ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

ผู้เขียน หัวข้อ: กระวนกระวาย วิตกกังวลมากคะ ทำอย่างไรจะทำกรรมฐานได้คะ  (อ่าน 3805 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ก้านตอง

  • กำลังแหวกกระแส
  • **
  • ผลบุญ: +4/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • เพศ: หญิง
  • กระทู้: 195
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
0
มีเรื่องกังวลใจ กระวนกระวาย หลายเรื่อง เลยคะ ทำให้เวลานั่งกรรมฐาน กำหนดอะไรไม่ได้เลยคะ อยากทราบวิธีการปฏิบัติที่จะระงับความกระวนกระวาย เหล่านี้มาก ๆ คะ เพราะรู้สึกว่าทำสมาธิไม่ได้ กระสับกระส่ายถึงขั้นกินไม่ได้นอนไม่หลับ คะ  ต้องขออภัยด้วยนะคะที่ไม่สามารถเล่าเรื่องที่ทำให้เกิดความวิตก กังวลนี้ได้คะ

  ขอบคุณทุกท่านล่วงหน้าที่ช่วยนะคะ

  :c017: :'(
บันทึกการเข้า

indy

  • กำลังแหวกกระแส
  • **
  • ผลบุญ: +0/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 101
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
0
เวลาจิตมันฟุ้งนี่น่ากลัวครับ มันปรุงแต่งตลอดเวลา ผมเองก็เป็น บางทีเอาไม่อยู่เหมือนกัน
จนบางทีจิตมันหล้าไปเลยครับ ต้องค่อยๆประคองกลับมาใหม่ อาจจะเปลี่ยนสถานที่ซะ จะได้ไม่มีสัญญาเดิมๆ
หรือทำกิจกรรมอื่นๆ หลวงพ่อฤาษีท่านเคยสอนถึงท่านน่าจะท่านมหากัสสะปะ ที่ป่วย ตอนนั้นอรหันต์แล้วนะ
ยังโดนเวทนาเล่นสะเหนื่อยเลย(ลองหาอ่านดู ผมจำรายละเอียดไม่ได้)
ดังนั้นไม่ใช่เรื่องแปลก ค่อยๆดึงสติกลับมา
บันทึกการเข้า

tcarisa

  • ศิษย์ตรง
  • โยคาวจรมรรค
  • *****
  • ผลบุญ: +9/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • เพศ: หญิง
  • กระทู้: 524
  • ก้าวน้อย แต่เป็นก้าวที่ยิ่งใหญ่
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
0
กระวนกระวาย มาจากความวิตก กังวล คะ

  สาเหตุไม่ขอถาม นะคะ แต่โรควิตกกังวล นั้น มีอยู่สองอย่างคะ คือ
1.วิตกกังวลว่าคลี่คลายได้
2.วิตกกังวลที่คลี่คลายไม่ได้

   ดังนั้นถ้ากระวนกระวายขึ้นมาแล้ว ก็ต้องรู้เหตุ ว่ามาจากความวิตกกังวล ด้วยอารมณ์ต่าง ๆ สิ่งสำคัญที่สุดคือการยึดมั่นถือมั่น นั่นเป็นเรา เป้นของเรา เป็นตัวเป็นตนของเรา

    ดังนั้น ธรรมที่จะทำให้คลายวิตกกังวลได้ คือ การยอมรับความจริงคะ ยอมรับหลัก ๆ ก็คือ ยอมรับความแก่ ความเจ็บ และ ความตาย ความพลัดพราก ความไม่สมหวัง ดั่งใจ ความเป็นผู้มีกรรม คะ การยอมรับอย่างนี้เป็นการตั้งสติเริ่มต้น แต่การปฏิบัติจริง ก็คือ การหายใจเข้ารู้ การหายใจออกรู้ว่าเป้นเหตุ เป็นผลอย่างไร ดังนั้นเชื่อว่า คนที่กระวนกระวายใจ นั้นต้องรักษาไว้ คือ ธรรมที่ชื่อว่า อานาปานสติ คะ

อาจจะตอบไม่ได้ดี นะคะ แต่ตอบด้วยความเป็นห่วงคะ

  :88: :58:

บันทึกการเข้า
เราเป็นหน่ออ่อน ที่รอการเติบโต
จึงขอสั่งสมบารมีธรรม เพื่อพระนิพพาน

nopporn

  • พอพึ่งพาได้
  • ***
  • ผลบุญ: +2/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • เพศ: หญิง
  • กระทู้: 247
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
0
สาธุ คะ น่าจะมีคำตอบมากกว่านี้นะคะ

 :25:
บันทึกการเข้า
อยู่แก๊งค์ ป่วนอ๊บ

SRIYA

  • กำลังแหวกกระแส
  • **
  • ผลบุญ: +0/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 199
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
0
"สิ่งใดมีการเกิดขึ้นเป็นธรรมดา สิ่งนั้นย่อมมีการดับไปเป็นธรรมดา"

วิธีที่สะดวกสบายเพื่อการดับของกิเลส

ภิกษุ ท.! เราจักแสดง ปฏิปทาเป็นที่สบายแก่การบรรลุนิพพาน
แก่เธอทั้งหลาย พวกเธอจงฟัง จงทำในใจให้ดี เราจักกล่าว

ภิกษุ ท.! ปฏิปทาเป็นที่สบายแก่การบรรลุนิพพานนั้น เป็นอย่างไรเล่า?
ภิกษุ ท.! พวกเธอจะสำคัญความข้อนี้ว่าอย่างไร จักษุ เที่ยงหรือไม่เที่ยง?
"ไม่เที่ยง พระเจ้าข้า"
สิ่งใดไม่เที่ยง, สิ่งนั้นเป็นทุกข์หรือเป็นสุขเล่า?
"เป็นทุกข์ พระเจ้าข้า"

สิ่งใดไม่เที่ยง เป็นทุกข์มีความแปรปรวนไปเป็นธรรมดา,
ควรหรือหนอที่จะตามเห็นสิ่งนั้นว่า "นั่นของเรา(เอตํมม),
นั่นเป็นเรา(เอ โสหมสฺมิ), นั่นเป็นอัตตาของเรา(เอโส เม อตฺตา)" ดังนี้?
"ไม่ควรตามเห็นอย่างนั้น พระเจ้าข้า"


บันทึกการเข้า
อยากให้ทุกชีวิต มีความอบอุ่น

ธุลีธวัช (chai173)

  • ปัญญา นัตถิ อฌายโต “ปัญญาไม่มีแก่ผู้ไม่พินิจ”
  • ศิษย์ตรง
  • โยคาวจรผล
  • *****
  • ผลบุญ: +35/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 2905
  • Respect: +2
    • ดูรายละเอียด
    • เว็บไซต์
0
มีเรื่องกังวลใจหลายเรื่อง ทำให้เวลานั่งกรรมฐาน กำหนดอะไรไม่ได้เลยคะ อยากทราบวิธีการปฏิบัติที่จะระงับความกระวนกระวายเหล่านี้มาก ๆ คะ

ความทุกข์ความวุ่นวายใจมีกันได้ และสำคัญที่จะบรรเทามันลงอย่างไร หากจะเริ่มที่สมาธิคงยากแน่นอน วิธีอย่างง่าย

ดาษดื่นที่เห็นทำกันก็ใส่บาตรคลายทุกข์ตอนเช้า ซึ่งเป็นการอาศัยอำนาจบุญทานจูงจิตน้อมไปในกุศลเบื้องต้น หรือ

สวดมนต์, ฟังธรรมะบรรยาย, วิจยะธรรม(ใคร่ครวนธรรม/อ่านพระสูตร เพื่อน้อมนำเป็นพุทธานุสสติ) อย่างนี้ที่กล่าว

มาสามารถฉุดช่วยได้บ้าง ผมนั้นก็ใช้วิธีการเยื่องนี้อยู่บ่อยๆครับ คุณน้อง "ก้านตอง" ลองพิจารณาใช้ดู ครับ! 




http://playthai.playpark.com/gangza/detail.aspx?webID=128&TID=299&contID=5306
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 04, 2012, 09:17:54 PM โดย THAWATCHAI173 »
บันทึกการเข้า
ศรัทธา, ศีล, พาหุสัจจะ, วิริยารัมภะ, ปัญญา

Sitti

  • กำลังจะพ้นจากน้ำ
  • *
  • ผลบุญ: +1/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • เพศ: ชาย
  • กระทู้: 97
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
0
กระวน กระวาย ก็ต้อง ปล่อยวางครับ การปล่อยวางเป็นคุณสมบัติ เบื้องต้นของผู้ภาวนาครับ ถ้าผมจำไม่ผิดเคยเห็นพระอาจารย์ตอบเรื่องการปล่อยวางนี้ไว้ แต่จำกระทู้ไม่ได้ ครับ

   :s_hi: :49:
บันทึกการเข้า
สิทธิ มาแว๊ว มาตามคำเชิญ แก๊งค์  อ๊บ

waterman

  • มีเหตุมีผล
  • ****
  • ผลบุญ: +0/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 302
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
0
กระวน กระวาย ก็ต้องอย่าลืม พุทโธ ครับ

  พุทโธ  พุทโธ พุทโธ พุทโธ พุทโธ พุทโธ พุทโธ

 :c017: :c017: :c017: :25: :25: :25:

บันทึกการเข้า

มะเดื่อ

  • กำลังแหวกกระแส
  • **
  • ผลบุญ: +1/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • เพศ: หญิง
  • กระทู้: 181
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
0
ความกระวนกระวายใจ นั้นเกิดแต่ความกลัว มีวิตกเป็นเหตุ

   ดังนั้นเมื่อทราบต้นตอ คือ ความกลัว แล้ว ก็ต้องแก้ปัญหา ใหุ้ถูก ครับ

   ความกลัว ต้อ อาญชา ภัย ทุกข์ ตาย เจ็บ แก่  พรัดพราก ไม่สมหวัง สิ่งเหล่านี้ เป็นต้น ต้องทำใจครับ

   ความกลัว เพราะต้องคิดมาก เป็นเหตุคิดไปเอง เช่น คิดว่าสามีไปมีเมียน้อย ( คิดเอง ) อันนี้วิตกไปเอง ต้องมาฝึกจิตให้รู้เห็นตามความเป็นจริง ต้องตั้งสติเป็น

   ดังนั้น ความกลัวทั้งสองแบบ ก็ต้องภาวนาครับ

    ภาวนาง่าย ๆ ก็คือ พุทโธ พุทโธ พุืทโธ ไปเรื่อย ๆ เท่าที่ใจจะสงบ ถ้ายังไม่สงบ ก็เจริญ อภิณหปัจจเวกขณ ให้มาก ๆ ครับ คิดว่าโมหะน่าจะคลายไปได้พอสมควร

    ที่ดีที่สุดผมก็ใช้อยู่เสมอ ก็คือการกำหนดลมหายใจเข้า ลมหายใจออกครับ ก็น่าจะดีขึ้นนะครับ

  :s_hi: :25:
บันทึกการเข้า

ครูนภา

  • โยคาวจรมรรค
  • *****
  • ผลบุญ: +25/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • เพศ: หญิง
  • กระทู้: 608
  • ภาวนา ร่วมกับพวกท่าน แล้วสุขใจ
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
0
คิดว่า ตอนที่ เกิดความกระวนกระวายใจ ( ความไม่สบายใจ ความไม่สบายกาย ) อยุ่นี้ คิดว่าบางครั้งอยากภาวนา กรรมฐาน เช่น พุทโธ นั้นคงทำไม่ได้เป็นแน่เพราะใจไม่ปกติ ไม่รวมลง จิตไม่นิ่ง ดังนั้นถ้าให้ภาวนาตรง ๆ คงไม่ได้แน่ ๆ ควรเปลี่ยนกิจกรรมที่จะภาวนาด้วยท่าทางที่นิ่งเป็นท่าทางเคลื่อนที่แทนคะ

   เช่นการเดินจงกรม คะ เดินไปภาวนาไป แรกเริ่มก็ภาวนาอย่างมีสติ กำหนดรู้ ก่อน คือ ซ้ายย่าง ขวาย่าง เมื่อสติรวมลงดีแล้ว ก็เปลี่ยนเป็นสมาธิ กำหนด พุทโธ ลงเดินไปด้วย แล้วค่อยกลับมากำหนดนั่งต่อ อย่างนี้คิดว่า น้องจะได้สมาธิ จิต ที่คลายจากความกระวนกระวายใจลง นะคะ โดยเฉพาะ ธาตุดิน สามารถกำหนดวิปัสสนาได้ คะ

   ลองฟังในรายการ RDN ช่วง ทุ่มแล้วปฏิบัติตามดูก็ได้นะคะ

   :49: :58:
บันทึกการเข้า
ศรัทธา ปัญญา ขันติ ความเพียร คุณสมบัติผู้ภาวนา
ขอเป็นกัลยาณมิตร กับทุกท่าน ที่เป็นกัลยาณมิตร

raponsan

  • มารยิ่งมี บารมียิ่งแก่กล้า
  • ผู้ดูแลบอร์ด
  • โยคาวจรผล
  • ********
  • ผลบุญ: +61/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 22852
  • Respect: +11
    • ดูรายละเอียด
0
มีเรื่องกังวลใจ กระวนกระวาย หลายเรื่อง เลยคะ ทำให้เวลานั่งกรรมฐาน กำหนดอะไรไม่ได้เลยคะ อยากทราบวิธีการปฏิบัติที่จะระงับความกระวนกระวาย เหล่านี้มาก ๆ คะ เพราะรู้สึกว่าทำสมาธิไม่ได้ กระสับกระส่ายถึงขั้นกินไม่ได้นอนไม่หลับ คะ  ต้องขออภัยด้วยนะคะที่ไม่สามารถเล่าเรื่องที่ทำให้เกิดความวิตก กังวลนี้ได้คะ

  ขอบคุณทุกท่านล่วงหน้าที่ช่วยนะคะ

  :c017: :'(

  ได้เวลามาคุยครับ หนูก้านตองไม่ได้แจ้งรายละเอียดมา การแนะนำต่างๆอาจจะไม่ตรงใจ
   อย่างไรก็ตาม ผมจะคุยแบบกว้างๆเท่าที่จะนึกได้

   อาการกินไม่ได้นอนไม่หลับ อันสืบเนื่องมาจากการกังวลในปัญหาต่างๆที่ปล่อยวางไม่ได้
   อาการที่เป็นอยู่นี้ หนูก้านตองต้องถามตัวเองว่า จะแก้มันที่ต้นเหตุหรือไม่
   หรือจะปล่อยปัญหาให้อยู่อย่างนั้น แต่จะมาแก้ที่ใจ
   ต้องการให้ใจสงบผ่องใส โดยจะไม่คำนึงถึงปัญหานั้นๆ

   การที่ปล่อยให้ปัญหาคาราคาซังอยู่ จะเป็นการหนีปัญหา
   ในแง่ของปุถุชนการเห็นปัญหาต่างๆย่อมไม่สบายใจ จิตของหนูก้านตองยังไม่เข้มแข็งพอที่จะรับมือได้
   พูดให้ตรงประเด็นก็คือ ไม่สามารถปล่อยวางได้

   การที่จิตจะเกิดปัญญาปล่อยวางทุกข์ได้(อย่างน้อยก็ชั่วคราว) ต้องใช้กำลังของสติและสมาธิ
   การฝึกจิตให้มีสัมมาสติและสัมมาสมาธิต้องปฏิบัติกรรมฐาน และต้องบำเพ็ญเพียรอย่างต่อเนื่อง

   การเข้ากรรมฐานในเบื้องต้นต้องตัดปลิโพธ(เหตุกังวลต่างๆ)ก่อน แต่หนูก้านตองตัดปลิโพธไม่ได้
   สิ่งที่หนูมีอยู่ คือ นิวรณ์ อุทธัจจกุกกุจจะ (ความฟุ้งซ่านและร้อนใจ, ความกระวนกระวายกลุ้มกังวล)

   ในเมื่อปลิโพธ(เหตุกังวล)มีอยู่ จึงทำให้หนูมีความนิวรณ์(ความฟุ้งซ่านและร้อนใจ, ความกระวนกระวายกลุ้มกังวล)
  การแก้ที่ควรเป็น ก็คือ ต้องแก้ที่ต้นเหตุ หากหนูไม่ยอมแก้ มันก็จะเกิดนิวรณ์อยู่อย่างนี้


  หากหนูบอกว่า ตอนนี้ยังแก้ไม่ได้ แล้วจะให้ทำอย่างไร
  เราต้องใช้วิธีขี้โกงครับ หาทางลัดเข้ากรรมฐานให้ได้ หลวงปู่เทสก์ เทศน์รังสี สอนไว้ว่า
  ให้สูดลมหายใจเข้าให้เต็มปอด กลั้นลมหายใจไว้ให้นานที่สุด แล้วค่อยๆผ่อนลมหายออก
  ผลของการทำวิธินี้ จะทำให้ได้สมาธิที่เร็วมาก(ทำหลายๆครั้ง หากรู้สึกว่าสมาธิยังไม่พอ)


  กรรมฐานมัชฌิมา แบบลำดับ มีวิธีเร่งด่วนตัดนิวรณ์ได้อย่างไร
  ในกรรมฐานมัชฌิมาฯ ในส่วนพุทธานุสติ ในห้องพระธรรมปิติ มีคำอธิบายเรื่อง "อุเบกขานิมิต" ไว้ดังนี้
   "ในระหว่างภาวนา ถ้าจิตซัดส่ายไปในอดีต หรือไปในอนาคต หรือฟุ้งซ่านอยู่ในปัจจุบัน
   ก็ให้ทำการเพิกจิตวางเฉย เมื่อมีสติก็ดึงกลับมา
   ด้วยการส่งหายใจเข้าไปให้เต็มปอดพร้อมภาวนาว่า "พุทโธ" และส่งจิตไปยังฐานจิตทันที
   การวางจิตอย่างนี้เรียกว่า "อุเบกขานิมิต"

 
   อธิบายเพิ่มเติมได้ว่า เมื่อรู้ตัวว่า มีนิวรณ์เกิดขึ้นในใจ การรู้ตัว ก็คือ มีสติ
   แต่มีสติแล้ว นิวรณ์ไม่ได้หายไปไหน ยังคงอยู่ในใจเรา
   วิธีแก้ ก็คือ หายใจเข้าให้ลึกที่สุด จนตัวตั้ง
   จากนั้นให้กลั้นลมหายใจเอาไว้ นับ ๑ ถึง ๓๗ (ไม่จำเป็นต้องให้ถึง ๓๗ ก็ได้ นับเท่าที่ทำได้)
   แล้วค่อยๆ ผ่อนลมหายใจออก พร้อมกับภาวนาคำว่า "พุทโธ"
   วิธีนี้เป็นวิธีเร่งด่วน ที่ทำให้ได้สมาธิกลับมา และใช้ได้ผลมาก(ทำหลายๆครั้งก็ได้)

   (ความเห็นนี้นำมาจากคำสอนของพระอาจารย์)

   มีวิธีอื่นอีกไหม ที่ช่วยให้ได้สมาธิเร็วขึ้น
   การออกกำลังกายให้เหงื่อออกมากๆ หรือทำงานหนักๆ พอเราอาบน้ำแต่งตัวใหม่
   ลองมาทำกรรมฐานดู จะรู้สึกว่า ไ้ด้สมาธิเร็วมาก วิธีนี้ผมเคยลองมาแล้ว ได้ผลครับ


   เคล็ดลับที่ทำให้ได้สมาธิเร็ว ก่อนเข้ากรรมฐานต้องมีความสุข(ทางโลก)
   การที่จิตใจมีความสุข จากการฟังเพลงที่เราชอบ โดยเฉพาะเพลงบรรเลง
   หรือได้เห็นได้ยินภาพและเสียงที่ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย จะช่วยให้ได้สมาธิเร็วขึ้น
   วิธีนี้ผมก็ใช้อยู่บ่อยๆ ได้ผลครับ


   การระลึกถึงบุญกุศลต่างๆที่เราได้ทำไว้ไม่เกิน ๓ วัน จะช่วยได้สมาธิเร็วขึ้น
   การย้อนไประลึกถึงบุญกุศลทำให้ใจเรามีปิติ เมื่อจิตมีปิติ จะไ้ด้สมาธิเร็วขึ้น
   แต่ต้องไม่เกิน ๓ วัน (เกินกว่านี้อาจระลึกได้ แต่ปิติอาจน้อยหรือไม่มีเลย)
   เรื่องนี้มีอยู่ในหนังสือประกอบการขึ้นกรรมฐานมัชฌิมาฯ ของพระอาจารย์


   รู้สึกเหนื่อยแล้ว ขอคุยเป็นเพื่อนเท่านี้ครับ

    :welcome: :49: :25: :s_good:

บันทึกการเข้า
ปัญจะมาเร ชิเนนาโถ ปัตโต สัมโพธิมุตตะมัง จตุสัจจัง ปะกาเสติ มหาวีรัง นะมามิหัง ปัญจะมาเร ปลายิงสุ