เศรษฐีเชื้อราชวงศ์จีน ทุ่ม 3 พันล้าน
เนรมิตพิพิธภัณฑ์ “หลวงพ่อโตและหยกแท้” เก่าแก่กว่า4 พันปี
เศรษฐีดังหาดใหญ่เชื้อราชวงศ์จีน ทุ่ม 3,000 ล้าน เนรมิตพิพิธภัณฑ์ “หลวงพ่อโตและหยกแท้” ส่งเสริมการท่องเที่ยว แหล่งศึกษาประวัติศาสตร์
นายธรรมยุทธ์ เจนพิชิตกุลชัย ประธานบริษัทในเครือบริษัท ฟุกเทียน กรุ๊ป จำกัด เปิดเผยว่า ครอบครัวของตนมีความเกี่ยวพันกับราชวงศ์ของประเทศจีน และมีความผูกพันกับสมเด็จพระพุฒธาจารย์โต พรหมรังสี มีวัตถุโบราณที่เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ประเทศจีน และพระเครื่อง รวมถึงของใช้สมเด็จโตเป็นจำนวนมากที่เก็บรักษาไว้เป็นเวลานานมาก ซึ่งตนเห็นว่าวัตถุเหล่านี้ควรจะนำมาจัดแสดงให้คนรุ่นหลังได้ศึกษาความเป็นมาของประวัติศาสตร์ ทั้งในปัจจุบันและอนาคต ทั้งนี้ ยังช่วยเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของ จ.สงขลาและภาคใต้ จึงได้มีความคิดที่จะสร้างพิพิธภัณฑ์หลวงพ่อโตและศูนย์หยกแท้ขึ้น โดยใช้พื้นที่ตลาดกลางฟุกเทียน 49 ไร่ ในวงเงิน 3,000 ล้านบาท
นายธรรมยุทธ์กล่าวว่าขณะนี้ยังไม่ได้ก่อสร้างพิพิธภัณฑ์ แต่ก็ได้นำสิ่งมหัศจรรย์ของประวัติศาสตร์จีน ที่สร้างจากหยดแท้กว่า 2,000 ชิ้น มาจัดแสดงในอาคาร 10 คูหา ในตลาดฟุกเทียน ต.คลองแห อ.หาดใหญ่ จะเปิดให้ผู้ที่สนใจในสิ่งของ ที่ทุกอย่างมีเพียงชิ้นเดียวในโลก วันที่ 29 ธ.ค. ซึ่งสิ่งมหัศจรรย์เป็นหยกแท้ เช่นพระพุทธรูปจากวังต้องห้ามของประเทศจีน เป็นพระพุทธรูปหยกแท้สีชมพูน้ำหนัก 300 กก. เป็นของจักรพรรดิเฉียนหลงฮ่องเต้ หยกเขียวของพระนางซูสีไทเฮา หยกเจ้าแม่กวนอิม เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี้ย ลกฮกซิ่ว หยกขาว ซึ่งเป็นองค์เดียวในโลก ระฆังหยกอายุพันปี มี 4 ชุด
นอกจากนี้ ยังมีตราประทับราชวงศ์เซี่ย ราชวงศ์ซาง และอีกหลายราชวงศ์ ที่มีอายุตั้งแต่ 4,254 ปี โดยศูนย์หยกจะสมบูรณ์แบบในกลางปี 2558 ซึ่งจะมีวัตถุสิ่งของที่มีค่าควรเมือง เช่น ปืนทองคำและปืน 120 กระบอก เครื่องเบญจรงค์มากกว่า 1,000 ชิ้น พระทองคำแท้ๆ 1,000 องค์ พระเครื่องสมเด็จแท้ 200,000 องค์ และบล็อกพระสมเด็จกว่า 1,000 บล็อก ชุดทองเหลืองโบราณ 1,000 ชิ้น และมีเครื่องปั้นดินเผาสมัยบ้านเชียง 1,200-3,000 ชิ้น

“ผมมีความตั้งใจเปิดให้นักท่องเที่ยว และผู้สนใจเข้าชมเพื่อเป็นการทดลองก่อนที่จะตัดสินใจสร้างพิพิธภัณฑ์ในกลาง 2558 โดยไม่มีการเก็บค่าเข้าชม แต่จะให้นักเที่ยวและผู้สนใจร่วมทำบุญคนละ 1,000 บาท รายได้จะนำไปสร้างบ้านให้กับผู้คนที่ยากจน ตามโครงการ มะโมพุทธายะ ที่บริษัทได้สร้างให้คนยากจนไปแล้วในหลายจังหวัดด้วยกัน”
นายธรรมยุทธ์ กล่าวว่าตนทำโครงการนี้เพื่อเป็นการร่วมสร้างบุญกุศลร่วมกัน และขณะนี้ได้มีการเชิญ บริษัทนำเที่ยว และสมาคมมัคคุเทศก์ จ.สงขลา และสมาคมท่องเที่ยว สมาคมโรงแรม เพื่อแจ้งให้ทราบถึงโครงการดังกล่าว เพื่อให้เชิญชวนนักท่องเที่ยว ทั้งชาวต่างประเทศและชาวไทยได้เข้าชมสิ่งมหัศจรรย์ที่แต่ละอย่างมีเพียงชิ้นเดียวในโลก ขอบคุณภาพข่าวจาก
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1418719371