« เมื่อ: มกราคม 07, 2026, 06:54:57 am »
0
.
ผลวิจัย "อาถรรพ์รัก 7 ปี" ล่าสุดลดเหลือ 5 ปี.! หมอเผยสาเหตุที่แท้จริงทางวิทยาศาสตร์
อาถรรพ์รัก 7 ปี เหลือเพียง 5 ปี.! แพทย์เผยสาเหตุที่แท้จริงคือ "สมองหมดแรงที่จะรัก"
ใบหย่าที่เคยเป็นเอกสารไกลตัว กลับกลายเป็นสิ่งที่มียอดความต้องการพุ่งสูงขึ้นอย่างน่าตกใจ จากสถิติล่าสุดของกระทรวงมหาดไทยไต้หวันพบว่า อัตราการหย่าร้างพุ่งสูงเป็นอันดับ 2 ของเอเชีย ปรากฏการณ์นี้สะท้อนว่าไม่ใช่แค่ความรักที่จืดจางลง แต่เป็นผลมาจากความกดดันในการใช้ชีวิตและสภาวะ "ระบบประสาทรับภาระเกินขีดจำกัด" ของคนยุคใหม่
(1) สถิติการหย่าร้างพุ่งสูง รัก 5 ปีคือช่วงวิกฤตใหม่
ข้อมูลจากทางการระบุว่าจำนวนคู่รักที่ตัดสินใจหย่าร้างพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่หลังการระบาดของโควิด โดยในปี 2567 มีคู่รักจดทะเบียนหย่าสูงถึง 53,469 คู่ ซึ่งเป็นสถิติที่สูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2563 เป็นต้นมา จากเดิมที่เคยมีคำกล่าวว่า "อาถรรพ์รัก 7 ปี" (Seven Year Itch) แต่ในปัจจุบันช่วงเวลาดังกล่าวถูกย่อให้สั้นลงเหลือเพียง 5 ปี โดยพบว่า 1 ใน 3 ของคู่หย่าร้างมักเลือกแยกทางกันก่อนจะใช้ชีวิตคู่ครบ 5 ปีเสียด้วยซ้ำ
(2) เมื่อสมองเข้าสู่ "โหมดเอาตัวรอด" จนหัวใจหมดแรงรัก
นายแพทย์จาง เจียหมิง ผู้เชี่ยวชาญด้านพันธุศาสตร์และเวชศาสตร์ระดับโมเลกุล อธิบายความสัมพันธ์ในมุมมองวิทยาศาสตร์ว่า การแต่งงานคือการร่วมมือกันของ "ระบบประสาทสองชุด" เมื่อชีวิตต้องเผชิญกับราคาบ้านที่พุ่งสูง ความกังวลในการเลี้ยงดูลูก และการแข่งขันในที่ทำงาน สมองจะสลับเข้าสู่ "โหมดเอาตัวรอด" โดยอัตโนมัติ
ในโหมดนี้ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนความเครียดหรือคอร์ติซอลออกมาเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้ความอ่อนโยนและความอดทนลดน้อยลง นายแพทย์จางยอมรับว่า หลายครั้งที่การหย่าร้างไม่ได้เกิดขึ้นเพราะไม่รักหรือไม่อยากรักษาความสัมพันธ์ แต่เป็นเพราะสมองล้าเกินไปจนหัวใจไม่มีกำลังเหลือพอที่จะมอบความรักให้แก่กัน
(3) ยีนในร่างกาย : กุญแจลับที่ทำให้ระบบประสาทไม่ตรงกัน
อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญคือ "ความต่างทางพันธุกรรม" ที่กำหนดพฤติกรรมการแสดงออกในความสัมพันธ์ ซึ่งนายแพทย์จางได้แบ่งรูปแบบความต้องการที่ต่างกันออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ดังนี้ :-
• กลุ่มยีนตัวรับออกซิโทซิน (OXTR) ไวต่อความรู้สึก : กลุ่มนี้จะต้องการความมั่นคงและความใกล้ชิดเป็นอย่างมาก
• กลุ่มยีนตัวรับโดปามีน (DRD4) บางประเภท : กลุ่มนี้จะชอบความแปลกใหม่ การกระตุ้น และความท้าทาย
เมื่อคนประเภทที่ขี้กังวลต้องมาใช้ชีวิตคู่ร่วมกับคนที่ชอบแสวงหาความตื่นเต้น หากไม่เข้าใจความต่างทางชีวภาพของกันและกัน การปรับตัวจะกลายเป็นความขัดแย้งที่รุนแรงทันที ซึ่งนี่ไม่ใช่ความผิดของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่เป็นเพราะสัญญาณประสาทของทั้งคู่ไม่เคยจูนเข้าหากันได้เลย
(4) สรุปคำแนะนำ : รักให้สุขภาพดี สำคัญกว่ารักให้ยืนยาว
ในยุคที่การหย่าร้างไม่ใช่เรื่องน่าอายอีกต่อไป การเรียนรู้วิธี "รักอย่างสุขภาพดี" จึงเป็นเรื่องสำคัญ ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าแทนที่จะอดทนจนใจสลาย ควรเริ่มจากการลดภาระให้สมอง เช่น
- การนอนหลับให้เพียงพอเพื่อซ่อมแซมสมองส่วนหน้า และ
- การกอดกันอย่างอ่อนโยนทุกวัน เพื่อกระตุ้นสารแห่งความสุข
- การเข้าใจระบบประสาทของตนเองและคู่รักจะช่วยให้เราพบช่องว่างแห่งความอ่อนโยนท่ามกลางความตึงเครียดของชีวิตคู่ได้ขอขอบคุณ :-
ข้อมูล :
mirrormedia.mgS! News : สนับสนุนเนื้อหา | 07 ม.ค. 69 (02:51 น.)
URL :
https://www.sanook.com/news/9866682/