ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

ผู้เขียน หัวข้อ: วันวิสาขบูชาโลกจาก...เวียดนามสู่พระนครศรีอยุธยา  (อ่าน 1278 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

raponsan

  • มารยิ่งมี บารมียิ่งแก่กล้า
  • ผู้ดูแลบอร์ด
  • โยคาวจรผล
  • ********
  • ผลบุญ: +61/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 29399
  • Respect: +11
    • ดูรายละเอียด
0
 

วันวิสาขบูชาโลกจาก...เวียดนามสู่พระนครศรีอยุธยา : เรื่องและภาพ สำราญ สมพงษ์

การจัดงานวันวิสาขบูชาโลกที่สหประชาชาติประกาศให้การรับรองนั้น ปี ๒๕๕๗ นี้ ประเทศเวียดนามได้รับเป็นเจ้าภาพระหว่างวันที่ ๗-๑๑ พฤษภาคม ที่ผ่านมา ในหัวข้อ“พุทธศาสนามีส่วนร่วมปฏิบัติเป้าหมายแห่งสหัสวรรษของสหประชาชาติ”  ที่วัดไบ่ดิงห์ เมืองจังหวัดนิงบิงห์ ทางเหนือของประเทศ หลังจากปิดงานวันวิสาขบูชาโลกที่ประเทศเวียดนามแล้ว ชาวพุทธทั่วโลกก็จะได้เดินทางกลับไปเฉลิมฉลองที่ประเทศของตน ทั้งนี้ ศ.ดร.พระพรหมบัณฑิต กรรมการมหาเถรสมาคม อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.) ในฐานะประธานสภาสากลวันวิสาขบูชาโลก และนายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรี เดินทางไปร่วมงานในนามประเทศไทย

วัตถุประสงค์การจัดงานครั้งนี้ประเทศเวียดนามได้ตั้งความหวังไว้ว่า "ต้องการสร้างภาพลักษณ์ของประเทศ วัฒนธรรม ประชาชน และการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงนิเวศวิทยาและศาสนา" จึงได้เลือกวัดไบ่ดิงห์เป็นสถานที่จัดงาน อีกทั้งต้องการจะเปิดตัวเมืองนิงบิงห์ อดีตเมืองหลวง ด้วยต้องการโชว์โครงการสร้างวัดพุทธใหม่ขนาดมหึมาในพื้นที่วัดแห่งนี้


 st11 st11 st11

การประชุมวันวิสาขบูชาโลก ประเทศเวียดนาม มีพิธีเปิดเริ่มขึ้นเมื่อเวลา ๐๙.๐๐ น. วันที่ ๘ พฤษภาคม ๒๕๕๗ เป็นไปอย่างอลังการ ทันทีที่ผ้าม่านเวทีห้องประชุมเปิดออก ผู้เข้าร่วมประชุมที่ประกอบด้วยผู้นำชาวพุทธทั่วโลกกว่า ๑,๐๐๐ คน ถึงกับตะลึงในความงดงามของพระพุทธรูปเก่าแก่อายุกว่า ๑,๐๐๐ ปี ที่สร้างจากประเทศอินเดีย ปิดทองเหลืองอร่ามพร้อมกับประดับเวทีด้วยดอกบัวเสริมด้วยศิลปะเวียดนาม และการแสดงดอกบัว พร้อมกันนี้ผู้เข้าร่วมยังได้มีความสุขกับการเยี่ยมชมวัดไบ่ดิงห์ที่ประกอบด้วยพระพุทธรูป ๓ องค์ บนศาลาที่สวยงามและพิเศษคือมีการยกมือข้างซ้ายที่หาดูได้ยาก
 
หลังจากจากนั้นเป็นการกล่าวต้อนรับ กล่าวสุนทรพจน์จากประมุขสงฆ์ในประเทศแถบเอเชีย รวมถึงศ.ดร.พระพรหมบัณฑิต อ่านสาส์นจากเลขาธิการสหประชาชาติ ช่วงบ่ายเป็นการปราศรัย หัวข้อเรื่อง “มุมมองของพระพุทธศาสนาต่อการบรรลุเป้าหมาย รอบหนึ่งพันปีของสหประชาชาติ” โดย  HH.Thich Duc  Nghiep รองพระสังฆราช ของคณะสงฆ์พระพุทธศาสนาแห่งชาติเวียดนาม



ทั้งนี้ ศ.ดร.พระพรหมบัณฑิต สรุปผลการประชุมที่ผ่านมาว่า การที่ประเทศเวียดนามรับเป็นเจ้าภาพจัดงานวันวิสาขบูชาครั้งนี้ถือว่ามีความตั้งใจและประสบผลสำเร็จด้วยดี มีผู้นำชาวพุทธเข้าร่วมกันเป็นจำนวนมาก เช่น กษัตริย์จากตองโก ชาวพุทธจากประเทศอูกันดา ผู้นำประเทศเวียดนาม อดีตเลขาธิการพรรคสังคมนิยมเวียดนาม นางงามเวียดนาม เอกอัครราชทูตหลายประเทศ การประชุมครั้งนี้ยังมีชาวพุทธจากทวีปแอฟริกาและอเมริกาใต้เข้าร่วมเป็นจำนวนมากเช่นกันอย่างเช่น อาร์เจนตินา ปารากวัย ชิลี บราซิล แสดงให้เห็นว่าศาสนาพุทธเริ่มเผยแผ่เข้าไปในพื้นที่เหล่านี้อย่างได้ผล
 
"ผู้นำประเทศเวียดนามเห็นความสำคัญของหลักธรรมในพระพุทธศาสนาที่จะเป็นหลักชัยในการพัฒนาประเทศอย่างเช่นประเทศจีน  เพราะเมื่อพัฒนาให้ประชากรในประเทศอยู่ดีกินดีแล้ว ต่อไปก็คือบำรุงจิตใจของคนในประเทศให้อยู่อย่างมีความสุข เท่ากับว่าพระพุทธศาสนาไม่เป็นพิษเป็นภัยกับลัทธิศาสนาแต่อย่างใด สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาประเทศอย่างได้ผล ส่วนประเทศไทยขณะนี้ก็เชื่อว่าถึงจุดหนึ่งแล้วก็ต้องเห็นความสำคัญของพระพุทธศาสนา"  ศ.ดร.พระพรหมบัณฑิต กล่าว



วิสาขบูชานานาชาติที่มจร.วังน้อย
             
สำหรับประเทศไทยนั้น มีการจัดงานที่ท้องสนามหลวง พุทธมณฑล และที่ มจร. อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา โดยเป็นการจัดงานวิสาขบูชานานาชาติวันที่ ๑๒ พฤษภาคม ที่ผ่านมา จากเดิมจัดศูนย์ประชุมสหประชาชาติถนนราชดำเนินต้องย้ายเพราะปัญหาการเมือง มีกิจกรรมสวดมนต์เพื่อสันติภาพ เวียนเทียนเวียนธรรมเพื่อสันติภาพ เพื่อก่อเกิดสันติธรรมภายในใจ เปล่งประกายสันติสุขแก่คนรอบข้างรวมไปถึงนักการเมืองด้วย

มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ได้จัดกิจกรรมวิสาขบูชานานาชาติโลก ครั้งที่  ๑๑ ประจำปี  ๒๕๕๗  ขึ้นเมื่อวันที่ ๑๒ พฤษภาคม เป็นวันแรก ณ อาคารหอประชุม มวก. ๔๘ พรรษา โดยมีตัวแทนของผู้นำชาวพุทธ และนักวิชาการ  ๘๔ ประเทศรวม ๑,๐๐๐ รูป/คนเข้าร่วม   

 :25: :25: :25:

เมื่อผู้นำชาวพุทธจากทั่วทุกมุมโลกได้ทยอยเดินทางมาถึง ศ.ดร.พระพรหมบัณฑิต ได้กล่าวถวายรายงาน จากนั้นสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ กล่าวสัมโมทนียกถา ส่วนช่วงบ่ายมีพิธีกล่าวสุนทรพจน์และอ่านสาส์นจากบุคคลสำคัญ อาทิ นายบัน คี มุน เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ นางอิรินา โบโกวา เลขาธิการองค์การยูเนสโก จากนั้นเวลา ๑๗.๓๐ น.มีการประกอบพิธีธรรมยาตราและเวียนเทียน  ณ โบสถ์กลางน้ำซึ่งบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคักตลอดทั้งวัน   

ศ.ดร.พระพรหมบัณฑิต บอกว่า ผลจากการที่สมาคมวิสาขบูชาโลกได้ดำเนินการจัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้คณะมนตรีเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติได้ยกสถานะให้เป็นที่ปรึกษาพิเศษของคณะมนตรีเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติเมื่อวันที่ ๑๘ กรกฎาคม ๒๕๕๖ โดยได้กำหนดวิสัยทัศน์ในการดำเนินกิจกรรมใน ๔ ประเด็น คือ การพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development) ความเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) การศึกษา (Education) และการสร้างสันติภาพ (Peace Building Processes)



ทั้งนี้เพื่อที่จะตอบโจทย์ของวิสัยทัศน์ดังกล่าว คณะกรรมการบริหารสมาคมสภาสากลวันวิสาขบูชาโลก จึงได้ร่วมกันกำหนดหัวข้อหลักในการการจัดกิจกรรมวิสาขบูชาโลกครั้งที่ ๑๒ ที่ประเทศเวียดนามเป็นเจ้าภาพในการจัดงานเพื่อเฉลิมฉลองว่า “มุมมองพระพุทธศาสนาสู่การบรรลุเป้าหมายการพัฒนาในสหัสวรรษขององค์การสหประชาชาติ 

โดยกำหนดประเด็นย่อยของการสัมมนานาชาติ ๕ ประเด็น คือ การพัฒนาที่ยั่งยืน และความเปลี่ยนแปลงทางสังคม (Sustainable   Development and Social Change) สภาวะโลกร้อน และการป้องกันสิ่งแวดล้อม Global Warming) and  Environmental Protection) การดำเนินชีวิตอย่างมีสุขภาวะ (Healthy Living) การศึกษา และการจัดหลักสูตรระดับต่างๆ ในมหาวิทยาลัย (Education and University  Level  Curriculum) และการสร้างสันติภาพ และการเยียวยาหลังความขัดแย้ง (Peace  Building  and  Post-Conflict  Recovery)
 
 :96: :96: :96:
       
ในการจัดงานวิสาขบูชาโลกทุกครั้งจะมีสาส์นจากนายบัน คี มุน เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ และในครั้งนี้ก็เช่นกัน โดยมีเนื้อที่น่าสนใจดังนี้ “ในวันวิสาขบูชาโลก ขอส่งสาส์นแห่งพระพุทธองค์ที่อุดมด้วยพลังสันติภาพ ความเมตตากรุณาแก่เพื่อนมนุษย์เพื่อให้เกิดพลังกายและพลังใจที่เข้มแข็ง พระพุทธองค์ทรงย้ำเตือนให้เราเปิดใจและโอบกอดเพื่อนมนุษยชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ที่กำลังเรียกร้องความต้องการ ในช่วงเวลาที่ความรุนแรงเพิ่มมากขึ้นในภูมิภาคเอเชีย และทั่วโลก หลักธรรมคำสอนเหล่านี้จะสามารถช่วยชี้แนะแนวทางแก่รัฐบาลและประชาคมระหว่างประเทศ

อีกทั้งสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้เกิดความพยายามที่จะจัดการกับความท้าทายต่างๆ ที่โลกของเรากำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้ จากความขัดแย้งอันเกิดจากความอยุติธรรมไปสู่สภาพภูมิอากาศของโลกที่เปลี่ยนแปลงอยู่ในขณะนี้ เราควรที่จะยกระดับจิตใจที่คับแคบให้อยู่เหนือความเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัว คิดและทำในฐานะที่เป็นหนึ่งในสมาชิกของประชาคมโลก"
 

ขอบคุณภาพและบทความจาก
http://www.komchadluek.net/detail/20140516/184731.html
บันทึกการเข้า
ปัญจะมาเร ชิเนนาโถ ปัตโต สัมโพธิมุตตะมัง จตุสัจจัง ปะกาเสติ มหาวีรัง นะมามิหัง ปัญจะมาเร ปลายิงสุ