ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

ผู้เขียน หัวข้อ: วิปัตติสัมปทาสูตร (วิบัติ ๓ สัมปทา ๓)  (อ่าน 2819 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ดนัย

  • ศิษย์ตรง
  • กำลังแหวกกระแส
  • *****
  • ผลบุญ: +0/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 179
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
วิปัตติสัมปทาสูตร (วิบัติ ๓ สัมปทา ๓)
« เมื่อ: กรกฎาคม 25, 2015, 11:01:44 AM »
0
ขอรวมกระทู้ ตายแล้วไปไหน ๒ และ ตายแล้วไปไหน ๓ เข้าด้วยกัน

     เนื่องจากบางท่าน อาจไม่ได้อ่านกระทู้ทั้ง ๒ จนครบ

เพราะพระพุทธเจ้ามีปกติแสดงธรรมเป็น คู่

     การศึกษาธรรมก็ควรศึกษาเป็น คู่

เมื่อรู้จัก วิบัติ ๓ ก็ควรรู้จัก สัมปทา ๓

     เมื่อรู้จัก สัมปทา ๓ ก็ควรรู้จัก วิบัติ ๓

เหมือนเราจะละอกุศล เจริญกุศล เราก็ต้องรู้จักธรรมส่วนที่เป็นอกุศล เราต้องรู้จักธรรมส่วนที่เป็นกุศล

     เราถึงจะละธรรมที่เป็นส่วนอกุศลได้ และยึดธรรมที่เป็นกุศลได้

ถ้าเราศึกษาแต่ธรรมที่เป็นอกุศล เราก็รู้แต่ธรรมที่ควรละ ควรสลัดออกจากใจ แต่เราไม่รู้ธรรมที่ควรยึดถือ ควรน้อมนำเข้าสู่ใจเรา

     ถ้าเราศึกษาแต่ธรรมที่เป็นกุศล เราก็รู้แต่ธรรมที่ควรยึดถือ ควรน้อมนำเข้าสู่ใจเรา แต่เราไม่รู้ธรรมที่ควรละ ควรสลัดออกจากใจ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 25, 2015, 11:16:59 AM โดย danai_siriangkawoot »
บันทึกการเข้า
"พระธรรม เป็นสิ่งที่พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสไว้ดีแล้ว
เป็นสิ่งที่ผู้ศึกษาและปฏิบัติ พึงเห็นได้ด้วยตนเอง
เป็นสิ่งที่ปฏิบัติได้ และให้ผลได้ไม่จำกัดกาล
เป็นสิ่งที่ควรกล่าวกะผู้อื่นว่า ท่านจงมาดูเถิด
เป็นสิ่งที่ควรน้อมเข้ามาใส่ตัว
เป็นสิ่งที่ผู้รู้ก็รู้ได้เฉพาะตน"

ดนัย

  • ศิษย์ตรง
  • กำลังแหวกกระแส
  • *****
  • ผลบุญ: +0/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 179
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
Re: วิปัตติสัมปทาสูตร (วิบัติ ๓ สัมปทา ๓)
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: กรกฎาคม 25, 2015, 11:03:56 AM »
0
                                             

วิปัตติสัมปทาสูตร

ว่าด้วยวิบัติ  และสัมปทา


ภิกษุทั้งหลาย  วิบัติ  ๓  ประการนี้
     วิบัติ  ๓  ประการ  อะไรบ้าง  คือ
     ๑.  สีลวิบัติ       (ความวิบัติแห่งศีล)
     ๒.  จิตตวิบัติ      (ความวิบัตแห่งจิต)
     ๓.  ทิฏฐิวิบัติ      (ความวิบัติแห่งทิฏฐิ)
     
<สีลวิบัติ>  เป็นอย่างไร
      คือ  บุคคลบางคนในโลกนี้เป็นผู้ฆ่าสัตว์  ลักทรัพย์  ประพฤติผิดในกาม  พูดเท็จ พูดส่อเสียด  พูดคำหยาบ  พูดเพ้อเจ้อ  นี้เรียกว่า  สีลวิบัติ


<จิตตวิบัติ>  เป็นอย่างไร
      คือ  บุคคลบางคนในโลกนี้เป็นมิจฉาทิฏฐิ(เห็นผิด)  มีจิตพยาบาท  นี้เรียกว่า จิตตวิบัติ

<ทิฏฐิวิบัติ>  เป็นอย่างไร
      คือ  บุคคลบางคนในโลกนี้เป็นมิจฉาทิฏฐิ  มีความเห็นวิปริตว่า  “ทานที่ให้แล้วไม่มีผล  ยัญที่บูชาแล้วไม่มีผล  การเซ่นสรวงไม่มีผล  ผลวิบากแห่งกรรมที่ทำดีและชั่วก็ไม่มี  โลกนี้ไม่มี  โลกหน้าไม่มี  มารดาไม่มีคุณ  บิดาไม่มีคุณ  โอปปาติกสัตว์ไม่มี สมณพราหมณ์ผู้ประพฤติดีปฏิบัติชอบทำให้แจ้งโลกนี้และโลกหน้าด้วยปัญญาอันยิ่งเองแล้วสอนผู้อื่นให้รู้แจ้งก็ไม่มีในโลก”  นี้เรียกว่า  ทิฏฐิวิบัติ


เพราะสีลวิบัติเป็นเหตุ  สัตว์ทั้งหลายหลังจากตายแล้วจึงไปเกิดในอบาย  ทุคติ วินิบาต นรก 

เพราะจิตตวิบัติเป็นเหตุ  สัตว์ทั้งหลายหลังจากตายแล้วจึงไปเกิดใน อบาย  ทุคติ  วินิบาต  นรก 

เพราะทิฏฐิวิบัติเป็นเหตุ  สัตว์ทั้งหลายหลังจากตายแล้วจึงไปเกิดอบาย  ทุคติ  วินิบาต  นรก

ภิกษุทั้งหลาย  วิบัติ  ๓  ประการนี้แล



พระสุตตัตนตปิฎก 
อังคุตตรนิกาย  ทุกนิบาต  [๓. ตติยปัณณาสก์]  ๒. อาปายิกวรรค ๕. วิปัตติสัมปทาสูตร




ขอบคุณภาพประกอบจาก : http://khunsamatha.com/blog/dhammakaya-C3.html
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 25, 2015, 11:05:50 AM โดย danai_siriangkawoot »
บันทึกการเข้า
"พระธรรม เป็นสิ่งที่พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสไว้ดีแล้ว
เป็นสิ่งที่ผู้ศึกษาและปฏิบัติ พึงเห็นได้ด้วยตนเอง
เป็นสิ่งที่ปฏิบัติได้ และให้ผลได้ไม่จำกัดกาล
เป็นสิ่งที่ควรกล่าวกะผู้อื่นว่า ท่านจงมาดูเถิด
เป็นสิ่งที่ควรน้อมเข้ามาใส่ตัว
เป็นสิ่งที่ผู้รู้ก็รู้ได้เฉพาะตน"

ดนัย

  • ศิษย์ตรง
  • กำลังแหวกกระแส
  • *****
  • ผลบุญ: +0/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 179
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
Re: วิปัตติสัมปทาสูตร (วิบัติ ๓ สัมปทา ๓)
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: กรกฎาคม 25, 2015, 11:05:19 AM »
0

               

วิปัตติสัมปทาสูตร

ว่าด้วยวิบัติ  และสัมปทา


สัมปทา  ๓  ประการนี้
     
     สัมปทา  ๓  ประการ  อะไรบ้าง  คือ
     ๑.  สีลสัมปทา      (ความถึงพร้อมด้วยศีล)
     ๒.  จิตตสัมปทา     (ความถึงพร้อมด้วยจิต)
     ๓.  ทิฏฐิสัมปทา     (ความถึงพร้อมด้วยทิฏฐิ)
     
<สีลสัมปทา>  เป็นอย่างไร
      คือ  บุคคลบางคนในโลกนี้เว้นขาดจากการฆ่าสัตว์  การลักทรัพย์  การประพฤติ ผิดในกาม  การพูดเท็จ  การพูดส่อเสียด  การพูดคำหยาบ  และการพูดเพ้อเจ้อ  นี้เรียกว่า  สีลสัมปทา


<จิตตสัมปทา>  เป็นอย่างไร
      คือ  บุคคลบางคนในโลกนี้ไม่เพ่งเล็งอยากได้ของเขา  ไม่มีจิตพยาบาท  นี้เรียกว่า จิตตสัมปทา


<ทิฏฐิสัมปทา>  เป็นอย่างไร
      คือ  บุคคลบางคนในโลกนี้เป็นสัมมาทิฏฐิ(เห็นชอบ)  มีความเห็นไม่วิปริตว่า “ทานที่ให้แล้วมีผล  ยัญที่บูชาแล้วมีผล  การเซ่นสรวงมีผล  ผลวิบากแห่งกรรมที่ทำไว้ดีและชั่วมี  โลกนี้มี  โลกหน้ามี  มารดามีคุณ  บิดามีคุณ  โอปปาติกสัตว์มีสมณพราหมณ์ผู้ประพฤติดีปฏิบัติชอบทำให้แจ้งโลกนี้และโลกหน้าด้วยปัญญาอันยิ่งเองแล้วสอนผู้อื่นให้รู้แจ้งมีอยู่ในโลก”  นี้เรียกว่า  ทิฏฐิสัมปทา


เพราะสีลสัมปทาเป็นเหตุ  สัตว์ทั้งหลายหลังจากตายแล้วจึงไปเกิดในสุคติโลกสวรรค์ 

เพราะจิตตสัมปทาเป็นเหตุ  สัตว์ทั้งหลายหลังจากตายแล้วจึงไปเกิดในสุคติโลกสวรรค์ 

เพราะทิฏฐิสัมปทาเป็นเหตุ  สัตว์ทั้งหลายหลังจากตายแล้วจึงไปเกิดในสุคติโลกสวรรค์

ภิกษุทั้งหลาย  สัมปทา  ๓  ประการนี้แล




พระสุตตัตนตปิฎก 
อังคุตตรนิกาย  ทุกนิบาต  [๓. ตติยปัณณาสก์]  ๒. อาปายิกวรรค ๕. วิปัตติสัมปทาสูตร




ขอบคุณภาพประกอบจาก :http://my.uamulet.com/BlogDetail.aspx?ID=767404
บันทึกการเข้า
"พระธรรม เป็นสิ่งที่พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสไว้ดีแล้ว
เป็นสิ่งที่ผู้ศึกษาและปฏิบัติ พึงเห็นได้ด้วยตนเอง
เป็นสิ่งที่ปฏิบัติได้ และให้ผลได้ไม่จำกัดกาล
เป็นสิ่งที่ควรกล่าวกะผู้อื่นว่า ท่านจงมาดูเถิด
เป็นสิ่งที่ควรน้อมเข้ามาใส่ตัว
เป็นสิ่งที่ผู้รู้ก็รู้ได้เฉพาะตน"

sakol

  • พอพึ่งพาได้
  • ***
  • ผลบุญ: +0/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 242
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
Re: วิปัตติสัมปทาสูตร (วิบัติ ๓ สัมปทา ๓)
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: กรกฎาคม 25, 2015, 11:34:15 AM »
0
 st11 st12 st12

   ธรรมส่วนสอง เคยได้ยิน ทางเว็บนี้มีการพูดถึง บ่อย ๆ นะครับ

  :13: thk56
บันทึกการเข้า

saieaw

  • พอพึ่งพาได้
  • ***
  • ผลบุญ: +1/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 271
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
Re: วิปัตติสัมปทาสูตร (วิบัติ ๓ สัมปทา ๓)
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: กรกฎาคม 25, 2015, 11:52:27 AM »
0
 st11 st12
บันทึกการเข้า

ธุลีธวัช (chai173)

  • ปัญญา นัตถิ อฌายโต “ปัญญาไม่มีแก่ผู้ไม่พินิจ”
  • ศิษย์ตรง
  • โยคาวจรผล
  • *****
  • ผลบุญ: +35/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 2905
  • Respect: +2
    • ดูรายละเอียด
    • เว็บไซต์
Re: วิปัตติสัมปทาสูตร (วิบัติ ๓ สัมปทา ๓)
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: กรกฎาคม 26, 2015, 06:43:14 AM »
0
ธรรมอันนำไปสู่ความเป็นเทวดา 2 ประการ คือ

หิริ ความละอาย 1

โอตตัปปะ ความเกรงกลัว 1
บันทึกการเข้า
ศรัทธา, ศีล, พาหุสัจจะ, วิริยารัมภะ, ปัญญา

Admax

  • ผู้อุปถัมภ์
  • โยคาวจรผล
  • ****
  • ผลบุญ: +0/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 1059
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
Re: วิปัตติสัมปทาสูตร (วิบัติ ๓ สัมปทา ๓)
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: กรกฎาคม 26, 2015, 09:35:15 AM »
0
 st12 st12 st12 st12
บันทึกการเข้า
ความติดข้องใจเสพย์อารมณ์ความพอใจยินดี และ ความไม่พอใจยินดี เป็น สมุทัย
ผลของการดำเนินไปแห่งความพอใจยินดี และ ความไม่พอใจยินดี เป็น ทุกข์
รู้สัจธรรมและปรมัตถ์ ดำรงอยู่ในกุศล สติ ศีล สมาธิ พรหมวิหาร๔ คิดดี พูดดี ทำดี เป็น มรรค
การดับไปแห่งความพอใจยินดี และ ความไม่พอใจยินดี ถึง อัพยกตธรรม เป็น นิโรธ

PRAMOTE(aaaa)

  • ศิษย์ตรง
  • โยคาวจรผล
  • *****
  • ผลบุญ: +5/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • เพศ: ชาย
  • กระทู้: 3596
  • ความศรัทธาคือเชื่อเรื่องการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
Re: วิปัตติสัมปทาสูตร (วิบัติ ๓ สัมปทา ๓)
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: กรกฎาคม 26, 2015, 03:33:07 PM »
0
 gd1 st12
         ขออนุโมทนาสาธุ ธรรม
บันทึกการเข้า
การมีกัลยาณมิตร ครูบาอาจารย์ ที่สั่งสอนธรรม เป็นเรื่องที่ดี
..เชื่อเรื่องการตรัสรู้ธรรม ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
...และเชื่อในพระธรรมที่เป็นตัวแทนของพระศาสดา

fasai

  • โยคาวจรมรรค
  • *****
  • ผลบุญ: +20/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • เพศ: หญิง
  • กระทู้: 540
  • ทางสายกลาง
  • Respect: +1
    • ดูรายละเอียด
Re: วิปัตติสัมปทาสูตร (วิบัติ ๓ สัมปทา ๓)
« ตอบกลับ #8 เมื่อ: กรกฎาคม 26, 2015, 05:35:49 PM »
0
 st11 st12 st12 thk56 like1
บันทึกการเข้า
ทุกสิ่งทุกอย่าง เป็นไปตามกรรม
ใครสร้างกรรมอย่างไร ก็รับผลกรรมอย่างนั้น

paisalee

  • มีเหตุมีผล
  • ****
  • ผลบุญ: +1/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 382
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
Re: วิปัตติสัมปทาสูตร (วิบัติ ๓ สัมปทา ๓)
« ตอบกลับ #9 เมื่อ: กรกฎาคม 26, 2015, 08:21:38 PM »
0
ความพร้อมด้วย ศีล เกิดได้ เพราะ คุณธรรม สอง ประการ คือ
   หิริ ความละอายต่อบาป
   โอตตัปปะ ความเกรงกลัวต่อบาป

  แต่ในยุคนี้ เรื่อง บาป นรก คนไม่เชื่อแล้ว มันจึงผิดศีล กันมาก ใช่หรือไม่ ครับ
  ทำดี แล้ว อดตาย คนจึงเลือกทำชั่ว เพื่ออยู่รอด เสียมากกว่า

   :49: :49: :49:
บันทึกการเข้า
บุญที่้ข้าพเจ้าได้ทำวันนี้ ขออุทิศให้แก่ บิดาและน้องชายที่ล่วงลับ มารดาที่ยังมีชีวิตอยู่

ดนัย

  • ศิษย์ตรง
  • กำลังแหวกกระแส
  • *****
  • ผลบุญ: +0/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 179
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
Re: วิปัตติสัมปทาสูตร (วิบัติ ๓ สัมปทา ๓)
« ตอบกลับ #10 เมื่อ: กรกฎาคม 27, 2015, 11:38:53 PM »
0
ขอแสดงความเห็นเพิ่มเติมครับ

ธรรมที่เป็นคู่เป็นธรรมของโลก เป็นธรรมที่ควรละ ถ้ายังยึดไว้เราก็อยู่ในโลก แต่ถึงเราละได้แล้ว แต่รูปขันธ์เรายังอยู่ในโลกเราก็ยังต้องเจออยู่

มีคนดี ก็ต้องมีคนไม่ดี ไม่มีทางที่ใครจะทำให้โลกนี้มีแต่คนดีได้ และก็ไม่มีทางที่่ใครจะทำให้โลกนี้มีแต่คนไม่ดีได้

มีสรรเสริญ ก็มีนินทา ไม่มีใครในโลกโดนชมตลอด และก็ไม่มีใครในโลกโดนด่าตลอด

มีเกิด ก็มีดับ สิ่งใดเกิดขึ้น สิ่งนั้นย่อมมีการเปลี่ยนแปลง และดับไปในที่สุด เป็นธรรมของโลก

พระอรหันต์ก็พ้นจากธรรมของโลกไม่ได้ พ้นจากการโดนด่าไม่ได้ ถ้ารูปขันธ์ท่านยังอยู่ในโลก ส่วนท่านเอาอะไรพ้นจากโลก พ้นจากโลกธรรม เรา ๆ ท่าน ๆ คงทราบดีอยู่แล้ว



การพยายามให้ทุกคนเป็นคนดี ก็เป็นเรื่องดี

แต่ถ้าท่านใดปรารถนาสาวกภูมิ การทำให้เราพ้นจากโลกเป็นสิ่งที่เราควรให้ความสำคัญอันดับแรกหรือไม่

การไปพระนิพพานนั้น พระพุทธเจ้าองค์ไหนก็พาเราไปไม่ได้ พระอรหันต์องค์ไหนก็พาเราไปไม่ได้ เราต้องไป
ด้วยตัวของเราเอง พระพุทธเจ้า และพระอรหันต์ ท่านเป็นเพียงผู้บอกทาง

กิเลสของใคร ก็คนนั้นแหละที่ต้องจัดการเอาเอง เป็นกิจของเรา

ธรรมะที่ผมนำมาบอกต่อ ผมก็ศึกษาจากครูอาจารย์หลาย ๆ ท่าน โดยเฉพาะพระไตรปิฎก ผมไม่ได้คิดเอง เพราะผมไม่ใช่พระพุทธเจ้า ไม่ใช่พระปักเจกพุทธเจ้า ที่ท่านตรัสรู้โดยชอบด้วยพระองค์เอง ดังนั้นถ้าธรรมะที่ผมนำมาลงในกระทู้จะซ้ำกับที่อื่นก็ไม่แปลก เป็นเรื่องที่ถูกต้องเสียอีก แสดงว่าผมไม่ได้คิดนึกเอาเอง เพราะถ้าคิดนึกเอาเองก็เป็นแต่อธรรม เพราะจิตผมยังมีอวิชชาอยู่ จะคิดให้ถูกให้ตรง เหมือนพระพุทธเจ้า กับพระอรหันต์ไม่ได้
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 27, 2015, 11:56:45 PM โดย danai_siriangkawoot »
บันทึกการเข้า
"พระธรรม เป็นสิ่งที่พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสไว้ดีแล้ว
เป็นสิ่งที่ผู้ศึกษาและปฏิบัติ พึงเห็นได้ด้วยตนเอง
เป็นสิ่งที่ปฏิบัติได้ และให้ผลได้ไม่จำกัดกาล
เป็นสิ่งที่ควรกล่าวกะผู้อื่นว่า ท่านจงมาดูเถิด
เป็นสิ่งที่ควรน้อมเข้ามาใส่ตัว
เป็นสิ่งที่ผู้รู้ก็รู้ได้เฉพาะตน"

kobyamkala

  • โยคาวจรผล
  • ******
  • ผลบุญ: +5/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • เพศ: หญิง
  • กระทู้: 2232
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
Re: วิปัตติสัมปทาสูตร (วิบัติ ๓ สัมปทา ๓)
« ตอบกลับ #11 เมื่อ: กรกฎาคม 28, 2015, 06:51:04 AM »
0
 st11 st12 st12 like1
บันทึกการเข้า
แล้วลองแอบมาแย้มกะลา
เพื่อดูโลก เห็นแล้วตกใจโลกนี้กว้างใหญ่จริง ๆ