ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

ผู้เขียน หัวข้อ: อยากให้ท่านผู้รู้ห้องนี้ ช่วยอธิบายคำว่า "เจ้ากรรม นายเวร"  (อ่าน 1998 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

aom-jai

  • กำลังแหวกกระแส
  • **
  • ผลบุญ: +2/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 134
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
0
อยากให้ท่านผู้รู้ห้องนี้ ช่วยอธิบายคำว่า "เจ้ากรรม นายเวร"

 บางครั้งก็งง ๆ อยู่เหมือนกันว่า เวลาเราโดนคนอื่นเบียดเบียน เช่น เขาบุกรุกบ้านเรา และ ยึดทรัพย์สินของเราหรือบางครั้งกลั่นแกล้งให้เราตกระกำลำบาก เมื่อเราเป็นชาวพุทธ ก็ควรทราบว่า เขาคงเป็น เจ้ากรรม นายเวรของเรามาแต่ก่อน เพื่อให้ยุติกรรม เราก็ควรยุติการต่อล้อ ต่อเถียง หรือสู้คดีความกับ เจ้ากรรม นายเวร ใช่หรืป่าวคะถึงจะหมดเวรกรรม กันไปได้

 หรือเพื่อนสมาชิก มีคำแนะนำ ดี ๆ บอกกันด้วยคะ



บันทึกการเข้า

ISSARAPAP

  • กำลังแหวกกระแส
  • **
  • ผลบุญ: +11/-1
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 129
  • โดดเดี่ยว แต่ไม่เดียวดาย สัจจะธรรมแท้ ไม่มีสูตร
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
0
อันนี้หมายถึง มีผู้มาเบียดเบียน ในฐานะชาวพุทธ จะถามว่า เราควรจะสู้ หรือ จะยอม ใช่หรือป่าวครับ

ผมว่าแล้วแต่เราต้องการเป็นอะไรมากกว่าครับ ถ้าเป็นพระโพธิสัตว์ ก็ควรจะยอมครับเพื่อให้เขาได้มีความสุข

สละได้แม้กระทั่งชีวิตของเรา ให้เขาได้สุขสบาย เป็นการบำเพ็ญบารมีครับ

   แต่ถ้าเป็นชาวพุทธแบบขั้นต้น ก็ต้องใช้วิจารณญาณครับ

  ว่าควรจะเผชิญ หรือ ควรจะตั้งหลักครับ

  แต่ที่แน่ ๆ คือ ถ้าเราหนี ก็ต้อง หนีไปตลอด ครับ ไม่มีใครหนีได้ตลอดหรอกครับ

  :13:

 
บันทึกการเข้า
ความสันโดษ เป็นบรมสุข

ธุลีธวัช (chai173)

  • ปัญญา นัตถิ อฌายโต “ปัญญาไม่มีแก่ผู้ไม่พินิจ”
  • ศิษย์ตรง
  • โยคาวจรผล
  • *****
  • ผลบุญ: +35/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 2905
  • Respect: +2
    • ดูรายละเอียด
    • เว็บไซต์
0



เจ้ากรรม – นายเวร : หมายเอาดวงจิตที่เนื่องมาเกาะเกี่ยวให้ผลเป็นการกระทำตอบ อันหมายได้ด้วยบุคคลแม้เป็น

สามี ภรรยา บุตร ญาติ บิดามารดา เพื่อน ครูอาจารย์ สัตว์ จะสุขหรือทุกข์ในชีวิตล้วนเนื่องมาแต่บุคคลต่างๆเหล่านี้

ทั้งสิ้น จงรู้ ทัน วาง อย่างมีสติ ด้วยธรรม ด้วยภาวนา ยอมรับอย่างตั้งมั่นเถอะครับ ไม่มีอะไรเป็นของเรา ไม่มีอะไร

เที่ยงแท้ ไม่มีอะไรเกาะเกี่ยวเป็นที่พึ่งได้ นอกจากพระรัตนตรัย จงมีตนเป็นที่พึ่งแห่งตน ขวนขวายหยั่งจิตตนให้

ผ่องแผ้วด้วยกุศล ปรารถนาให้จิตเราดวงนี้หลุดพ้น สิ้นวัฏฏะ สิ้นเวรภัย อย่างนี้จึงชื่อว่าดำเนินถูกต้องครับ



ทุกข์วางละได้ไม่จองเวร

      เจ้ากรรมและนายเวร      มิเบี่ยงเบนกระทำเรา
ผูกเวรดูเหมือนเขลา      อย่ากระนั้นกระทำนา
     สองมือให้ผูกมิตร      หนึ่งดวงจิตให้เมตตา
สองมือให้กรุณา      พรหมวิหารกระทำไป
     ทุกข์ใจเพราะถูกทำ      อย่าเที่ยวย้ำเป็นเวรภัย
หยั่งใจปล่อยวางได้      จักสุขสมภิรมย์เอย.   


                                                        ธรรมธวัช.!            

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 27, 2012, 04:58:36 PM โดย THAWATCHAI173 »
บันทึกการเข้า
ศรัทธา, ศีล, พาหุสัจจะ, วิริยารัมภะ, ปัญญา

prachabeodee

  • กำลังแหวกกระแส
  • **
  • ผลบุญ: +0/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • เพศ: หญิง
  • กระทู้: 135
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
0
ตราบใดที่ยังไม่เป็นพระอรหันต์จิตยังไม่เข้าสูนฤพานก็ต้องชดใช้กรรมกันทั้งหมด(แม้แต่เป็นพระอรหันต์แล้ว..ถ้าเป็นกรรมหนักก็ยังต้องชดใช้กรรมนั้นเลย..อย่างเช่นพระโมคคัลลานเป็นต้น).....
 เหตุเพราะ ว่าเรายังอยู่ในวัฎฎะอยู่ ย่อมกระทำกรรมเป็นปกติ(ทั้งกรรมฝ่ายดีกรรมฝ่ายชั่วและกรรมกลางๆ-มีหลายลักษณะ,กรรมฐานก็เป็นกรรมเพื่อดำหริออกจากทุกข์กรรมหนึ่งเหมือนกัน)......ดังนั้นก็ไม่ต้องแปลกใจว่า ผลที่เป็นอยู่นี้(ขณะนี้จะเป็นการทวงกรรม-ชดใช้กรรม ,หรือเป็นการสร้างกรรมใหม่กันขึ้นมา.....เพราะ ณ.ปัจจุบันนี้เราเองก็เป็นองคาพยบหรือผลิตผลของกรรมเก่า(ทั้งดีและชั่ว)และเป็นการสร้างกรรมใหม่(ทั้งดีและชั่ว)(รวมทั้งกรรมไม่ดีไม่ชั่ว)ไปพร้อมๆกันอยู่แล้ว..........ยิ่งถ้าเอาภพชาติมาเป็นปัจจัยนับรวมด้วยแล้ว....ยิ่งซับซ้อน จนหาต้นหาปลายไม่พบ....ดังนั้น ผู้เห็นภัยในภพชาติก็จะกลัววัฎฎะหรือสังสารวัตร...จึงดำหริที่จะออกจากวัฎฎะ...นั่นเป็นเหตุให้เกิดผลหรือทางเดินใหม่ขึ้นซึ่งก็คือนิพพานนั่นเอง.....
........................................ :34: :34: :34: :34: :34:.........................................
บันทึกการเข้า