ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน Did you miss your activation email?

ผู้เขียน หัวข้อ: การถอดจิต นั้นต้องฝึกกรรมฐานถึงขั้นไหนคะ  (อ่าน 6019 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

fasai

  • บัณฑิตสัตตบุรุษ
  • *****
  • ผลบุญ: +20/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • เพศ: หญิง
  • กระทู้: 281
  • ทางสายกลาง
  • Respect: +1
    • ดูรายละเอียด
0
 8)การถอดจิต นั้นต้องฝึกกรรมฐานถึงขั้นไหนคะ :angel:

ฟังอาจารย์เคยพูดเรื่องการถอดจิต แท้ที่จริงการถอดจิตนั้น ต้องฝึกกรรมฐานถึงขั้นไหน หรือ ต้องปฏิบัติกรรมฐานอะไร ถึงจะทำเช่นนั้นได้



บันทึกการเข้า
ทุกสิ่งทุกอย่าง เป็นไปตามกรรม
ใครสร้างกรรมอย่างไร ก็รับผลกรรมอย่างนั้น

บุญเอก

  • บัณฑิตสัตตบุรุษ
  • *****
  • ผลบุญ: +2/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 259
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
Re: การถอดจิต นั้นต้องฝึกกรรมฐานถึงขั้นไหนคะ
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: ธันวาคม 06, 2009, 11:18:43 PM »
0
 :o  :-X ทำได้จริงหรือครับ ผมยังไม่เห็นใครทำเรื่องนี้ให้รู้ ให้ดูเลย
บันทึกการเข้า
ทำงานอาสา หวังช่วยคนตกยาก แม้จะลำบาก แต่ก็จะทำโดยความไม่หนักใจ
อาสากตัญญู พัทยา ยินดีรับใช้

sakorn

  • ผู้ที่กำลังเ้พิ่มบารมีธรรม
  • **
  • ผลบุญ: +2/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 28
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
Re: การถอดจิต นั้นต้องฝึกกรรมฐานถึงขั้นไหนคะ
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: ธันวาคม 07, 2009, 10:14:14 AM »
0
ตอนผมไปวัดท่าซุง มโนมยิทธิ ก็เป็นลักษณะการถอดจิตไปที่ต่างๆ
บันทึกการเข้า
เป็นมนุษย์ เป็นได้เพราะใจสูง เหมือนหนึ่งยูง มีดีที่แววขน

sakorn

  • ผู้ที่กำลังเ้พิ่มบารมีธรรม
  • **
  • ผลบุญ: +2/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 28
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
Re: การถอดจิต นั้นต้องฝึกกรรมฐานถึงขั้นไหนคะ
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: ธันวาคม 07, 2009, 10:26:04 AM »
0
http://board.palungjit.com/f4/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%96%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B8%88%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%A1%E0%B8%B53%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%B5-101.html

ลองอ่านที่นี่ดูครับ ผมทำผิดระเบียบหรือป่าวครับนี่
บันทึกการเข้า
เป็นมนุษย์ เป็นได้เพราะใจสูง เหมือนหนึ่งยูง มีดีที่แววขน

ทินกร

  • ถวายชีวิตเพื่อพุทธศาสน์
  • 1.ผู้ดูแลระบบ
  • บัณฑิตสัตตบุรุษ
  • *
  • ผลบุญ: +17/-1
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • เพศ: ชาย
  • กระทู้: 365
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
    • เว็บไซต์
Re: การถอดจิต นั้นต้องฝึกกรรมฐานถึงขั้นไหนคะ
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: ธันวาคม 07, 2009, 10:45:02 AM »
0
ตรงมุมนั้งคุยเล่น นี้ ตามสบายเลยนะครับ ไม่ผิดศีลธรรมเป็นใช่ได้
บันทึกการเข้า
พุทธัง ธัมมัง สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ

www.madchima.org
http://saraburisat.ps-satcom.com รับติดตั้งจานดาวเทียมครับ
http://www.yutyaplaza.com ลงประกาศฟรี ของชาวอยุธยา

THAWATCHAI173

  • ปัญญา นัตถิ อฌายโต “ปัญญาไม่มีแก่ผู้ไม่พินิจ”
  • 2.ทีมงานมัชฌิมา
  • มหาบัณฑิตพุทธบริษัท
  • *****
  • ผลบุญ: +35/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 2312
  • Respect: +2
    • ดูรายละเอียด
    • เว็บไซต์
Re: การถอดจิต นั้นต้องฝึกกรรมฐานถึงขั้นไหนคะ
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: พฤษภาคม 26, 2010, 12:02:57 PM »
0
:19:

:040:คุณ fasai ถามถึงการถอดจิตนั้นต้องฝึกกรรมฐานถึงขั้นไหน?
:040:จากที่ผมเองมีโอกาสสนทนาธรรมใกล้ชิดพระอาจารย์อยู่บ่อยครั้ง ทราบจากท่านว่าที่ไม่อยู่ประจำอาวาสนั้น ท่านได้หาโอกาสปลีกวิเวกปฏิบัติสมณะกิจฝึกเดินณานในทุกอิริยาบถ แม้กายอยู่นิ่งแต่ใช้จิตเดินทางท่องเที่ยว กล่าวคือท่านเปรยถึงการถอดจิต ซึ่งเดิมเข้าใจกันว่าต้องฝึกกรรมฐานถึงขั้นอัปปนาสมาธิ คือระดับเข้าสู่องค์ณานแล้วจึงจะสามารถถอดจิตได้ แท้จริงแล้วไม่ต้องถึงขั้นนั้นก็สามารถกระทำได้ในขั้นอุปจาระสมาธิ โดยท่านแนะให้ผมลองฝึกให้จิตสงบแล้วให้หน่วงจิตไปยังสถานที่ที่มีความศักดิ์สิทธิ์กล่่าวคือสถานที่ที่มีสภาวะครึ่งกำลังแก่จิตภาวนา ถ้าผมพอจะนึกได้ก็ถ้ำพระอรหันต์ วัดเขาสมโภชน์ จ.ลพบุรี ที่นั่นมีสภาวะครึ่งกำลัง เพราะผมลองพิสูจน์มาแล้ว พระอาจารย์ท่านแนะให้ผมลองหน่วงจิตไปยังสถานที่ดังกล่าวขณะภาวนาเพื่อถอดจิตดู ไม่ต้องกลัวกลับเข้าร่างไม่ได้ลองดูก่อนกลับเข้าร่างไม่ได้จริงๆนึกถึงพระอาจารย์ท่านจะไปตามกลับมาเอง ผมฟังดูแล้วก็อยากลองหรือคุณ fasai จะลองดูก่อนก็ได้นะครับ.
                                                                                        :coffee2:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 26, 2010, 12:16:52 PM โดย THAWATCHAI173 »
บันทึกการเข้า
“ศรัทธา/ศีล/พาหุสัจจะ/วิริยารัมภะ/ปัญญา”

TCnapa

  • 5.สมาชิกเว็ป
  • กัลยาณมิตร
  • ***
  • ผลบุญ: +5/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • เพศ: หญิง
  • กระทู้: 82
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
Re: การถอดจิต นั้นต้องฝึกกรรมฐานถึงขั้นไหนคะ
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: พฤษภาคม 28, 2010, 09:58:04 PM »
0
อ้างถึง
ถ้าผมพอจะนึกได้ก็ถ้ำพระอรหันต์ วัดเขาสมโภชน์ จ.ลพบุรี ที่นั่นมีสภาวะครึ่งกำลัง เพราะผมลองพิสูจน์มาแล้ว

คุณธรรมธวัช พอจะเล่าขยายความเพิ่มขึ้นได้หรือไม่คะ

อยากทราบเพิ่มเติม คะ

 :25:
บันทึกการเข้า
ถึงเป็นครูบ้านนอก แต่ก็ไม่ออกจากศีล และธรรม นะจ๊ะ

THAWATCHAI173

  • ปัญญา นัตถิ อฌายโต “ปัญญาไม่มีแก่ผู้ไม่พินิจ”
  • 2.ทีมงานมัชฌิมา
  • มหาบัณฑิตพุทธบริษัท
  • *****
  • ผลบุญ: +35/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 2312
  • Respect: +2
    • ดูรายละเอียด
    • เว็บไซต์
Re: การถอดจิต นั้นต้องฝึกกรรมฐานถึงขั้นไหนคะ
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: มิถุนายน 09, 2010, 10:06:37 PM »
0

       
วัดเขาสมโภชน์ อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี เป็นวัดที่มีความสำคัญวัดหนึ่ง ซึ่งผมได้รับทราบเรื่องราวเกี่ยวกับถ้ำ

พระอรหันต์ จากพระอาจารย์สนธยา ธมฺมวํโส ความสำคัญของถ้ำแห่งนี้มีตำนานกล่าวว่ามีพระอรหันต์รูปหนึ่งท่าน

ได้ละสังขารโดยถูกเสือขบกัดจนถึงแก่นิพพานภายในถ้ำ ทำให้ถ้ำแห่งนี้มีความศักดิ์สิทธิ์ กล่าวคือ มีสภาวะครึ่ง

กำลังในการเจริญภาวนา ซึ่งพระอาจารย์ท่านได้ให้การรับรองไว้ว่าใครไม่เคยนั่งหรือมีพื้นฐานการภาวนามาก่อน

สามารถทำได้ที่นี่แล้วเห็นผลทันที ผมเองได้มีโอกาสสนทนาธรรมกับพระอาจารย์อยู่บ่อยครั้งและรับทราบเรื่อง

ราวของการเจริญภาวนาแบบครึ่งกำลังโดยอาศัยสถานที่ที่มีความศักดิ์สิทธิ์เป็นแรงส่งให้กับการทำสมาธิ กล่าวคือ

ใช้กำลังบารมีของเราครึ่งหนึ่งและกำลังของสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ครึ่งหนึ่ง ผมนั้นได้แต่รับฟังไว้พิจารณาก็ยังไม่

เชื่อมากมาย จนกระทั่งผมมีโอกาสนัดกับกลุ่มเพื่อนๆที่เคยไปขึ้นพระกรรมฐานที่วัดราชสิทธาราม (วัดพลับ) ด้วย

กันไปกราบนิมนต์พระอาจารย์ให้ช่วยนำพาไปพิสูจน์ยังวัดเขาสมโภชน์ โดยมีพระอาจารย์หนึ่งรูปกับพระภิกษุ

อนุจรอีกหนึ่งรูป ผมและเพื่อนๆอีกสามคน ได้เดินทางไปจังหวัดลพบุรีจุดหมายแรกพระอาจารย์ให้ผมและเพื่อนๆ

ไปแวะกราบขอพรกับหลวงปู่ฟัก วัดเขาวงพระจันทร์ก่อน ซึ่งก็ไม่แคล้วต้องถูกให้ทดสอบกำลังบารมีด้วยการขึ้น

เขาไปกราบรอยพระพุทธบาทและลาพุทธภูมิประมาณขั้นบันไดก็ราวๆ 3,790 ขั้น ก็เล่นเอาเหนื่อยพอสมควร

กลับลงมาก็บ่ายคล้อยเย็นมากแล้ว แต่ด้วยใจที่มุ่งมั่นก็ขอไปวัดเขาสมโภชน์ต่อให้ได้ ถึงวัดก็ 6 โมงเย็นพอดี

ใกล้จะพลบค่ำ ผมนั้นไม่ย่อท้อแม้จะเหนื่อยจากการขึ้นเขามา 3,790 ขั้น ก็ขึ้นเขาต่ออีกราวๆ 800 ขั้น บริเวณ

เขาเท่าที่สังเกตดูแล้วจะชื้นแฉะมากมีตัวกิ้งกือด้วยยาวประมาณ 1 ฟุต ใหญ่มากเท่าที่เคยเห็นมายั้วเยี้ยเต็มไป

หมดตามขั้นบันได ผมต้องระวังกลัวจะเหยียบมันเข้าเพราะฟ้าเริ่มสลัวๆใกล้จะค่ำ เมื่อถึงปากทางเข้าถ้ำผมงงมาก

ปากถ้ำทางเข้านั้นเล็กพอแค่คนคนเดียวเข้าไปได้ต้องเข้าทีละคน ผมคนสุดท้าย ภายในถ้ำมืดมากต้องค่อยๆคลำ

ทางลงไป เมื่อถึงพื้นถ้ำดูแล้วกว้างมากแต่ชื้นแฉะหน่อยเพราะมีน้ำซึมตามผนังถ้ำ ผมสังเกตเห็นตะเกียงดวงเล็กๆ

ตั้งให้แสงสว่างอยู่ที่มุมถ้ำ เมื่อเดินเข้าไปจะสังเกตเห็นได้ว่ามีหินก้อนหนึ่งรูปลักษณ์คล้ายศีรษะคนและลำตัวจม

อยู่ในพื้นถ้ำ ซึ่งนั่นคือ หลวงพ่อทองดี พระอรหันต์ที่ทิ้งสังขารไว้ภายในถ้ำ ทำให้ถ้ำแห่งนี้จึงได้ชื่อว่าถ้ำพระ

อรหันต์และมีความศักดิ์สิทธิ์ ผมไม่ลังเลก้มลงกราบแล้วตั้งจิตอธิษฐานว่า “ข้าพเจ้าขออาราธนาอำนาจแห่งผล

บุญอันกอปร์ด้วยทาน ศีล ภาวนา ที่ข้าพเจ้าได้เคยสั่งสมมาตลอดภพชาติอันยาวนาน จงมาเป็นกำลังให้แก่

ข้าพเจ้า ณ กาลบัดนี้เถิด และขออำนาจบารมีแห่งความศักดิ์สิทธิ์ ณ ถ้ำแห่งนี้จงหนุนส่งกำลังให้แก่ข้าพเจ้าด้วย

เถิด” ผมเลือกที่จะนั่งกลางถ้ำเพื่อเลี่ยงตัวกิ้งกือมารบกวน ในขณะนั่งผมใช้การภาวนาแบบอานาปานสติที่ผม

ถนัด ผมเองนั้นยอมรับว่าเหนื่อยมากคงยากที่จะนั่งได้เพราะจิตซัดส่ายมากไม่มีสมาธิเอาเสียเลย แต่แล้ว

ปาฏิหาริย์มีจริง ขณะที่ผมพยายามบริกรรมพุทโธเพื่อให้จิตนิ่งนั้น ผมรู้สึกว่ากำลังถูกดูดอย่างแรงจากทางด้าน

หลัง พลังดูดแรงมากเหมือนจะลากผมให้ออกจากที่นั้น ผมก็ยื้อสู้แรงดูดฉุดกันไปฉุดกันมาอยู่อย่างนั้น ผมมีสติรู้

ตัวอยู่ตลอด ก็พยายามบริกรรมพุทโธอยู่เรื่อยๆไม่ให้ขาด จนกระทั่งผมมีความรู้สึกว่าทำไมศีรษะผมจึงจรดพื้นได้

เหมือนกับว่าตัวเองบิดโค้งงอได้อย่างนั้น ผมอยู่ในอารมณ์อย่างนั้นโดยไม่สนเพื่อนๆที่ลุกไปสนทนาธรรมกับพระ

ครูภาวนาวิกรมที่ส่งเสียงรบกวนผมอยู่ห่างๆไม่ไกลมากนัก ผมอยู่ในอารมณ์อย่างนั้นนาน(ประมาณ 20 นาที พระ

อาจารย์จับเวลาให้) จนพระอาจารย์ให้ออกจากสมาธิแล้วกราบลาพระครูภาวนาวิกรม เพื่อเดินทางกลับ ก่อนกลับ

ผมถามอารมณ์กรรมฐานกับพระครูภาวนาวิกรม ท่านให้เหตุผลว่านั่นเป็นอาการที่บ่งถึงภพภูมิเดิมว่าผมนั้นคงเคย

เป็นนาคมาก่อน เพราะถ้ำแห่งนี้เป็นถ้ำของพญานาคมาก่อน ณ บริเวณถ้ำนี้เป็นที่ประชุมของเหล่านาค เมื่อผมกับ

เพื่อนๆกราบลาพระครูภาวนาวิกรมแล้วก็ต้องรีบลงจากเขาเพราะมืดมากแล้วมองไม่เห็นทางเดิน เมื่อถึงข้างล่างผม

นั้นได้สอบถามเพื่อนๆกับไม่พบว่าใครได้อารมณ์อะไรกันเลย สรุปมีผมคนเดียวที่ได้ ณ ถ้ำแห่งนี้ เสียดายที่เวลา

มีน้อยหากมีเวลามากกว่านี้ผมคงได้อะไรมากกว่านี้แน่ ในระหว่างเดินทางกลับผมถามอารมณ์กับพระอาจารย์ ซึ่ง

ท่านก็ให้คำตอบว่านั่นเป็น ขณิกาปิติอย่างหยาบ เหตุที่ผมเชื่อมั่นก็เพราะผมปฏิบัติธรรมกรรมฐานมาก่อนเมื่อครั้ง

อายุ 9 ขวบก็ได้อารมณ์ในลักษณะนี้ นับแต่จากนั้นมาผมก็เริ่มปฏิบัติกรรมฐาน มัชฌิมา แบบลำดับ ตามคำสอน

สั่งของพระอาจารย์มาโดยตลอด จนกระทั่งวันหนึ่งผมก็ได้ปิติ (รู้สึกร่างกายกลายเป็นโลหะหนักและแข็ง) ใน

องค์กรรมฐานที่บ้าน ผมได้ปิติที่บ้านครั้งนั้นจึงหาโอกาสเข้าพบพระอาจารย์เพื่อชี้แนะก็ได้คำตอบว่านั่นเป็นองค์

ธรรมของหลวงปู่เข้าประทับเพราะผมอาราธนาบารมีหลวงปู่สุก ไก่เถื่อน ให้ช่วยในการภาวนาครั้งนั้น พระอาจารย์

กล่าวให้กำลังใจว่าถ้าผมปฏิบัติเข้าถึงได้ไม่แน่ธาตุกายอาจเปลี่ยนเป็นโลหะเฉกเช่นหลวงปู่สุกก็ได้ทำให้ผมเชื่อ

มั่นในแนวธรรมพระกรรมฐาน มัชฌิมา แบบลำดับ จึงปฏิบัติต่อเนื่องเรื่อยมาครับ.............สวัสดี
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 10, 2010, 05:08:03 PM โดย THAWATCHAI173 »
บันทึกการเข้า
“ศรัทธา/ศีล/พาหุสัจจะ/วิริยารัมภะ/ปัญญา”

สายฟ้า

  • กัลยาณมิตร
  • ***
  • ผลบุญ: +1/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • เพศ: หญิง
  • กระทู้: 97
  • Respect: 0
    • ดูรายละเอียด
Re: การถอดจิต นั้นต้องฝึกกรรมฐานถึงขั้นไหนคะ
« ตอบกลับ #8 เมื่อ: มิถุนายน 10, 2010, 10:33:46 AM »
0
อ้างถึง
พระอาจารย์เพื่อชี้แนะก็ได้คำตอบว่านั่นเป็นองค์

ธรรมของหลวงปู่เข้าประทับเพราะผมอาราธนาบารมีหลวงปู่สุก ไก่เถื่อน

เข้าทรงหลวงปู่ ได้ด้วยหรือครับ
 :smiley_confused1:
บันทึกการเข้า

THAWATCHAI173

  • ปัญญา นัตถิ อฌายโต “ปัญญาไม่มีแก่ผู้ไม่พินิจ”
  • 2.ทีมงานมัชฌิมา
  • มหาบัณฑิตพุทธบริษัท
  • *****
  • ผลบุญ: +35/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 2312
  • Respect: +2
    • ดูรายละเอียด
    • เว็บไซต์
Re: การถอดจิต นั้นต้องฝึกกรรมฐานถึงขั้นไหนคะ
« ตอบกลับ #9 เมื่อ: มิถุนายน 10, 2010, 06:10:53 PM »
0

ผมจะขอขยายความเพิ่มสักเล็กน้อยให้น้องสายฟ้าทราบ....ดังนี้

จากเหตุการณ์ในกระทู้ที่ถาม.? วันนั้นผมป่วยเป็นไข้หวัดร่างกายอ่อนแอพาลพาเอาใจห่อเหี่ยวไปด้วยอีกทั้งคิด

ฟุ้งซ่านไปถึงใครบางคนทำให้เกิดทุกข์เหมือนกายใจหนักอึ้งไปหมดไม่มีเรี่ยวแรงอยากจะเดิน ผมจึงไปหมอบ

กราบต่อหน้าโต๊ะหมู่บูชาแล้วพนมมือกล่าวต่อหน้า หลวงปู่สุก ไก่เถื่อน (รูปบูชาขนาดหน้าตักกว้าง 7 นิ้ว / ซึ่งมี

อัฐิธาตุของหลวงปู่สุกอยู่ด้วย) ว่า "วันนี้กระผมมีความทุกข์เหลือเกินจนไม่อาจหยั่งกายเดินเหินให้เป็นปกติสุข

ได้ กระผมขออาราธนาบารมี หลวงปู่สุก ไก่เถื่อน โปรดช่วยกระผมด้วยในวันนี้เถิด กระผมไม่ไหวแล้วจริงๆ"

จากนั้นผมก็กล่าวคำขอขมาแล้วนั่งคู้บัลลังค์ขวาทับซ้าย หลังตรง ปัคคหะลงศูนย์นาภี (สดือ) แล้วค่อยเลื่อนฐาน

จิตภาวนาเข้าสู่ฐานจิตที่ 1 คือพระขุททกาปิติธรรมเจ้า ฐานธาตุดิน ต่ำกว่าใต้สดือ 2 นิ้วมือ แล้วบริกรรมว่า "พุท

โธ ๆๆๆๆๆๆๆๆๆ" ไปเรื่อยๆ สิ่งที่ปรากฏคือจิตหยั่งความรู้สึกว่า นิ้วมือ ฝ่ามือ แข็งดุจศิลา แล้วเปลี่ยนเป็นแข็งดุจ

โลหะ มีความหนัก แต่มีสติรู้ตัวตลอดขยับนิ้วได้ เมื่อผมเร่งบริกรรม "พุทโธ ๆๆๆๆๆๆๆๆๆ" จิตก็ยิ่งดิ่งลงดิ่งลง

เปรียบเสมือนโยนก้อนกรวดลงน้ำแล้วค่อยๆจมอย่างนั้น อาการนิ้วมือ ฝ่ามือ แข็งและหนักดุจศิลาหรือโลหะมาก

ขึ้นมากขึ้นจนรู้สึกลามไปทั่วตัว ผมอยู่ในอารมณ์นั้นจนรู้สึกพอและใช้เวลามากแล้วจึงอธิษฐานจิตออกจากพระ

กรรมฐานจากที่เล่าประสบการณ์ในสมาธิให้ได้รับทราบไว้นั้น แล้วเกิดมีคำถามว่านั่นเป็นการเข้าทรงหรือ ขอ

ตอบว่าการเจริญธรรมภาวนาสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นเรียกว่า ปิติ ส่วนองค์ธรรมเข้าประทับนั้นมิใช่เข้าทรงแต่เป็นองค์ปิติ

ธรรมอันเกิดจากการอาราธนาขอบารมีคุณครูบาอาจารย์เข้าช่วยเราครึ่งกำลัง เหตุผลนั้นคือว่าผมมีพระธาตุ (อัฐิ

กลายเป็นพระธาตุ) ของหลวงปู่สุก ไก่เถื่อน บูชาอยู่ที่บ้าน ด้วยเหตุนี้จึงได้อาศัยสภาวะครึ่งกำลังในการเจริญ

ภาวนา หากสนใจใฝ่รู้ในพระกรรมฐานควรที่จะต้องเรียนรู้อย่างถูกต้องมีเกณฑ์มีกฏตามระเบียบที่ครูบาอาจารย์

ชี้นำไว้ให้จะเกิดผลดีมีคุณแก่เรา...........สวัสดี
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 11, 2010, 06:22:42 AM โดย THAWATCHAI173 »
บันทึกการเข้า
“ศรัทธา/ศีล/พาหุสัจจะ/วิริยารัมภะ/ปัญญา”