ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

ผู้เขียน หัวข้อ: อย่าได้กล่าวว่า.."วิญญาณ เวียน ว่าย ตาย เกิด"..??  (อ่าน 2504 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

raponsan

  • มารยิ่งมี บารมียิ่งแก่กล้า
  • ผู้ดูแลบอร์ด
  • โยคาวจรผล
  • ********
  • ผลบุญ: +61/-0
  • ออนไลน์ ออนไลน์
  • กระทู้: 24033
  • Respect: +11
    • ดูรายละเอียด
0


อัปโหลดโดย HiDhammaDotCom เมื่อ 29 ต.ค. 2011

อย่าได้กล่าวว่า.."วิญญาณ เวียน ว่าย ตาย เกิด"..??

[พุทธวจน]
พระผู้มีพระภาคตรัสถามว่า
   ดูกรสาติ ได้ยินว่า เธอมีทิฏฐิอันลามกเห็นปานนี้เกิดขึ้นว่า เราย่อมรู้ทั่วถึงธรรมตามที่พระผู้มีพระภาคท­รงแสดงว่า
   วิญญาณนี้นั่นแหละ ย่อมท่องเที่ยว แล่นไปไม่ใช่อื่น ดังนี้ จริงหรือ?


สาติภิกษุทูลว่า
   ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์ย่อมรู้ทั่วถึงธรรมตามที่พระผู้มีพระภาคทรงแสดงว่า
   "วิญญาณนี้แหละ ย่อมท่องเที่ยว แล่นไป ไม่ใช่อื่น" ดังนี้ จริง.


พระผู้มีพระภาคตรัสถามว่า
   ดูกรสาติ วิญญาณนั้นเป็นอย่างไร?


สาติภิกษุทูลว่า
    สภาวะที่พูดได้ รับรู้ได้ ย่อมเสวยวิบากของกรรมทั้งหลาย ทั้งส่วนดีทั้งส่วนชั่วในที่นั้นๆ นั่นเป็นวิญญาณ.


พระผู้มีพระภาคตรัสว่า
   ดูกรโมฆบุรุษ เธอรู้ธรรมอย่างนี้ที่เราแสดงแก่ใครเล่า
   ดูกรโมฆบุรุษ วิญญาณอาศัยปัจจัยประชุมกันเกิดขึ้น เรากล่าวแล้วโดยปริยายเป็นอเนกมิใช่หรือ
   ความเกิดแห่งวิญญาณ เว้นจากปัจจัย มิได้มี
   ดูกรโมฆบุรุษ ก็เมื่อเป็นดังนั้น เธอกล่าวตู่เราด้วยขุดตนเสียด้วย จะประสพบาปมิใช่บุญมากด้วย เพราะทิฏฐิที่ตนถือชั่วแล้ว
   ดูกรโมฆบุรุษก็ความเห็นนั้นของเธอ จักเป็นไปเพื่อโทษไม่เป็นประโยชน์ เพื่อทุกข์ตลอดกาลนาน.



ที่มา www.HiDhamma.com
อ่านเรื่องนี้ได้ที่ : พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๒ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๔ มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์
(๘. มหาตัณหาสังขยสูตร ว่าด้วยสาติภิกษุมีทิฏฐิลามก)
เนื้อความพระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๒  บรรทัดที่ ๘๐๔๑ - ๘๕๐๖.  หน้าที่  ๓๓๐ - ๓๔๘.
http://84000.org/tipitaka/pitaka_item/v.php?B=12&A=8041&Z=8506&pagebreak=0
ศึกษาอรรถกถานี้ ได้ที่ :-http://84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=12&i=440



พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๒
ชื่อมัชนิกาย มูลปัณณาสก์
เป็นสุตตันตะปิฎกเล่มที่ ๔


๓๘ . มหาตัณหาสังขยสูตร
สูตรว่าด้วยความสิ้นไปแห่งตัณหา สูตรใหญ่


   ๑. พระผู้มีพระภาคประทับ ณ เชตวนาราม. สมัยนั้นภิกษุชื่อสาติ ผู้เป็นบุตรของชาวประมงเกิดความเห็นผิดว่า 
   "วิญญาณดวงนั้นแหละแล่นไป ท่องเที่ยวไป มิใช่ดวงอื่น"
   (ถือว่าวิญญาณเที่ยงเป็นตัวยืนในการเวียนว่ายตายเกิด)
   ภิกษุทั้งหลายว่ากล่าวตักเตือนว่า พระผู้มีพระภาคมิได้ตรัสเช่นนั้น ก็ไม่เชื่อฟัง.


   ความทราบถึงพระผู้มีพระภาค จึงตรัสสั่งให้เรียกตัวภิกษุชื่อสาติมาสอบถาม และชี้ให้เห็นว่าเป็นการกล่าวตู่พระองค์ เพราะพระองค์ตรัสอยู่โดยปริยายเป็นเอนกว่า
   "วิญญาณเกิดขึ้นเพราะอาศัยปัจจัย เว้นจากปัจจัย ความเกิดขึ้นแห่งวิญญาณย่อมไม่มี."
   (เมื่อเกิดเพราะอาศัยเหตุปัจจัย จึงดับได้ ไม่ใช่ของยั่งยืน ดังที่เข้าใจผิดไปนั้น).
   ภิกษุชื่อสาติ ก็นั่งก้มหน้าเก้อเขิน ถอนใจ.


  ๒. พระผู้มีพระภาคตรัสสอบถามความเข้าใจของภิกษุทั้งหลาย ก็กราบทูลตอบตรงตามหลัก คือ วิญญาณเกิดขึ้นเพราะอาศัยปัจจัยอื่น เว้นจากปัจจัย ความเกิดแห่งวิญญาณย่อมไม่มี.
   ครั้นแล้ว จึงทรงแสดงที่วิญญาณอาศัยปัจจัยเกิดขึ้น
   อันทำให้มีชื่อเรียก คือ อาศัยตา อาศัยรูป วิญญาณเกิดขึ้น เรียกว่า จักขุวิญญาณ(ความรู้แจ้งทางตา) เป็นต้น     
  จนถึงอาศัยใจ อาศัยธรรมะ วิญญาณเกิดขึ้น เรียกว่า มโนวิญญาณ(ความรู้แจ้งทางใจ)
  เปรียบเหมือนไฟเกิดจากไม้ ก็เรียกว่า ไฟไม้ เป็นต้น.



ที่มา พระไตรปิฎก ฉบับประชาชน (อ.สุชีพ ปุญญานุภาพ)
http://www.larnbuddhism.com/tripitaka/prasuttanta/4.4.html
ขอบคุณภาพจาก http://nkgen.com/
บันทึกการเข้า
ปัญจะมาเร ชิเนนาโถ ปัตโต สัมโพธิมุตตะมัง จตุสัจจัง ปะกาเสติ มหาวีรัง นะมามิหัง ปัญจะมาเร ปลายิงสุ

ธุลีธวัช (chai173)

  • ปัญญา นัตถิ อฌายโต “ปัญญาไม่มีแก่ผู้ไม่พินิจ”
  • ศิษย์ตรง
  • โยคาวจรผล
  • *****
  • ผลบุญ: +35/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 2905
  • Respect: +2
    • ดูรายละเอียด
    • เว็บไซต์
Re: อย่าได้กล่าวว่า.."วิญญาณ เวียน ว่าย ตาย เกิด"..??
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: พฤษภาคม 02, 2012, 10:49:18 PM »
0
"สัตว์
ผู้มีอวิชชาเป็นเครื่องกั้น มีตัณหาเป็นเครื่องผูก"
               ชื่อว่า เวียน/ว่าย/ตาย/เกิด

                                             
                                                                 "วิญญาณ   
                                                เกิดเพราะอาศัยเหตุปัจจัย จึงดับได้"
                                                           ไม่ใช่ของยั่งยืน ดังที่เข้าใจ




http://www.dhammasavana.or.th/article.php?a=827
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 02, 2012, 11:45:22 PM โดย THAWATCHAI173 »
บันทึกการเข้า
ศรัทธา, ศีล, พาหุสัจจะ, วิริยารัมภะ, ปัญญา