ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

ผู้เขียน หัวข้อ: จริงหรือไม่ ที่เวลาคนตาย แล้ว วิญญาณที่ตายจะอยู่ตรงนั้น หรือ พยายามกลับบ้าน  (อ่าน 73498 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

drift-999

  • ศิษย์ตรง
  • พอพึ่งพาได้
  • *****
  • ผลบุญ: +0/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 239
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
0
เมื่อวันก่อน ที่ข้างบ้านผม มีคนเสียชีวิตเป็นคนแก่ เสียชีวิตด้วยโรคเบาหวาน

ปรากฏว่า ก็จัดงานศพที่วัด 3 คืน

แต่ทุกคืน เวลา 22.00 น. ถึง 24.00 น. จะมีเหตุการณ์

 หมา (สุนัข ) มาหอนที่หน้าบ้านทุกคืน เลยครับ ปกติก็ไม่เคยมี หมา มาหอนแบบนี้

และที่สำคัญ ลูกหลาน ที่นอนกันที่วัด ในบ้านไม่มีใครอยู่ เขาฝากให้ผมช่วยดูให้

ปรากฏ ว่าผมเห็น คนเดินอยู่ในบ้าน เป็นเงาดำ มองผ่านม่าน เหมือนลุง คนที่ตายที่เคยมายืนมองตรงหน้าต่าง

ผมรู้สึก ขนลุกซู่ กลัว .... เหมือนกัน ครับ

จึงสงสัย ว่า จริง ๆ แล้ว คนที่ตายไปแล้ว จะกลับมาอยู่ในบ้าน ไม่ยอมไปผุด ไปเกิด อย่างนี้เป็นไปได้หรือไม่ครับ อย่างนี้แล้ว คงไม่ได้เกิดใช่หรือไม่ครับ เพราะอะไรครับ

และผมควรทำอย่างไร ที่จะได้ไม่ต้องหลอน เพราะเสียง และ ภาพ ที่เกิดขึ้นครับ

ขอบคุณ เพื่อนสมาชิก

  ขอให้ช่วยตอบเป็นการด่วน เลยนะครับ กลัวมาก

   :c017: :25:
บันทึกการเข้า

raponsan

  • มารยิ่งมี บารมียิ่งแก่กล้า
  • ผู้ดูแลบอร์ด
  • โยคาวจรผล
  • ********
  • ผลบุญ: +61/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 23778
  • Respect: +11
    • ดูรายละเอียด
0
ภาพประกอบจาก www.dhammajak.net/


ไขปริศนา 49 วัน ชีวิตหลังความตาย

มนุษย์และสัตว์มิ ได้สิ้นสุดที่ความตาย เพราะการ "ตาย" หมายถึง สภาพร่างกายที่ไม่สามารถให้บริการแก่จิตวิญญาณใช้งานต่อไปได้อีก วิญญาณยังคงอยู่ ถึงแม้ร่างกายจะหมดอายุขัยไปแล้ว ทั้งนี้สภาพการตายจะบ่งบอกให้รู้ว่าจิตวิญญาณนั้นไปสุคติหรือลงสู่นรกภูมิ

1. ตอนตายใหม่ ถ้าหากสีหน้าปกติ ร่างกายอ่อนนิ่ม สีหน้าเหมือนคนมีชีวิตอยู่ เนื่องจากได้บรรลุธรรม ดวงวิญญาณจะไปสู่สุคติ

2. ตอนตายใหม่ๆ หน้าตาซีดผาด เหมือนคนตกใจ แสดงว่าวิญญาณได้ตกสู่นรกแล้ว

3. ตอนตายใหม่ๆ ร่างกายแข็งทื่อ หน้าตาน่ากลัว เพราะความตกใจ บางคนจะกรีดร้องเสียงคล้ายสัตว์ คนเหล่านี้จะไปเกิดเป็นสัตว์ 4 ชนิด สังเกตได้จากตา หู จมูก ปาก ตาจะมีน้ำตาออก หูจะมีขี้หู จมูกจะมีน้ำมูก ปากจะมีน้ำลายฟูมปาก เป็นทวารที่ไม่สะอาด 4 ช่องทาง เมื่อจิตวิญญาณออกทางนี้ จะเกิดเป็นสัตว์ 4 ประเภท


- ตา ชอบดูสิ่งเหลวไหล ลุ่มหลงในรูปต่างๆ คนเหล่านี้เวลาใกล้ตาย ดวงตาจะเบิกกว้าง จะไปเกิดเป็นสัตว์ปีก (เกิดออกจากไข่)

- หู ชอบฟังเรื่องเหลวไหล เรื่องซุบซิบนินทา คนเหล่านี้เวลาตาย หูจะชันขึ้น จะไปเกิดเป็นสัตว์ที่เกิดจากครรภ์ เช่น ช้าง ม้า วัว ควาย

- จมูก ชื่นชมกลิ่นคาวโลกีย์ เช่น เงินทอง สุรา นารี การพนัน ชื่อเสียงลาภยศ และค่านิยมที่ผิดศีลธรรม ฯลฯ จะไปเกิดเป็นแมลง มด ยุง แมลงวัน ฯลฯ บาปหนักมาก วิญญาณจึงถูกตีเป็นเศษวิญญาณ

- ปาก ชอบพูดเรื่องเหลวไหล พูดนินทา พูดวิจารณ์ พูดกล่าวร้ายป้ายสี ด่าคำหยาบคาย คนเหล่านี้เวลาตาย ปากจะอ้าค้างอยู่ตลอด จะเกิดเป็นสัตว์น้ำ ไปอยู่กับรสชาติที่โสโครกและสกปรก


เมื่อออกจากร่าง วิญญาณจะไปที่ไหน?

ดวง วิญญาณที่ออกจากร่างในตอนแรก จะวนเวียนอยู่บริเวณนั้น พอได้สติก็จะมีท่านมัจจุราชทำหน้าที่มานำเอาวิญญาณของมนุษย์หรือสัตว์ที่ ชะตาถึงฆาต พาไปยังยมโลก เพื่อตรวจสอบบาปบุญความดีความชั่ว ในขณะที่มีชีวิตอยู่

วิญญาณบาปจะถูกนำตัวส่งไปนรก 8 ขุมใหญ่ แต่ละขุมแบ่งย่อยขุมละ 36 แห่ง แต่ละแห่งมีการลงทัณฑ์และทรมานอีก 800 ด่าน แต่ละด่านมีเครื่องทรมานนับไม่ถ้วน วิญญาณบางดวงอาจตกนรกทั้ง 8 ขุมเลยก็มี โดยเฉพาะคนที่ทำกรรมชั่วมหันต์ หรือเรียกว่า "อนันตริยกรรม" มีอยู่ 5 อย่าง คือ 1.ฆ่าพ่อ 2. ฆ่าแม่ 3. ฆ่าพระอรหันต์ 4. ยุยงสงฆ์ให้แตกแยก 5. ทำร้ายพระพทุธเจ้าห้อเลือด

หลังจากที่คนเราตายประมาณ 1-2 วัน ปกติแล้ว เขาจะไม่รู้ว่าตัวเองตาย 7 วันให้หลังเขาจึงรู้ว่าตนเองตายแล้ว วิญญาณจะถูกกักบริเวณไว้ 49 วันเพื่อรอพิจารณาคดี ในระหว่างนั้นผู้ตายก็กำลังรอบุญกุศลจากลูกหลานทางโลกที่กำลังง่วนอยู่กับ งานศพ

เรามาดูปรากฏการณ์ 49 วัน ชีวิตหลังความตาย ขณะที่วิญญาณของผู้ตายออกจากร่าง ชีวิตหลังความตายก็เริ่มต้นเปิดฉากขึ้นในโลกที่ผู้ตายต้องเข้าไปเพียงลำพัง เท่านั้น ไม่มีสิ่งใดเลยที่สามารถเอาติดตัวจากโลกมนุษย์ได้ เว้นเสียแต่บาปกับบุญเท่านั้น


เจ็ดวันรอบแรก

วิญญาณผู้ตาย ต้องเดินผ่านดงหมาป่า ซึ่งมีฝูงหมาป่าดุร้ายเหมือนเสือขวางทาง เมื่อวิญญาณบาปไปถึง ก็เกิดหวาดกลัวไม่กล้าเดินต่อไป ฝูงหมาป่าเห็นดังนั้น ก็กระโจนเข้าขย้ำขบกัดวิญญาณบาปจนเลือดท่วมตัว กรีดร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดทุกขเวทนา


ส่วนวิญญาณผู้ประกอบกรรม ดี เมื่อมาถึงดงหมาป่า ก็จะมีหมู่เทวทูตคอยพิทักษ์คุ้มครอง พวกหมาป่าได้แต่นิ่งเฉย ไม่กล้าทำอะไร จึงผ่านไปได้โดยปลอดภัย


เจ็ดวันรอบที่ สอง


เมื่อ วิญญาณผู้ตายมาถึงด่านประตูผี เจ้าหน้าที่ผู้รักษาด่าน เมื่อเห็นเป็นวิญญาณบาป ก็จะทุบตีอย่างไม่ปรานี และยังมีพวกเจ้ากรรมนายเวรพากันมาทวงหนี้เวลานั้น

ส่วนวิญญาณผู้ประกอบกรรมดี เมื่อมาถึงด่านประตูผี จะได้รับการต้อนรับและสามารถผ่านด่านนี้ไปโดยปลอดภัย


เจ็ดวันรอบที่ สาม

เมื่อ วิญญาณผู้ตายมาถึงยมโลก ถ้าเป็นวิญญาณบาปก็จะถูกโซ่ตรวนไว้ และถูกบังคับนำไปอยู่ตรงหน้าหอกระจกส่องกรรม ยามมีชีวิตทำชั่วอะไร ภาพก็จะปรากฏขึ้นเองอย่างอัตโนมัติ เสร็จแล้วก็จะถูกคุมตัวไปรับการพิจารณาโทษ ถึงวิญญาณบาปจะเริ่มสำนึกผิด ตอนนี้แต่ก็สายเสียแล้ว

ส่วนวิญญาณผู้ประกอบกรรมดี เมื่อมาถึง จะได้รับการต้อนรับ มีเจ้าหน้าที่พาไปท่องเที่ยวนรกขุมต่างๆ และพาไปดูสภาพของบรรดาญาติพี่น้องที่ ทำบาป กำลังรอคอยการพิจารณาตัดสินความผิด


เจ็ดวันรอบที่ สี่

เมื่อ มาถึงด่านภูเขากระดาษเงินกระดาษทอง การจะขึ้นไปบนภูเขาลูกนี้ยากลำบากมาก กระดาษเหล่านี้ได้มาจากลูกหลานญาติพี่น้องในเมืองมนุษย์หลงงมงายเผาส่งไปให้ ทับถมกันจนเป็นภูเขาเลากา ซึ่งตามความเป็นจริงแล้วแม้ผู้ตายจะได้รับก็ไร้ประโยชน์


เจ็ดวันรอบที่ ห้า


วิญญาณ ผู้ตายมาถึงหอดูบ้านเดิม ได้เห็นลูกหลาน คนในครอบครัวต่างไว้ทุกข์ด้วยความเศร้าโศกเสียใจกับการตายของตน ถึงตอนนี้จึงได้รู้ว่าตนเองตายแล้ว ไม่อาจกลับบ้านได้อีก ได้แต่เสียใจอาลัยอาวรณ์


เจ็ดวันรอบที่ หก

เมื่อวิญญาณผู้ ตายมาถึงด่านคุมบัญชี ยมบาลจะสั่งให้เจ้าหน้าที่ตรวจดูบาปบุญที่ผู้ตายได้สร้างสมตอนมีชีวิต หลังจากหักลบกันแล้ว ถ้าบุญมีมากกว่าบาปก็จะให้ไปเกิดยังสุคติภูมิ ถ้าบาปมีมากกว่าบุญ จะส่งไปยังนรกภูมิ รับทุกข์อย่างน่าเวทนา


เจ็ดวันรอบที่ เจ็ด


เมื่อ วิญญาณผู้ตายไปถึงด่านตรวจสอบ ยมบาลก็จะสั่งเลขาให้ตรวจสอบดูว่า ผู้ตายตอนมีชีวิตอยู่ได้ฆ่าสัตว์ตัดชีวิตหรือไม่ ถ้าได้ถือศีลกิเจ ละเว้นจากการฆ่าสัตว์ก็จักลหุโทษ ถ้ามัวหลงผิดฆ่าสัตว์เพื่อความสุขของปากท้องก็จะเพิ่มโทษเป็นเท่าตัว.

ที่ กล่าวมาทั้งหมดนี้ ก็ขอให้ทุกคนในขณะมีชีวิตอยู่นั้น เร่งสะสมความดีกันให้มากๆ นรก-สวรรค์นั้น ไม่ใช่สิ่งลวงโลก ตอนนี้ท่านอาจยังไม่เห็น แต่สักวันท่านก็ต้องเห็น กฏแห่งกรรมนั้นเป็นเรื่องจริง ขอให้ทุกคนใช้ชีวิตอย่างไม่ประมาท

ที่มา http://blog.eduzones.com/rangsit/13835


ผมหาข้อมูลมาให้อ่าน ขอให้เพื่อนท่านอื่นๆช่วยแสดงความเห็นด้วย ผมแนบไฟล์หนังสือมาให้อ่านสองเล่ม

คือ ชีวิตหลังความตาย อีกเล่มคือ เด็กหญิงพิมพวดี

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 30, 2011, 08:54:30 PM โดย nathaponson »
บันทึกการเข้า
ปัญจะมาเร ชิเนนาโถ ปัตโต สัมโพธิมุตตะมัง จตุสัจจัง ปะกาเสติ มหาวีรัง นะมามิหัง ปัญจะมาเร ปลายิงสุ

samapol

  • ศิษย์ตรง
  • มีเหตุมีผล
  • *****
  • ผลบุญ: +1/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 304
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
0
เป็นเรื่องที่พิสูจน์ ได้ยาก ว่า จริง หรือ ไม่จริง แต่ถ้าเชื่อเรื่องกฏแห่งกรรม และ การเวียนว่ายตายเกิด แล้ว

ก็ควรเชื่อเถอะครับ

 วิธีรับมือ กับเหตุการณ์ นี้อย่างดีที่สุด ก็คือ การตั้งสติ และ สวด บทพระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณ
ไปเรื่อย ๆ ครับ น่าจะแก้ไขเหตุการณ์ นี้ได้ครับ

หรือ ถ้านึกไม่ออก ก็ ภาวนา พุทโธ ไปเรื่อย ๆ ครับ

 :25:
บันทึกการเข้า

naka-54

  • กำลังจะพ้นจากน้ำ
  • *
  • ผลบุญ: +0/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 84
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
0


ในเอกภพนี้ ไม่ต้องมองแค่อวกาศหรือดวงดาว มันมีมิติซ้อนมิติอยู่อย่างมากมาย

พระพุทธเจ้าท่านแจกแจงภพภูมิต่าง ๆครอบคลุมทั้ง31ภพภูมิไว้แล้วนะครับ

ในจักรวาลภายนอก มีโลกธาตุอยู่3ขนาด คืออย่างย่อม ๆก็1000โลกธาตุ ไปจนถึงแสนโกฏิ

แต่ละโลกธาตุก็มีภพของพรหม เทวดา มนุษย์ เปรต อสุรกาย แยกกัน ไม่เกี่ยวข้องกัน

แต่การเวียนว่ายตายเกิดในสังสารวัฏนี้ มันเป็นภาพใหญ่ ยิ่งใหญ่ล้ำลึก

เกินกว่าที่มนุษย์คนหนึ่งจะนึกไปถึง ถ้าไม่มีพระพุทธเจ้าบอกไว้ นักวิทยาศาสตร์สมัยนี้

ก็ยังงมโข่งค้นหา ศึกษาความลึกลับของจักรวาลอยู่นั่นเองครับ จะป่วยการไปใยที่จะถามถึง

เพื่อนต่างดาวของเราที่ยังเป็นแค่ภพภูมิมนุษย์และเดรัจฉาน เท่านั้นเอง

ซึ่งนั่นเป็นการค้นหาที่ออกนอกตัวไปหน่อย

ศาสนาพุทธสอนให้ค้นหาเข้ามาข้างในตัวเอง ให้รู้จักจิตใจตนเองอย่างแจ่มแจ้ง

ถ้ารู้แจ่มแจ้งแล้วเป็นอันว่าหมดความสงสัยในเรื่องโลกและจักรวาลไปด้วยครับ
บันทึกการเข้า

sakda

  • กำลังจะพ้นจากน้ำ
  • *
  • ผลบุญ: +0/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • เพศ: ชาย
  • กระทู้: 98
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
0
จริง ๆ ครับ เรื่องนี้ เพราะผมเองก็พึ่งประสพกับตัวผมเอง ในเรื่องนี้ มีสักครู่นี้เอง ที่บ้านด้านข้างพ่อ ครูท่านหนึ่งพึ่งเสียชีวิตได้ 2 วันครับ เมื่อสักครู่ หมาหอนกัน เกรียวเลยครับ นึกแล้วยังขนลุกอยู่เลยครับ เพราะหอนนานกว่า 30 นาีีที เสียงโหยหวน เลยครับ ก็แปลกนะครับ แม้แต่ หมา บ้านผมเอง ปกติอยู่มาไม่เคยหอน ก็ร่วมวงกับเขาด้วย

ทำเอาผมซึ่งอยุ่คนเดียว ในตอนนี้ ต้องรีบเปิดไฟ ทั้งหมดครับ

เรื่องนี้มีประสพการณ์ เจอข้างทางมาครั้งหนึ่งด้วยครับ เชื่อครับ เรื่อง ผี วิญญาณ ไม่หมิ่น ไม่สพประมาทครับ

ดังนั้น ในสถานการณ์อย่างนี้ สำหรับผมครับ ห้อยพระที่คอก่อนครับ ถอดแล้วก็ใส่อีกครับ สวดคาถาชินบัญชร ครับ สวด พระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณ ครับ

และแผ่ส่วนบุญที่ได้ทำในวันนี้ ให้เขาด้วยครับ

เท่านี้ความสบายใจ ก็เกิดขึ้นแล้วครับ หายกลัวไปได้มากเลยครับ

 :34: :bedtime2:
บันทึกการเข้า

sakda

  • กำลังจะพ้นจากน้ำ
  • *
  • ผลบุญ: +0/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • เพศ: ชาย
  • กระทู้: 98
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
0


เอามาให้ฟัง จะได้เข้าใจ เรื่องสัมภเวสี ครับ ว่า วิญญาณ เป็นอย่างไรครับ
บันทึกการเข้า

RATCHANEE

  • ผู้อุปถัมภ์
  • กำลังแหวกกระแส
  • ****
  • ผลบุญ: +1/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 100
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
0
อยู่กับศพ มาก็กลัวเหมือนกัน แต่พอเห็นคนที่ตาย ก็คือคนที่เราเข้าไปดูแลรักษา
กันอยู่ทุกวัน ก็กลายเป็นปลงว่า ความทุกข์เขาหมดแล้ว ยังเหลือเราที่ต้องทุกข์ต่อไป

ตอนแต่งตัวให้ศพ ยังมีความรู้สึกเหมือนคนที่ตาย ก็ยังยืนอยู่ที่ข้าง ๆ เลยคะ

บางรายก่อนตาย สร้างปรากฏการณ์ในห้อง อย่างน่ากลัวก็มีคะ



ถ้าเป็นแบบนี้ ขวัญกระเจิงแน่คะ

แต่ก็ยังไม่มีคะ ส่วนมากจะเป็นตกใจไปเองมากกว่าคะ

เบื้องต้น ก็ต้องมีสติเป็นที่ตั้งอันดับแรก คะ   และก็ตามด้วยสิ่งศักดิ์สิทธิ์ คะ ที่พึ่งที่สองคะ สุดท้าย บทสวดต่าง ๆ คะเป็นที่พึ่งสุดท้าย คะ

 :bedtime2:
บันทึกการเข้า

ธุลีธวัช (chai173)

  • ปัญญา นัตถิ อฌายโต “ปัญญาไม่มีแก่ผู้ไม่พินิจ”
  • ศิษย์ตรง
  • โยคาวจรผล
  • *****
  • ผลบุญ: +35/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 2905
  • Respect: +2
    • ดูรายละเอียด
    • เว็บไซต์
0
อยู่กับศพ ก็กลัวคนตาย ทุกวันกลาย เป็นปลงคะ



สติเป็นสิ่งสุดท้าย


เชื่อศาสตร์...อย่าขลาดผี

     เชื่อรูปแต่ผละนาม      แล้วเที่ยวหยามน่าฉงน
กล้องส่องตาถลน         มองเห็นคนผงะหงายหนี


     คนตายแล้วตายเลย      ไฉนเปยว่าเป็นผี
ศิลป์ศาสตร์ขลาดทฤษฏี      แล้วอย่างนี้มาทำกลัว


     เชื่อรูปสัมผัสเห็น      สัมผัสเป็นถูกต้องชัวร์
ใจคร้ามมีนึกชั่ว         มีระรัวอย่างไรกัน

     ศาสตร์ศิลป์นั้นมีพร่อง      มีแล้วข้องยังผวนผัน
คนตายลุกประจัน         ทำน่าขันกลัวอะไร.



                                                             ธรรมธวัช.!

                                               
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 03, 2011, 09:28:24 AM โดย THAWATCHAI173 »
บันทึกการเข้า
ศรัทธา, ศีล, พาหุสัจจะ, วิริยารัมภะ, ปัญญา

Namo

  • พอพึ่งพาได้
  • ***
  • ผลบุญ: +5/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 206
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
0
ความกลัว หล่อหลอม เป็น อุปาทาน

อุปาทาน หล่อหลอม เป็นตัว เป็นตน

ความเป็นตัว เป็นตน หล่อหลอม โมหะ

โมหะ หล่อหลอม ให้เกิด ภพ ชาติ

ภพ ชาติ หล่อหลอม ให้เกิด ความทุกข์

ความทุกข์ หล่อหลอม ให้เกิด ความกลัว



ความกลัว ทำให้เกิด การมองเห็นภัยในวัฏฏะสงสาร ( ภยตูปัฏฐานญาณ )

การมองเห็นภัย ในวัฏฏะสงสาร ทำให้เกิด วิปัสสนาญาณ

วิปัสสนาญาณ ทำให้เราไม่ต้อง เกิดอีก ..... จบ


อันนี้ว่าด้วย ทฤษฏี คะ แต่ความเป็นจริง ก็พยายาม ภาวนาอยุ่คะ :88:


http://www.dhammajak.net/gallery/albums/userpics/normal_%B4%CD%A1%BA%D1%C7%202~2.jpg
บันทึกการเข้า