาว ฤษี หรือนักพรต มี    รายละเอียดดั้งนี้
          1.ห้ามฆ่าสัตว์
          2.ห้ามลักทรัพย์
          3.ห้ามพูดเท็จ พูดจ่อเสียด
          4.อพราหมณ์จาริยา คือไม่ผิดพรหมจันท์ ไม่ถูกต้องเพศตรงกันข้าม และไม่สำเสร็จความใคร่ด้วยตัวเอง  หรือผู้อื่นทำให้
          5.ห้ามดื่มสุราสิ่งมึนเมา
          6.ห้ามรับทานอาหารหลังยามวิกาล คือหลังเทียงวัน
          7.ห้ามลูบไล่ร่างกายด้วยของหอม ห้ามทัดดอกไม้และ ฟ้อนรำทำเพลง
          8.ห้ามนั่งนอนในที่เตียงสูงหรือเบาะหรือฟูกสูง
     ศีล 10 สำหรับสามเณร มีรายละเอียดเพิ่มจาก ศีล 8 ดังนี้
           9.ห้ามดูมโหรสพการฟ้อนรำทำเพลงหรือสิ่งที่แสดง ที่เป็นภัยต่อพรหมจรรย์
          10.ห้าม จับต้องเงินทอง (ตามความหมายที่แท้และเคร่งครัดสมัยโบราณ คือห้ามชื้อขายสินค้าหรืออาหารให้ดำรงสถานะอย่างผู้ขอหรือบิณฑบาต ไม่ว่าจะเป็นพระหรือสามเณร)
     ศีล 227สำหรับพระภิกษุ ซึ่งมีรายละเอียดเพิ่มจากศีล 10 แต่ไม่ขอกล่าวในที่นี้เพราะมีเยอะเกินไป
ท่านผู้อ่านคงได้ทราบเรื่องศีลมาบ้างแล้วเพราะเป็นพุทธศาสนาเหมือนกัน คราวนี้จะเข้าสู่ผลของศีลเริ่มจากศีล 5
      ผลหรืออานิสงส์ของศีล 5 ที่เป็นปัจจุบัน คือ
          1.ทำให้เป็นผู้มีศตรูน้อย
          2.ทำให้เป็นผู้ไม่มีคดีมาติดพัน(ยกเว้นผู้มีกรรมเก่าส่งผล)
          3.เป็นผู้ที่ผู้อื่นไว้เนื้อเชื่อใจ
          4.ทำให้ครอบครัวอบอุ่น
          5.ทำให้เป็นผู้ไม่ขาดสติแล้วไปทำความผิดร้ายแรง
      ผลของผู้ผิดศีล 5 ที่เห็นในปัจจุบัน คือ
          1.มีศตรูมากมีบางท่านโดนฆ่าตายเพราะไปฆ่าผู้อื่น
          2.มีคดีติดพันหรือติดคุกเพราะลักทรัพย์หรือฆ่าผู้อื่น
          3.ไม่มีผู้ไว้เนื้อชื่อใจ
          4.ครอบครัวหาความสุขไม่ได้ติดโรคติดต่อหรือแยกทางกัน
          5.ทำให้เกิดอุบัติเหตุ หรือทะเราะวิวาทกัน
      ผลหรืออานิสงส์ของศีล 5 แบบข้ามชาติตามตำรา
          1.เมื่อตายแล้วก็เกิดเป็นเทวดาหรือเกิดเป็นมนุษย์เป็น อย่างต่ำ
          2.เมื่อเกิดเป็นเทวดาหรือมนุษย์จะไม่พิการ มีอาการและร่างกายครบทุกอย่าง  ส่วนลักษณะเด่นดีอย่างอื่นจะขึ้นอยู่ กับกุศลที่ทำพิเศษออกไป
     ตัวอย่างของผู้ผิดศีล 5 ที่ส่งผลปัจจุบันมีตัวอย่างให้เห็นไห้รู้กันมากมายในปัจจุบันนี้ เช่นตามข่าวหนังสือพิมพ์ อยู่ในคุกในตาราง หรืออาจจะคนเป็นรอบข้างที่มีความทุกข์เผารนอยู่ แล้วแสดงออกทางกายวาจาให้เห็น หรืออาจจะเป็นตัวเราเองทีทำผิดที่จิตใจกำลังทุกข์รนอยู่ก็ได้ ซึ่งมีตัวอย่างให้เห็นกันมากเลย ถ้าเป็นผู้เข้าใจกรรมและเข้าใจธรรม คงไม่ต้องทุกข์และหลีกเลี่ยงไม่กระทำในสิ่งที่ก่อให้เกิดความทุกข์อันมากมาย
     ตัวอย่างของผู้ผิดศีล 5 แบบข้ามภพข้ามชาติตามตำรา
     เรื่องที่ 1.
          พ่อค้าฆ่าสุกร มีคนฆ่าสุกรคนหนึ่งเป็นทั้งคนฆ่าสุกรเองและชำละเนื้อสุกรขาย เป็นคนที่ไม่เคยทำบุญตักบาตรหรือฟังธรรมเลยและมีความคิดว่าฆ่าสัตว์ผิดที่ตรงใหน ฆ่าสุกรมาตั้งแต่หนุ่มจนแก่แล้วไม่เห็นมีอะไรเกิดขึ้น บาปกรรมไม่มี ซ้ำยังสอนให้ลูกหลานเข้าใจตามนี้จะได้ยึดอาชีพนี้ต่อไป อย่างนี้เรียกว่าผิดศีลแล้วยังเห็นผิดนับว่ามีฐิติมั่น ส่วนผู้ที่ประกอบอาชีพในการฆ่าสัตว์แต่ไม่ผิดกฎหมาย และมีความเห็นถูกว่าบาปบุญมีจริง ด้วยความจำเป็นจึงต้องประกอบอาชีพอยู่ยังดีกว่าเป็น ไหนๆ เพราะเมื่อมีโอกาศเปลี่ยนอาชีพที่ดีในแง่ของการไม่ผิดศีลเขาก็สามารถค่อยๆ เปลี่ยน หรือเปลี่ยนทันที่โดยไม่ลังเล โดยที่ไม่ทำให้ฐานะครอบครัวต่ำลงมากนัก มากล่าวถึงพ่อค้าฆ่าสุกรคนนี้ต่อ เมื่อมีฐิติผิดอย่างนี้แม้จะมีอายุมากแล้วก็ยังลงมือฆ่าสุกรด้วยตัวเอง และด้วยมีกำลังน้อยลงเวลาฆ่าสุกร ก็ทำให้สุกรทรมานมากกว่าจะสิ้นชีวิต มาถึงคราวกรรมอันเป็นอกุศลที่จะส่งผลพ่อค้าฆ่าสุกรคนนี้ ขณะที่กำลังใช้มีดช่วงแทงลำคอสุกรแต่ไม่ตรงจุดสำคัญทำให้สุกรตัวนั้นดิ้น ขาหน้าของสุกรถีบพ่อค้าฆ่าสุกรกระเด็นไปโดนถังน้ำร้อนลวกตนเองตั้งตัว แต่ไม่ตายในทันทีร้องครวญครางอยู่ จนลูกๆต้องเอาไปรักษาบนบ้าน ด้วยพิษความร้อนและบาดแผลทำให้มีอาการไข้และเพ้อ แสดงอาการร้องออกมาเหมือนหมูร้องเมื่อโดนเชือดทุรนทุรายเหมือนหมู รักษาอย่างไรก็ไม่หายมีอาการทรุดลงทุกวันๆ แสดงอาการอย่างนี้อยู่หลายวัน ผู้ที่มาเห็นแล้วรู้สึกสังเวชแทน พอขาดใจตายก็ลงนรกทันที่
     เรื่องที่ 2.
          พระภิกษุผู้ผิดศีล 5 ในสมัยพระพุทธเจ้าองค์ก่อนหรือสมัยพระกัสสปะพุทธเจ้าได้มีพระภิกษุ 2 พี่น้อง พระภิกษุที่เป็นพี่เมื่อเข้ามาบวชก็ศึกษาข้อวัตรและข้อปฏิบัติต่างๆ แล้วเข้าสู่ที่วิเวกปฏิบัติกรรมฐานอยู่รูปเดียว ด้วยความอดทนและมีขันติ จึงสำเร็จเป็นพระอรหันต์ ส่วนพระภิกษุผู้เป็นน้องเมื่อศึกษาข้อวัตรปฏิบัติต่างๆ แล้ว ก็ไม่ยอมที่จะปฏิบัติกรรมฐาน และยังไปมาหาสู่กับมารดาเป็นประจำ ซ้ำมีความเห็นผิดว่าพระอริยะนั้นไม่มีจริง จึงพูดจาบจ้วงในพระธรรมและพระสงฆ์ต่างๆ และมีพฤติกรรมที่ไม่ดีคือเอาของสงฆ์มาเป็นของตน และเมื่อติดพันกับทางบ้านก็ยักย้ายถ่ายเทของสงฆ์ไปให้กับทางบ้านเป็นประจำ ฝ่ายพระอรหันต์ผู้เป็นพี่ก็ได้มาเตือนน้องและมารดาของท่านเอง ก็ยังถูกพระผู้น้องและมารดาว่ากล่าวกลับมาเสียอีก เป็นอย่างนี้อยู่หลายครั้ง จนพระอรหันต์ผู้ที่เป็นพี่พิจารณาเห็นว่าฐิติของพระผู้น้องและมารดาไม่สามารถแก้ไขได้ จึงได้ถอยออกไป พอพระผู้น้องและมารดาสิ้นอายุไขก็มุ่งหน้าตกนรกทันที่ ฝ่ายพระผู้พี่ก็นิพพานในชาตินั้น ฝ่ายพระผู้น้องตกนรกทรมานอย่างแสนสาหัส เป็นเวลาลวงเลยถึง 1 พุทธันดร คือถึงในสมัยของพระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน ก็ได้มาเกิดเป็นปลาพันธุ์หนึ่งมีเกล็ดเป็นสีทองสวยงามมาก เผอิญวันหนึ่งคนหาปลาได้จับปลาตัวนี้ได้และเอาขึ้นฝั่งคนก็มามุงดูกันใหญ่ เพราะความสวยงามของปลา แต่พอปลาตัวนี้อ้าปาก  จะมีกลิ่นเหม็นคละฟุ้งกระจายไปหมดน่าสะอิดสะเอียน ขณะนั้นพระพุทธองค์ดำเนินผ่านมาและเห็นเหตุการณ์ จึงมีพระที่ติดตามมาด้วยกราบทูลพระพุทธองค์ว่า ทำไม่ปลาตัวนี้จึงมีลักษณะอย่างนี้ พระพุทธองค์จึงตรัสเล่าให้ฟังตามที่กล่าวมาข้างตน และการที่ปลาตัวนี้มีสีทองสวยงาม เพราะอานิสงส์ของการได้บวชถือศีลและการที่เมื่อปลาอ้าปากแล้วมีกลิ่นเหม็นนั้นเป็นเพราะเศษกรรมที่ กล่าวจาบจ้วงพระธรรมและพระสงฆ์ในชาติที่เป็นพระ ส่วนกรรมหนักจริงได้รับไปแล้วในนรก
      มากล่าวถึงผลหรืออานิสงส์ของศีล 8 หรืออุโบสถศีล
      ผลหรืออานิสงส์ของศีล 8 ที่เป็นปัจจุบัน คือ
          1.ทำให้เป็นผู้มีศตรูน้อย
          2.ทำให้เป็นผู้ไม่มีคดีมาติดพัน(ยกเว้นผู้มีกรรมเก่าส่งผล)
          3.เป็นที่นับถือของผู้อื่น
          4.ทำให้มีชีวิตอย่างสงบภาระในการเป็นอยู่น้อย
          5.ทำให้เป็นผู้ไม่ขาดสติแล้วไปทำความผิดอย่างร้ายแรง
      ผลหรืออานิสงส์ของศีล 8 แบบข้ามชาติตามตำรา
          1.เมื่อตายแล้วก็เกิดเป็นเทวดาหรือเกิดเป็นมนุษย์เป็นอย่างต่ำ เมื่อเกิดเป็นมนุษย์เมื่อกุศลมีความพร้อมมีโอกาศเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ์
          2.เมื่อเกิดเป็นเทวดาหรือมนุษย์จะมีรูปร่างสวยงามและไม่พิการ มีอาการและร่างกายครบทุกอย่าง ส่วน ลักษณะเด่นดีอย่างอื่นจะขึ้นอยู่กับกุศลที่ทำพิเศษออกไป
    ตัวอย่างผลของศีล 8 ชั่วคืนเดียวแบบข้ามชาติตามตำรา
          เรื่องมีอยู่ว่ามีเศรษฐีท่านหนึ่งเป็นคนใจบุญ และทุกวันพระจะอยู่อุโบสถศีล คือถือศีล 8 ฝ่ายข้าทาสบริวารก็ถือศีล 8 ตามท่านเศรษฐีไปด้วย และอยู่มาวันหนึ่งมีมานพคนหนึ่งได้มาขอรับจ้างเป็นคนทำสวนในบ้านเศรษฐี ท่านเศรษฐีก็รับไว้และให้ไปอยู่รวมกับพนักงานทำสวน พอวันที่ 3 ของการทำงาน เนื่องจากเป็นคนงานใหม่จึงมุทำงาน แล้วกะว่าจะไปทานข้าวในมื้อเที่ยงทีเดียว และพอดีวันนั้นเป็นวันพระ แต่มานพคนนี้ไม่รู้ความเป็นไปในบ้านเศรษฐีจึงเผลอทำงานเลยเที่ยงไป พอเข้าไปในโรงครัวก็แปลกใจเห็นมีการล้างภาชนะอาหารต่างๆ เก็บไว้อย่างเป็นระเบียบ มานพจึงเข้าไปสอบถามคนครัว คนครัวเลยบอกว่า "ท่านไม่รู้เหรอ? วันนี้เป็นวันพระ ซึ่งตามประเพณีของบ้านนี้ทุกคนจะถือศีลแปดไม่ทานอาหารหลังเทียงวัน และงานต่างๆ ก็ให้หยุดพักผ่อนเพื่อฟังเทศฟังธรรม แต่ถ้าท่านหิวมากข้าพเจ้าจะหาอาหารมาให้ท่าน" ฝ่ายมานพเมื่อทราบดังนั้นจึงบอกกับคนครัวว่า "ท่านไม่ต้องหาอาหารมาให้ข้า ในเมื่อทุกคนในบ้านท่านเศรษฐี ปฏิบัติกันดังนี้ ข้าพเจ้าปฏิบัติตามและขอถือศีล 8 ตั้งแต่บัดนี้จนถึงพรุ่งนี้เช้า" เมื่อมานพกล่าวเสร็จก็ไปอาบน้ำชำระร่างกาย ตกค่ำก็ฟังเทศฟังธรรม พอถึงกลางดึกก็เริ่มมีอาการปวดท้อง ปวดจนต้องร้องโอดครวญขึ้นมา จนพนักงานที่นอนพักด้วยกันตื่นขึ้นมาแล้วกล่าวว่า "ท่านทานอาหารเถอะ ข้าพเจ้าจะหามาให้" ฝ่ายมานพกล่าวด้วยความอดทนว่า "ท่านอย่าลำบากเพราะข้าเลย ข้าตั้งใจรักษาศีล 8 จนถึงพรุ่งนี้เช้า" ดังนั้นทุกคนก็นอนกันต่อ ยกเว้นมานพผู้นี้กัดฟันทนความเจ็บปวดจนถึงรุ้งเช้าจนไม่สามารถเดินเหินได้และเพือนร่วมห้องนอนก็หามออกมาข้างนอก ซึ่งอยู่ใกล้กับถนนใหญ่ และพอดีกับราชากับราชินีผู้ปกครองเมืองนั้นทรงช้างพร้อมทั้งข้าราชบริวาร กำลังเสด็จอยู่บนถนนใหญ่ ฝ่ายมานพคนนั้นกำลังทนความเจ็บปวดไม่ไหว บังเกิดได้ยินเสียงมโหรีและเห็นกระบวนของพระราชาทำให้มานพคนนี้เกิดมีจิตใจปารถนายากเป็นพระราชา หลังจากนั้นก็ขาดใจตายพร้อมทั้งจุติในครรภ์ของราชินีทันที (หมายเหตุบางคนอาจจะแย้งว่าจะไปเกิดได้อย่างไร? เพราะราชาและราชินีกำลังทรงช้างอยู่ ท่านอย่าลืมว่าทางวิทยาศาสตร์ปัจจุบันเขาได้วิเคราะห์มาแล้วว่า เชื้ออสุจิสามารถมีชีวิตอยู่ในช่องคลอดได้เป็นเวลา 48 ชั่วโมงถ้ายังไม่สามารถผสมกับไข ดังนั้นการจุติของมานพคนนี้จึงไม่ขัดแย้งกับหลักวิทยาศาสตร์) เมื่อโอรสประสูติออกมาและเจริญวัยขึ้นและได้ครองราชสมบัติแต่ยังทรงจำชีวิตเมื่อชาติก่อนได้ จึงได้เล่าประวัติของตนเองให้พระพุทธเจ้าทรงทราบ

     ตัวอย่างผล(อานิสงส์)ของศีล 8 ในอดีตชาติที่สัมพันธ์กับปัจจุบัน    เป็นเรื่องของพระพุทธเจ้า ตอนสมัยที่เป็นพระโพธิสัตว์ ในสมัยอดีตนั้นพระโพธิสัตว์ได้ละทิ้งครอบครัวและทรัพย์สิน ออกบวชเป็นดาบส ถือศีล 8 จนมรณะภาพก็ได้ไปเกิดเป็นพรหมเป็นเทวดาตามลำดับ และได้มาเกิดเป็นพระราชาในเมืองมนุษย์ ครั้งหนึ่งได้รับศีล 8 จากฤาษี ให้อยู่อุโบสถศีลในวันพระ พอออกจากอุโบสถศีล ก็มีจักรแก้ว มเหสีแก้ว ช้างแก้ว ม้าแก้ว เสนาแก้ว และได้ปกครองโลกโดยธรรมโดยที่ไม่เสียเลือดเนื้อแม้แต่นิดเดียว เป็นจักรพรรดิองค์หนึ่ง (หมายเหตุ คำว่าจักรพรรดิในความหมายของศาสนาพุทธ หมายถึงการได้ปกครองโดยธรรม ไม่ใช่รบลาฆ่าฟันกันเพื่อแย่งชิงดินแดนหรืออำนาจ ต่างกับความหมายปัจจุบัน)
     ส่วนอานิสงส์ของศีล 10 ศีล 227    จะไม่ขอกล่าวในที่นี้

      อันศีลนั้นควรรักษาเป็นอาจิณ        ไม่ควรหมิ่นแม้จะเล็กน้อย
ผลของศีลมีมากจนเป็นร้อย                   ยังประกองถอยห่างจากอบาย
ศีลรักษากายวาจาไม่ให้ผิด                     แล้วมองจิตสร้างสติปัญญาไว้
สอนตนวางอัตตาให้วางวาย                ให้มันตายเสียก่อน ตายจริงเอย

ที่มา www.vichadham.com
บันทึกการเข้า
เว ทา สา กุ กุ สา ทา เว ทา ยะ สา ตะ ตะ สา ยะ ทา สา สา ทิ กุ กุ ทิ สา สา กุ ตะ กุ ภู ภู กุ ตะ กุ

PRAMOTE(aaaa)

  • ศิษย์ตรง
  • โยคาวจรผล
  • ********
  • ผลบุญ: +5/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • เพศ: ชาย
  • กระทู้: 3596
  • ความศรัทธาคือเชื่อเรื่องการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
Re: อนิสงค์ของศีล
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: กรกฎาคม 23, 2015, 06:49:07 PM »
0

         ขออนุโมทนาสาธุ ครับ
บันทึกการเข้า
การมีกัลยาณมิตร ครูบาอาจารย์ ที่สั่งสอนธรรม เป็นเรื่องที่ดี
..เชื่อเรื่องการตรัสรู้ธรรม ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
...และเชื่อในพระธรรมที่เป็นตัวแทนของพระศาสดา

ดนัย

  • ศิษย์ตรง
  • กำลังแหวกกระแส
  • *****
  • ผลบุญ: +0/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 179
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
Re: อนิสงค์ของศีล
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: กรกฎาคม 23, 2015, 07:45:12 PM »
0
 st11 st12 st12
บันทึกการเข้า
"พระธรรม เป็นสิ่งที่พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสไว้ดีแล้ว
เป็นสิ่งที่ผู้ศึกษาและปฏิบัติ พึงเห็นได้ด้วยตนเอง
เป็นสิ่งที่ปฏิบัติได้ และให้ผลได้ไม่จำกัดกาล
เป็นสิ่งที่ควรกล่าวกะผู้อื่นว่า ท่านจงมาดูเถิด
เป็นสิ่งที่ควรน้อมเข้ามาใส่ตัว
เป็นสิ่งที่ผู้รู้ก็รู้ได้เฉพาะตน"

ธุลีธวัช (chai173)

  • ปัญญา นัตถิ อฌายโต “ปัญญาไม่มีแก่ผู้ไม่พินิจ”
  • ศิษย์ตรง
  • โยคาวจรผล
  • *****
  • ผลบุญ: +35/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 2905
  • Respect: +2
    • ดูรายละเอียด
    • เว็บไซต์
Re: อนิสงค์ของศีล
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: กรกฎาคม 25, 2015, 10:14:38 PM »
0


เมื่อพูดถึงการรักษาศีล หลายคนอาจเบนหน้าหนีชนิดคิดในใจว่า(อย่าไปคุยกับมัน "บ้า") ในเมื่อคนมีศีลเป็นคนบ้าไปในสายตาคนอื่นๆ คนมีศีลเลยกลายเป็นคนไร้เพื่อนอย่างเช่นผมทุกวันนี้(เพื่อนน้อยครับ) แม้คิดดีมีบ้างที่ชักชวนเพื่อนๆที่พิจารณาแล้วว่าน่าจะพอพูดคุยกันได้สร้างกุศล(หล่อสร้างพระ,สร้างอักขรไตรปิฏก,หล่อรูปเคารพครูอาจารย์) มีเพื่อนหลายคนทำแบบขอไปที มีบ้างบางคนที่เราอยากผูกวาสนาด้วยก็พาลแสดงอาการประมาณว่ารำคาญไม่พูดด้วย(โดยเฉพาะอิตถีสาวๆ) มองผมเหมือนไส้เดือนกิ้งกือแล้วไปสนิทกับด้วยคนทุศีล(สุรา,นารี,การพนัน)ว่าเป็นคนน่าเชื่อถือเคารพได้ ไว้ใจ ผมนี้เศร้าเลย ทำไมโลกมันหมุนกลับตาลปัตรเป็นไปเสียเช่นนั้นได้ ผมนั้นกลับมาพิจารณาตนเองว่านับแต่จำความได้ผมนั้นก็ใฝ่ใจศึกษาธรรมรักษาศีลมาตลอดนี่เราเลวหรือนี่ ทุกวันนี้พยายามวางตัววางตนเสงี่ยมไม่พูดเรื่องธรรมะกับใครๆคนไม่มีศีลทำบุญแบบชนิดภาษีสังคมเขาไม่ใส่ใจเรื่องธรรม,มรรค,ผล,นิพพานใดใด ในเมื่อเขาปิดประตูเสียเช่นนี้ก็วัวควายดีดีนี้เอง ราตรีสวัสดิ์ครับ!
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 25, 2015, 10:24:53 PM โดย ธุลีธวัช (chai173) »
บันทึกการเข้า
ศรัทธา, ศีล, พาหุสัจจะ, วิริยารัมภะ, ปัญญา

PRAMOTE(aaaa)

  • ศิษย์ตรง
  • โยคาวจรผล
  • ********
  • ผลบุญ: +5/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • เพศ: ชาย
  • กระทู้: 3596
  • ความศรัทธาคือเชื่อเรื่องการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
Re: อนิสงค์ของศีล
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: กรกฎาคม 26, 2015, 03:34:15 PM »
0
 st11
              เมื่อเรารักษาศิล  ศิลจะรักษาเรา
บันทึกการเข้า
การมีกัลยาณมิตร ครูบาอาจารย์ ที่สั่งสอนธรรม เป็นเรื่องที่ดี
..เชื่อเรื่องการตรัสรู้ธรรม ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
...และเชื่อในพระธรรมที่เป็นตัวแทนของพระศาสดา

Admax

  • ผู้อุปถัมภ์
  • โยคาวจรผล
  • ****
  • ผลบุญ: +0/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 1059
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
Re: อนิสงค์ของศีล
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: กรกฎาคม 26, 2015, 04:14:21 PM »
0
 st12 st12 st12
บันทึกการเข้า
ความติดข้องใจเสพย์อารมณ์ความพอใจยินดี และ ความไม่พอใจยินดี เป็น สมุทัย
ผลของการดำเนินไปแห่งความพอใจยินดี และ ความไม่พอใจยินดี เป็น ทุกข์
รู้สัจธรรมและปรมัตถ์ ดำรงอยู่ในกุศล สติ ศีล สมาธิ พรหมวิหาร๔ คิดดี พูดดี ทำดี เป็น มรรค
การดับไปแห่งความพอใจยินดี และ ความไม่พอใจยินดี ถึง อัพยกตธรรม เป็น นิโรธ

บุญเอก

  • โยคาวจรมรรค
  • *****
  • ผลบุญ: +2/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 516
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
Re: อนิสงค์ของศีล
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: กรกฎาคม 27, 2015, 02:53:15 AM »
0
 st12 st12 st12
บันทึกการเข้า
ทำงานอาสา หวังช่วยคนตกยาก แม้จะลำบาก แต่ก็จะทำโดยความไม่หนักใจ
อาสากตัญญู พัทยา ยินดีรับใช้