ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
  • สนง.ส่งเสริมพระกรรมฐาน
แสดงกระทู้
This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.
    Messages   Topics Attachments  

  Messages - อัจฉริยะ
หน้า: [1] 2 3
1  กรรมฐาน มัชฌิมา / ถามตอบ ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับ กรรมฐาน / Re: ขอความร่วมมือ สมาชิก เพื่อสำรวจสถานะ ของสมาชิก เพื่อ ธรรมวิจยะ ให้เหมาะสม เมื่อ: พฤษภาคม 28, 2016, 09:19:10 AM
นาน ๆ จะมา คอมเม้นต์ ตั้งใจวันนี้ วันพระครับ
ชอบกรรมฐาน และอยากไปขึ้นกรรมฐาน แต่รายการธรรม ชอบฟังประวัติหลวงปู่ พระอาจารย์ เล่าเพลินดี ครับ

 :49: like1 :25: :25: :25:
2  เรื่องทั่วไป / ข่าวสารเพื่อนถึงเพื่อน / Re: เชิญร่วมส่ง ส.ค.ส. 2558 แบ่งปันความสุข ซึ่งกัน และกัน กันเถิด เมื่อ: ธันวาคม 10, 2014, 09:18:54 AM
3  กรรมฐาน มัชฌิมา / กิจกรรมของ สนง.ส่งเสริมพระกรรมฐาน / Re: อนุโมทนา กับ กองผ้าป่า ช่วยเหลือ สำนักงานส่งเสริมพระกรรมฐาน ปี 2557 เมื่อ: ตุลาคม 12, 2014, 09:17:47 AM
 st11 st12
4  กรรมฐาน มัชฌิมา / ถามตอบ ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับ กรรมฐาน / Re: ปณิธาน ในการภาวนา และการเผยแผ่ พระธรรม เมื่อ: กรกฎาคม 10, 2014, 09:56:01 AM
 st11 st12
5  เรื่องทั่วไป / ส่งจิตออกนอก (นั่งเล่นคุยกัน) / Re: พระสนธยา ธัมมะวังโส มีอะไร ดี ในการนำทางธรรม กรรมฐาน อยากรู้ เมื่อ: มีนาคม 04, 2013, 10:09:06 AM

ถ้าจะคิด พูด  ทำ ตอนนี้ ยังไม่สายเกินไป เพราะเรายังมีโอกาสที่ยังทำได้ รีบทำเสียเถอะก่อนที่กรรมจะตามมาทันก่อนที่จะได้ทำ

 คำขอขมาพระรัตนตรัย
                (ก่อนอาราธนาพระกรรมฐาน)
               
                อุกาสะ วันทามิ ภันเต
                สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะ เม ภันเต,
                มะยา กะตัง ปุญ  ญัง สามินา อนุโมทิตัพพัง,
                สามินา กะตัง ปุญญัง มัยหัง,ทาตัพพัง สาธุ สาธุ อนุโมทามิ,
                สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะ เม ภันเต (กราบ ๑ ครั้ง)

                สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะ เม ภันเต,
                อุกาสะ ทวารัตตะเยนะ กะตัง,
                สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะ เม ภันเต,
                อุกาสะ ขะมามิ ภันเต (กราบ ๑ ครั้ง)

ที่มา   
คู่มือทำวัตรกรรมฐาน ของสมเด็จพระสังฆราชญาณสังวรมหาเถรเจ้า(หลวงปู่สุก ไก่เถื่อน)
คณะ ๕ วัดราชสิทธาราม ราชวรวิหาร (พลับ)
6  กรรมฐาน มัชฌิมา / ถามตอบ ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับ กรรมฐาน / Re: นั่งสมาธิ ที่บ้าน เอาแบบ หลักสูตร เป็นเร็ว เข้าใจง่าย ครับ เมื่อ: กุมภาพันธ์ 01, 2013, 07:50:55 AM
สมถะ ที่เป็นบาทของวิปัสสนา
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=2&t=21049

ถามว่า เริ่มตั้งวิปัสสนาอย่างไร ?
แก้ว่า จริงอยู่ พระโยคีนั้น ครั้นออกจากฌานแล้วกำหนดองค์ฌาน
ย่อมเห็นหทัยวัตถุ ซึ่งเป็นที่อาศัยแห่งองค์ฌานเหล่านั้น ย่อมเห็นภูตรูป ซึ่ง
เป็นที่อาศัยแห่งหทัยวัตถุนั้น และย่อมเห็นกรัชกายแม้ทั้งสิ้น ซึ่งเป็นที่อาศัย
แห่งภูตรูปเหล่านั้น. ในลำดับแห่งการเห็นนั้น เธอย่อมกำหนดรูปและอรูปว่า
องค์ฌานจัดเป็นอรูป, (หทัย) วัตถุเป็นต้นจัดเป็นรูป. อีกอย่างหนึ่ง เธอนั้น
ครั้นออกจากสมาบัติแล้ว กำหนดภูตรูปทั้ง ๔ ด้วยอำนาจปฐวีธาตุเป็นต้น ใน
บรรดาส่วนทั้งหลายมีผมเป็นอาทิ และรูปซึ่งอาศัยภูตรูปนั้น ย่อมเห็นวิญญาณ
พร้อมทั้งสัมปยุตธรรมซึ่งมีรูปตามที่ตนกำหนดแล้วเป็นอารมณ์ หรือมีรูปวัตถุ
และทวารตามที่ตนกำหนดแล้วเป็นอารมณ์. ลำดับนั้น เธอย่อมกำหนดว่า
ภูตรูปเป็นต้น จัดเป็นรูป, วิญญาณที่มีสัมปยุตธรรม จัดเป็นอรูป. อีกอย่างหนึ่ง
เธอครั้นออกจากสมาบัติแล้ว ย่อมเห็นว่า กรัชกายและจิตเป็นที่เกิดขึ้นแห่ง
ลมอัสสาสะและปัสสาสะ. เหมือนอย่างว่า เมื่อสูบของช่างทองยังสูบอยู่ ลม
ย่อมสัญจรไปมา เพราะอาศัยการสูบ และความพยายามอันเกิดจากการสูบนั้น
ของบุรุษ ฉันใด, ลมหายใจเข้าและหายใจออก ย่อมเข้าออก เพราะอาศัย
กายและจิตฉันนั้นเหมือนกันแล. ลำดับนั้น เธอกำหนดลมหายใจเข้าหายใจออก
และกายว่า เป็นรูป, กำหนดจิตนั้นและธรรมที่สัมปยุตด้วยจิตว่า เป็นอรูป.
--------------------------------------------------------------------
7  กรรมฐาน มัชฌิมา / ถามตอบ ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับ กรรมฐาน / Re: การประคองอารมณ์กรรมฐาน ใน อานาปานสติ ควรกำหนดลมหายใจแบบไหนครับ เมื่อ: กุมภาพันธ์ 01, 2013, 07:43:45 AM
ตัดมาบางส่วน  จากอรรถกถาของมหาสติปัฏฐานสูตร...
  ลองอ่านแล้วตีความดูเอง...
-----------------------------------------------------------
คำว่า ในกาย คือ ในรูปกาย. จริงแล้ว รูปกายในที่นั้นท่านประสงค์
เอาว่า กาย เพราะอรรถว่า เป็นที่รวมแห่งอวัยวะน้อยใหญ่ และธรรมทั้งหลายมี
ผม เป็นต้น เหมือนตัวของช้างตัวของรถเป็นต้น. ที่ชื่อว่ากายเพราะอรรถว่า
เป็นที่รวมฉันใด ที่ชื่อว่ากาย เพราะอรรถว่าเป็นแหล่งที่มาของสิ่งที่น่ารังเกียจ
ฉันนั้น. จริงแล้ว กายนั้น เป็นแหล่งที่มาของสิ่งน่ารังเกียจ คือน่าเกียจอย่างยิ่ง
แม้เพราะเหตุนั้นจึงชื่อว่ากาย. คำว่าเป็นแหล่งที่มา คือเป็นถิ่นเกิด ใจความของคำ
ในคำว่า เป็นแหล่งที่มานั้น มีดังนี้ ธรรมชาติทั้งหลายมาแต่กายนั้น เหตุนั้น
กายนั้นจึงชื่อว่า เป็นแหล่งที่มา. อะไรมา. สิ่งอันน่าเกลียดทั้งหลายมีผมเป็นต้น
ย่อมมา. ชื่อว่า อายะ เพราะเป็นแหล่งมาแห่งสิ่งน่าเกลียดทั้งหลาย ด้วย
ประการฉะนี้. คำว่า พิจารณาเห็นกาย หมายความว่า มีปกติพิจารณา
เห็นในกาย หรือพิจารณาเห็นกาย. พระผู้มีพระภาคเจ้าแม้จะตรัสว่า ในกาย
แล้ว บัณฑิตพึงทราบว่าทรงกระทำศัพท์ว่ากาย ครั้งที่สองว่า พิจารณาเห็น
กายอีกครั้งหนึ่ง เพื่อทรงแสดงการกำหนด และการแยกออกจากก้อนเป็นต้น
โดยไม่ปนกัน. ภิกษุพิจารณาเห็นเวทนาในกาย หรือพิจารณาเห็นจิตในกาย
หรือพิจารณาเห็นธรรมในกายหามิได้ ที่แท้พิจารณาเห็นกายในกายต่างหาก
เพราะฉะนั้น จึงเป็นอันทรงแสดงการกำหนดไม่ปนกัน ด้วยทรงแสดงอาการ
คือพิจารณาเห็นกายในวัตถุที่นับว่ากาย. มิใช่ พิจารณาเห็นธรรมอย่างหนึ่ง ที่
พ้นจากอวัยวะน้อยใหญ่ในกายทั้งมิใช่พิจารณาเห็นเป็นหญิงหรือเป็นชาย ที่พ้น
จากผมขนเป็นต้น. จริงอยู่ในข้อนั้น กายแม้อันใด ที่นับว่าเป็นที่รวมของ
ภูตรูป และอุปาทายรูป มีผมขนเป็นต้น มิใช่พิจารณาเห็นธรรมอย่างหนึ่งที่
พ้นจากภูตรูป และอุปาทายรูป ที่แท้พิจารณาเห็นกายเป็นที่รวมอวัยวะน้อยใหญ่
ในกายแม้อันนั้น เหมือนพิจารณาเห็นส่วนประกอบของรถฉะนั้น พิจารณา
เห็นกายเป็นที่รวมของ ผม ขน เป็นต้น เหมือนพิจารณาเห็นส่วนน้อยใหญ่
ของพระนคร พิจารณาเห็นกายเป็นที่รวมของภูตรูป และ อุปาทายรูป เหมือน
แยกใบและก้านของต้นกล้วย และเหมือน แบกำมือที่ว่างเปล่าฉะนั้น เพราะ
ฉะนั้น จึงเป็นอันทรงแสดงการแยกออกจากก้อน ด้วยทรงแสดงวัตถุที่นับ
ได้ว่ากาย โดยเป็นที่รวมโดยประการต่าง ๆ นั่นแล้ว. ความจริง กายหรือ
ชายหญิง หรือธรรมไร ๆ อื่นที่พ้นจากกายอันเป็นที่รวมดังกล่าวแล้ว หาปรากฏ
ในกายนั้นไม่ แต่สัตว์ทั้งหลาย ก็ยึดมันผิด ๆ โดยประการนั้น ๆ ในกายที่สักว่า
เป็นที่รวมแห่งธรรมดังกล่าวแล้ว อยู่นั่นเอง. เพราะฉะนั้น พระโบราณาจารย์
ทั้งหลายจึงกล่าวว่า
ยํ ปสฺสติ น ตํ ทิฏฺฐํ ยํ ทิฏฺฐํ ตํ น ปสฺสติ
อปสฺสํ พชฺฌเต มูฬฺโห พชฺฌมาโน น มุจฺจติ
บุคคลเห็นสิ่งใด สิ่งนั้นก็ไม่ได้เห็น
สิ่งใดเห็นแล้วก็ไม่เห็นสิ่งนั้น เมื่อไม่เห็น
ก็หลงติด เมื่อติดก็ไม่หลุดพ้น ดังนี้.
ท่านกล่าวคำนี้ ก็เพื่อแสดงการแยกออกจากก้อนเป็นต้น. ด้วยศัพท์ว่า
อาทิเป็นต้น ในคำนี้บัณฑิตพึงทราบความดังนี้. ก็ภิกษุนี้ พิจารณาเห็นกาย
ในกายนี้เท่านั้น ท่านอธิบายว่า มิใช่พิจารณาเห็นธรรมอย่างอื่น. คนทั้งหลาย
แลเห็นน้ำในพยับแดด แม้ที่ไม่มีน้ำฉันใด ภิกษุพิจารณาเห็นกายอันนี้ว่า
เป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ ไม่ใช่ตัวตน ไม่สวยงามว่าเป็นของเที่ยง เป็นสุข
เป็นตัวตน และสวยงาม ฉันนั้น หามิได้ ที่แท้ พิจารณาเห็นกาย ท่าน
อธิบายว่า พิจารณาเห็นกายเป็นที่รวมของอาการ คือ ไม่เที่ยง เป็นทุกข์
มิใช่ตัวตน และไม่สวยงามต่างหาก.
อีกอย่างหนึ่ง ก็กายอันนี้ใด ที่ท่านกล่าวไว้ข้างหน้าว่า มีลมอัสสาสะ
ปัสสาสะ เป็นต้น มีกระดูกที่ป่นเป็นที่สุด ตามนัย พระบาลีเป็นต้น ว่า
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุในธรรมวินัยนี้ไปป่าก็ดี ฯลฯ เธอมีสติหายใจ
เข้า ดังนี้ และกายอันใดที่ท่านกล่าวไว้ในปฏิสัมภิทามรรค (ขุททกนิกาย) ว่า
ภิกษุบางรูปในธรรมวินัยนี้ พิจารณาเห็นกายคือดิน กายคือน้ำ กายคือไฟ
กายคือลม กายคือผม กายคือขน กายคือผิวหนัง กายคือหนึ่ง กายคือเนื้อ
กายคือเลือด กายคือเอ็น กายคือกระดูก กายคือเยื่อในกระดูก โดยความเป็น
ของไม่เที่ยง ดังนี้ บัณฑิตพึงทราบเนื้อความของกายนั้นทั้งหมด แม้อย่างนี้ว่า
ภิกษุพิจารณาเห็นกายในกาย โดยพิจารณาเห็นในกายอันนี้เท่านั้น.
อีกอย่างหนึ่ง พึงทราบความอย่างนี้ว่า พิจารณาเห็นกาย ที่นับว่า
เป็นที่รวมแห่งธรรมมีผมเป็นต้นในกาย โดยไม่พิจารณาเห็นส่วนใดส่วนหนึ่ง
ที่พึงถือว่าเป็นเรา เป็นของเราในกาย แต่พิจารณาเห็นกายนั้น ๆ เท่านั้นเป็น
ที่รวมแห่งธรรมต่าง ๆ มีผม ขนเป็นต้น.
อนึ่ง พึงทราบความอย่างนี้ว่า พิจารณาเห็นกายในกาย แม้โดยพิจารณา
เห็นกายที่นับว่าเป็นที่รวมแห่งอาการ มีลักษณะไม่เที่ยง เป็นต้น ทั้งหมดทีเดียว
ซึ่งมีนัยที่มาในปฏิสัมภิทามรรค ตามลำดับบาลี เป็นต้นว่า พิจารณาเห็นใน
กายนี้ โดยความเป็นของไม่เที่ยง ไม่ใช่โดยเป็นของเที่ยงดังนี้. จริงอย่างนั้น
ภิกษุผู้ปฏิบัติ ปฏิปทา คือพิจารณาเห็นกายในกายรูปนี้ ย่อมพิจารณาเห็นกาย
อันนี้โดยเป็นของไม่เที่ยง ไม่ใช่เห็นโดยเป็นของเที่ยง พิจารณาเห็นโดยเป็น
ทุกข์ ไม่ใช่เห็นโดยเป็นสุข พิจารณาเห็นโดยมิใช่ตัวตน ไม่ใช่เห็นเป็นตัวตน
ด้วยอำนาจ อนุปัสสนา (การพิจารณาเห็น) ๗ ประการ มีพิจารณาเห็นความ
ไม่เที่ยงเป็นต้น ย่อมเบื่อหน่าย มิใช่ยินดี ย่อมคลายกำหนัด มิใช่กำหนัด ย่อม
ดับทุกข์ มิใช่ก่อทุกข์ ย่อมสละ มิใช่ยึดถือ. ภิกษุนั้นเมื่อพิจารณาเห็นกายอันนี้
โดยความเป็นของไม่เที่ยง ย่อมละนิจจสัญญาความสำคัญว่าเที่ยงเสียได้ เมื่อ
พิจารณาเห็นโดยความเป็นทุกข์ ย่อมละทุกขสัญญาความสำคัญว่าเป็นสุขเสียได้
เมื่อพิจารณาเห็นโดยความเป็นของไม่ใช่ตัวตน ย่อมละอัตตสัญญาความสำคัญว่า
เป็นตัวตนเสียได้ เมื่อเบื่อหน่าย ย่อมละความยินดีเสียได้ เมื่อคลายกำหนัด
ย่อมละความกำหนัดเสียได้ เมื่อดับทุกข์ ย่อมละเหตุเกิดทุกข์เสียได้ เมื่อสละ
ย่อมละความยึดถือเสียได้ ดังนี้ พึงทราบดังกล่าวมาฉะนี้.
คำว่า อยู่ คือเป็นไปอยู่. คำว่า มีเพียร มีอรรถว่า สภาพใด ย่อม
แผดเผากิเลสทั้งหลายในภพทั้ง ๓ เหตุนั้น สภาพนั้น ชื่อว่าอาตาปะแผดเผา
กิเลส คำนี้เป็นชื่อของความเพียร. ความเพียรของผู้นั้นมีอยู่ เหตุนั้น ผู้นั้น
ชื่อว่า อาตาปีมีความเพียร. คำว่า มีสัมปชัญญะ คือ ผู้ประกอบด้วยความรู้
ที่นับว่า สัมปชัญญะ. คำว่า มีสติ คือประกอบด้วยสติกำกับกาย. ก็ภิกษุรูปนี้
กำหนดอารมณ์ ด้วยสติพิจารณาเห็นด้วยปัญญา ธรรมดาว่าปัญญาพิจารณา
เห็นของผู้เว้นจากสติ ย่อมมีไม่ได้ ด้วยเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัส
(สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค) ว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เรากล่าวว่าสติแล
จำปรารถนาในที่ทั้งปวง เพราะฉะนั้น ในที่นี้จึงตรัสว่า ย่อมพิจารณา เห็น
กายในกาย อยู่ ดังนี้. กายานุปัสสนาสติปัฏฐาน เป็นอันทรงอธิบาย ด้วย
ประการฉะนี้. อีกอย่างหนึ่ง ความท้อแท้ภายใน ย่อมทำอันตรายแก่ผู้ไม่มี
ความเพียร ผู้ไม่มีสัมปชัญญะ ย่อมหลงลืมในการกำหนด อุบายในการงดเว้น
สิ่งที่มิใช่อุบาย ผู้มีสติหลงลืมแล้ว ย่อมไม่สามารถในการกำหนดอุบาย และ
ในการสละสิ่งที่ไม่ใช่อุบาย ด้วยเหตุนั้น กัมมัฏฐานนั้น ของภิกษุนั้น ย่อม
ไม่สำเร็จ เพราะฉะนั้น กัมมัฏฐานนั้น ย่อมสำเร็จด้วยอานุภาพแห่งธรรม
เหล่าใด เพื่อทรงแสดงธรรมเหล่านั้น พึงทราบว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า
มีเพียร มีสัมปชัญญะ มีสติ. ทรงแสดงกายานุปัสสนาสติปัฏฐาน และองค์
แห่งสัมปโยคะ บัดนี้เพื่อจะทรงแสดงองค์แห่งการละ จึงตรัสว่า นำออกเสีย
ซึ่งอภิชฌา และ โทมนัสในโลก.
บรรดาคำเหล่านั้น คำว่า นำออกเสีย หมายความว่า นำออกเสีย
ด้วยการนำออกชั่วขณะหรือด้วยการนำออกด้วยการข่มไว้. คำว่า ในโลกก็คือ
ในกายอันนั้นแหละ. จริงอยู่ กายในที่นี้ ทรงหมายถึงโลก เพราะอรรถ
ว่าชำรุดชุดโทรม. อภิชฌา และโทมนัส มิใช่พระโยคาวจรนั้นละได้ในอารมณ์
เพียงกายเท่านั้น แม้ในเวทนาเป็นต้น ก็ละได้เหมือนกัน เพราะฉะนั้น
ท่านจึงกล่าวไว้ในวิภังค์ (สติปัฏฐานวิภังค์) ว่า อุปาทานขันธ์ ๕ ก็ชื่อว่าโลก.
คำนั้นท่านกล่าวตามนัยแห่งการขยายความ เพราะธรรมเหล่านั้น นับ
ได้ว่าเป็นโลก. แต่ท่านกล่าวคำอันใดไว้ว่า โลกเป็นอย่างไร โลกก็คือกาย
อันนั้นแหละ ความในคำนั้นมีดังนี้แล. พึงเห็นการเชื่อมความดังนี้ว่า นำออก
เสียซึ่งอภิชฌา และโทมนัสในโลกนั้น . ก็เพราะในที่นี้ กามฉันท์รวมเข้ากับ
ศัพท์ว่า อภิชฌา พยาบาทรวมเข้ากับศัพท์ว่าโทมนัส ฉะนั้น จึงควรทราบว่า
ทรงอธิบาย การละนิวรณ์ด้วยการทรงแสดงธรรมอันเป็นคู่ที่มีกำลังนับเนื่องใน
นิวรณ์. แต่โดยพิเศษ ในที่นี้ ตรัสการละความยินดีที่มีกายสมบัติเป็น
มูลด้วยการกำจัดอภิชฌา ตรัสการละความยินร้ายที่มีกายวิบัติเป็นมูล ด้วยการ
กำจัดโทมนัส ตรัสการละความยินดียิ่งในกาย ด้วยการกำจัดอภิชฌา ตรัส
การละความไม่ยินดียิ่งในการเจริญกายานุปัสสนา ด้วยการกำจัดโทมนัส ตรัส
การละกายของผู้ใส่ซึ่งภาวะว่างามเป็นสุข เป็นต้น ที่ไม่มีจริงในกาย ด้วยการ
กำจัดอภิชฌาและตรัสการละการเอาออกไปซึ่งภาวะที่ไม่งาม เป็นทุกข์เป็นต้น
ที่มีอยู่จริงในกาย ด้วยการกำจัดโทมนัส. ด้วยพระดำรัสนั้น เป็นอันทรงแสดง
อานุภาพของความเพียร และความเป็นผู้สามารถในการประกอบความเพียรของ
พระโยคาวจร. แท้จริงอานุภาพของความเพียรนั้นก็คือ เป็นผู้หลุดพ้นจากความ
ยินดี ยินร้าย ครอบงำความไม่ยินดี และความยินดี และเว้นจากใส่สิ่งที่ไม่
มีจริง และนำออกซึ่งสิ่งที่มีจริงก็พระโยคาวจรนั้นเป็นผู้หลุดพ้นจากความยินดี
ยินร้าย เป็นผู้ครอบงำความไม่ยินดี และความยินดี ไม่ใส่สิ่งที่ไม่มีจริง ไม่
นำออกซึ่งสิ่งที่มีจริง จึงชื่อว่า เป็นผู้สามารถในการประกอบความเพียรด้วย
ประการฉะนั้น.
อีกนัยหนึ่ง. ตรัสกัมมัฏฐานด้วย อนุปัสสนา ในคำที่ว่า กาเย กายา
นุปสฺสี พิจารณาเห็นกายในกาย. ตรัสการบริหารกายของพระโยคาวจรบำเพ็ญ
กัมมัฏฐาน ด้วยวิหารธรรมที่กล่าวไว้แล้ว ในคำนี้ว่า วิหรติอยู่. ก็ในคำเป็น
ต้นว่า อาตาปีมีความเพียร พึงทราบว่า ตรัสความเพียรชอบ ด้วยอาตาปะ
ความเพียรเครี่องเผากิเลส ตรัสกัมมัฏฐานที่ให้สำเร็จประโยชน์ทั่ว ๆ ไป หรือ
อุบาย เครื่องบริหารกัมมัฏฐาน ด้วยสติสัมปชัญญะ หรือตรัส สมถะ ที่ได้
มาด้วยอำนาจกายานุปัสสนา ตรัสวิปัสสนาด้วยสัมปชัญญะ ตรัสผลแห่งภาวนา
ด้วยการกำจัดซึ่งอภิชฌา และโทมนัสฉะนี้.
บาลีวิภังค์
ส่วนในบาลีวิภังค์ กล่าวความของบทเหล่านั้น ไว้อย่างนี้ว่า บทว่า
อนุปสฺสี ความว่า อนุปัสสนาในคำนั้น เป็นอย่างไร ความรอบรู้ ความรู้ทั่ว
ฯลฯ ความเห็นชอบ นี้เรียกอนุปัสสนา บุคคลได้ประกอบแล้ว ประกอบพร้อม
แล้ว เข้าไปแล้ว เข้าไปพร้อมแล้ว เข้าถึงแล้ว เข้าถึงพร้อมแล้ว มาตามพร้อม
แล้ว ด้วยอนุปัสสนานี้ เหตุนั้น บุคคลนั้นจึงเรียนว่า อนุปสฺสี. บทว่า วิหรติ
แปลว่า เป็นอยู่ เป็นไปอยู่ รักษาอยู่ ดำเนินไปอยู่ ให้อัตตภาพดำเนินไปอยู่
เที่ยวไปอยู่ เหตุนั้น จึงเรียกว่า วิหรติ. บทว่า อาตาปี ผู้มีเพียร ความว่า
อาตาปะ ความเพียรในคำนั้นเป็นอย่างไร การปรารภความเพียรเป็นไปทางใจ
ฯลฯ สัมมาวายามะใด นี้เรียกว่า อาตปะ บุคคลผู้ประกอบด้วยอาตาปะนี้ เหตุนั้น
บุคคลนั้น จึงเรียกว่าอาตาปี. บทว่า สมฺปชาโน ความว่า สัมปชัญญะ ในคำ
นั้นเป็นอย่างไร ความรอบรู้ ความรู้ทั่ว ฯลฯ ความเห็นชอบ นี้เรียกว่าสัมปชัญญะ
บุคคลใดประกอบแล้ว ฯลฯ มาตามพร้อมแล้ว ด้วยสัมปชัญญะนี้ เหตุนั้น
บุคคลนั้น จึงเรียกว่า สมฺปชาโน. บทว่า สติมา ความว่า สติในคำนั้น
เป็นอย่างไร ความระลึกได้ ความระลึกถึง ฯลฯ ความระลึกชอบ นี้เรียกว่า
สติ บุคคลใดประกอบแล้ว ฯลฯ มาตามพร้อมแล้วด้วยสตินี้ เหตุนั้น บุคคล
นั้น จึงเรียกว่าสติมา. ข้อว่า วิเนยฺย โลเก อภิชฺฌาโทมนสฺสํ ความว่า
โลกในคำนั้น เป็นอย่างไร กายนั้นแล ชื่อว่าโลก อุปาทานขันธ์แม้ทั้ง ๕ ก็ชื่อ
ว่าโลก นี้เรียกว่าโลก. อภิชฌาในคำนั้นเป็นอย่างไร ความกำหนัด ความ
กำหนัดนัก ความดีใจ ความยินดี ความเพลิดเพลิน ความกำหนัด ด้วยอำนาจ
ความเพลิดเพลิน ความกำหนัดนักแห่งจิต นี้เรียกว่าอภิชฌา โทมนัสในคำนั้น
เป็นอย่างไร ความไม่สำราญทางใจ ทุกข์ทางใจ ฯลฯ เวทนาที่ไม่สำราญเป็น
ทุกข์ อันเกิดแก่สัมผัสทางใจ นี้เรียกว่า โทมนัส อภิชฌา และโทมนัสนี้
เป็นอันพระโยคาวจรกำจัด เสียแล้ว นำออกไปแล้ว สงบแล้ว ให้สงบแล้ว ให้
ถึงความตั้งอยู่ไม่ได้แล้ว ให้ถึงความสาบศูนย์แล้ว ให้ถึงความ
ไม่มีแล้ว ให้ถึงความย่อยยับแล้ว ให้เหือดแห้งแล้ว ให้แห้งผากแล้ว
ทำให้ถึงที่สุดแล้ว เหตุนั้น จึงตรัสว่า วิเนยฺย โลเก อภิชฺฌา โทมนสฺสํ
ดังนี้. นัยที่มาในอรรถกถานี้ กับบาลีวิภังค์นั้น บัณฑิตพึงทราบได้โดยการ
เทียบกัน.
พรรณนาความแห่ง อุทเทสที่ว่าด้วย กายานุปัสสนาสติปัฏฐาน มีเพียง
เท่านี้ก่อน.
8  กรรมฐาน มัชฌิมา / ถามตอบ ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับ กรรมฐาน / Re: เรียนถาม จุดยืน ในการภาวนา กรรมฐาน มัชฌิมา แบบลำดับ จากท่านที่ภาวนาครับ เมื่อ: มกราคม 31, 2013, 07:44:41 AM
หลัก ๆ ก็อยากได้ความสบายใจ ครับ เพราะคิดว่า การภาวนา ไม่ว่าจะสมาธิ กรรมฐาน จะทำให้เกิดความสบายใจ ครับ

   :49:
9  กรรมฐาน มัชฌิมา / ถามตอบ ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับ กรรมฐาน / Re: ตอนนี้คงบอกท่านได้เท่านี้ ว่า "ภาวนาเถอะ ที่ท่านมีโอกาส" เมื่อ: มกราคม 03, 2013, 09:25:27 AM
วิธีการหายใจเข้าออก เป็นพุทโธ ทำอย่างไร ครับ
ที่ดีที่สุดครับ

  ขอช่วย สอนตรงส่วนนี้ด้วยครับ

 :smiley_confused1: :c017: :25:
10  เรื่องทั่วไป / ข่าวสารเพื่อนถึงเพื่อน / Re: เรียนเชิญ ส่งภาพ ส.ค.ส. ดิจิตอล ส่งความสุข ส่งท้ายปี 2555 ต้อนรับปี 2556 เมื่อ: พฤศจิกายน 26, 2012, 03:57:59 PM
 :25: :25: :25: :25:
11  เรื่องทั่วไป / ข่าวสารเพื่อนถึงเพื่อน / Re: เรียนเชิญ ส่งภาพ ส.ค.ส. ดิจิตอล ส่งความสุข ส่งท้ายปี 2555 ต้อนรับปี 2556 เมื่อ: พฤศจิกายน 26, 2012, 03:40:12 PM




  พระเจ้าทันใจ วัดพระธาตุหริภุญไชย
   
    ด้านหลังเจดีย์เป็นที่ตั้งของวิหารทันใจซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปองค์สำคัญ คือ พระเจ้าทันใจ  เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ปางห้ามญาติ ตามตำนานกล่าวว่า  ในราวปี พ.ศ. 1586  พระเจ้าอาทิตยราช กษัตริย์แห่งหริภุญไชยทรงโปรดให้สร้างปราสาทและสร้างหอจัณฑาคาร (ที่พระบังคน) ไว้ใกล้กับปราสาทแต่พระเจ้าอาทิตยราชไม่สามารถใช้บังคนได้เนื่องจากทุกครั้งที่จะบังคน พระเจ้าอาทิตยราชจะถูกกาตัวหนึ่งบินมาโฉบไล่ และถ่ายมูลไส่พระองค์ทุกครั้ง 

พระเจ้าอาทิตยราชให้ข้าราชบริพารจับกาตัวนี้แต่ไม่มีผู้ใดสามารถจับได้ พระองค์จึงบนบานต่อเทวดารักษาเมืองในที่สุดก็สามารถจับกาได้ ตกกลางคืนเทวดามาบอกพระเจ้าอาทิตยราชในพระสุบินว่า ให้นำเด็กแรกเกิดไปเลี้ยงรวมไว้กับกา เพื่อให้ทารกสามารถฟังภาษากาออก พระเจ้าอาทิตยราชทรงปฏิบัติตาม  เมื่ออายุ 7 ขวบเด็กนั้นก็สามารถฟังภาษากาออกจึงได้บอกสาเหตุที่กานั้นไล่โฉบพระองค์ กาเล่าให้ฟังว่าในสมัยที่พระพุทธเจ้ายังทรงพระชนมชีพอยู่ ได้เคยเสด็จมายังที่นี่ และได้เสวยหมากที่พรานป่าผู้หนึ่งถวายให้พระพุทธองค์ทรงก็เสวยหมากและมีพุทธทำนายว่าในกาลข้างหน้าที่แห่งนี้จะมีบ้านเมืองเป็นอาณาจักรหริภุญชัย และพระบรมสารีริกธาตุของพระองค์เต็มบาตรหนึ่งจะมาประดิษฐาน ณ ที่นี้  รอคอยให้พรานป่าผู้ถวายหมากมาเกิดเป็นพระเจ้าอาทิตยราชอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุออกบูชา จากนั้นกาได้ไปเชิญพญากาเผือกผู้มอบหมายให้ลูกหลานกาดูแลรักษาสถานที่ต่อๆ กันมาจากป่าหิมพานต์ให้มาถวายธรรมแก่พระเจ้าอาทิตยราช ทำให้พระเจ้าอาทิตยราชรู้สึกยินดีและเลื่อมใสศรัทธาพระบรมศาสดาเป็นอันมาก พระเจ้าอาทิตยราชทรงให้รื้อหอจัณฑาคารและปราสาทราชวังออกทั้งหมด แล้วอาราธนาพระบรมสารีกธาตุ


ขอบคุณภาพที่ประทับใจจากเว็บ
http://www.supermoddang.org/index.php?lay=show&ac=article&Id=538608636&Ntype=2
 
12  เรื่องทั่วไป / ข่าวสารเพื่อนถึงเพื่อน / Re: อนุโมทนา กับ สมาชิกทุกท่าน ที่ร่วมสนับสนุน เว็บ ก้าวเข้าสู่ปีที่ 4 (2556)นะจ๊ะ เมื่อ: พฤศจิกายน 05, 2012, 08:20:55 AM
แสดงความยินดีด้วยครับ ที่เข้าสู่ปีที่ 4 ครับ
 :25: :49: :s_good: :c017:
13  เรื่องทั่วไป / ข่าวสารเพื่อนถึงเพื่อน / Re: เชิญร่วมทอดกฐินสามัคคี ประจำปี 2555 ณ วัดแก่งขนุน สระุบุรี เมื่อ: พฤศจิกายน 05, 2012, 08:20:15 AM
อนุโมทนา ครับ จะได้ไปร่วมบุญกฐินปีนี้ครับ
 :25: :25: :25:
14  เรื่องทั่วไป / ข่าวสารเพื่อนถึงเพื่อน / Re: เชิญร่วมปฏิบัตธรรมประจำเดือน พฤศจิกายน 10-11,24-25 พ.ย. ณ คณะ 5 วัดราชสิทธาราม เมื่อ: พฤศจิกายน 05, 2012, 08:19:36 AM
อนุโมทนาสาธุ ครับ
 :25:
15  เรื่องทั่วไป / ข่าวสารเพื่อนถึงเพื่อน / Re: เชิญร่วมปฏิบัตธรรมประจำเดือน พฤศจิกายน 10-11,24-25 พ.ย. ณ คณะ 5 วัดราชสิทธาราม เมื่อ: พฤศจิกายน 02, 2012, 08:49:55 AM
อนุโมทนา สาธุ ครับ

 :25: :25: :25:
16  เรื่องทั่วไป / แนะนำเว็บไซท์ สายธรรมะ กันหน่อยจ้า / Re: เวบวิชชาธรรมกาย เมื่อ: ตุลาคม 22, 2012, 11:01:44 AM
อนุโมทนา สาธุ ครับ
 :c017: :25:
17  เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / Re: มัวแต่ไปเสียเวลา.."เข้าเฟซบุ๊ก 19 ชั่วโมง" เลยต้องจ้างคน.."มาตบตัวเอง" เมื่อ: ตุลาคม 22, 2012, 11:00:42 AM
บ้า กัน คนละแบบ นะครับ
แผนโปรโมท facebook เยี่ยมยอด

  :c017:
18  เรื่องทั่วไป / แจ้งปัญหาการใช้งานบอร์ด / Re: เข้าเว็บได้ช้า ถึงขั้นช้ามาก ในหน้าเว็บบอร์ด ครับ เมื่อ: ตุลาคม 21, 2012, 07:32:08 PM


ล่าสุดใช้งานแล้ว ได้บ้างไม่ได้บ้างครับ

  :49: :c017: :'(
19  กรรมฐาน มัชฌิมา / กิจกรรมของ สนง.ส่งเสริมพระกรรมฐาน / Re: ชมภาพ ปฏิบัติธรรม ณ วัดตาขัน บ้านค่าย ระยอง ๒. เมื่อ: ตุลาคม 17, 2012, 09:39:22 AM
อนุโมทนา ครับ ว่าจะเรียนถามมาตั้งนานแล้ว ครับ ที่เวลาไม่ล็อกอินนั้น บอร์ด ธรรมะสัญจร และ บอร์ดประมวลภาพเข้าชมไม่ได้ วันนี้เข้าได้แล้ว ครับ ขอบคุณมากครับ

 :c017: :25:

อนุโมทนา กับภาพที่นำมาฝากกันครับ
20  กรรมฐาน มัชฌิมา / ถามตอบ ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับ กรรมฐาน / Re: นั่งกรรมฐาน ควรจะนั่งช่วง ไหน ดีที่สุด ได้ผลมากที่สุดครับ เมื่อ: กันยายน 22, 2012, 04:03:28 PM
คิดว่า ช่วงเช้าตรู่ ดีที่สุดครับ
 :49:
21  ธรรมะสาระ / สนทนาธรรม ทั่วไป ตามความชอบใจของท่าน / กิเลส ๑๕๐๐ ตัณหา ๑๐๘ เมื่อ: สิงหาคม 19, 2012, 02:42:43 PM
กิเลส ๑๕๐๐ ตัณหา ๑๐๘
http://84000.org/tipitaka/book/nana.php?q=5


สหรคต    ส่วนมากจะกล่าวถึงธรรมะอย่างหนึ่งที่เป็นไปกับธรรมะอย่างหนึ่งคือไปพร้อมกัน ประกอบกัน

ขอเรียนแบบหยาบๆ เพราะผมก็ไม่ได้เรียนหรือเชี่ยวชาญบาลีหรือเก่งทางศัพท์บาลีนัก
อธิบายตามความเข้าใจเอง ผิดถูกช่วยแก้ไขด้วยครับ

เวทนา ๖ คือ เวทนาที่เกิดขึ้นนั้นเกิดขึ้นได้ ๖ ที่ คือที่ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ

เวทนา ๑๘ คือ จะต่อเนื่องจาก เวทนา ๖ ที่นั้น เพราะเกิดร่วมด้วยมี ๓ อย่าง
คือ โสมนัส โทมนัส อุเบกขา  เพราะฉะนั้น ๖x๓=๑๘

เวทนา ๓๖ ก็ต่อเนื่องจากเวทนา ๑๘ เพราะว่า แบ่งจากการเกิด คือ กาม และ วิปัสสนา

เคหสิตานิ   =  อาศัย กามคุณ   ๑๘

เนกขัมมสิตานิ  = อาศัย วิปัสสนา  ๑๘     รวมกันเป็น เวทนา ๓๖

จาก  เวทนา ๓๖ จำแนกโดยเวลาที่จะเกิดคือ อดีต อนาคต ปัจจุบัน ๓ เวลา

ดังนั้น เวทนา ๓๖x๓ = เวทนา ๑๐๘



ขอบคุณภาพจาก http://www.sahavicha.com
22  เรื่องทั่วไป / ส่งจิตออกนอก (นั่งเล่นคุยกัน) / Re: ฟังเรื่อง กฏแห่งกรรม ในรายการ RDN เรื่องหนึ่งเกิดความสงสัยว่า ..... เมื่อ: สิงหาคม 13, 2012, 09:09:39 AM
ใครเป็นผู้จัดสรรผลกรรม ครับ
 ยมบาล หรือว่า พระเจ้า หรือว่า คือ สิ่งใดที่เป็นผู้จัดสรรผลแห่งกรรมให้แก่บุคคลครับ

  :s_hi: :smiley_confused1:
23  กรรมฐาน มัชฌิมา / เกี่ยวกับหลวงปู่สุก ไก่เถื่อน / Re: พระประวัติ "พระสังฆราชสุก ไก่เถื่อน" ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการสร้างพระเครื่อง เมื่อ: สิงหาคม 12, 2012, 12:38:59 PM
 :25: :25: :25:
24  เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / อย.ผงะ!! พบลูกชิ้นปลา-ปลาเส้น ทำจากเนื้อปักเป้า เมื่อ: กรกฎาคม 31, 2012, 09:10:23 AM


ขอขอบคุณภาพประกอบจาก สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข

อย.เผยผลตรวจลูกชิ้นปลา-ปลาเส้นจากโรงงานสมุทรสาคร พบมีส่วนผสมปลาปักเป้า มีพิษเตโตรโดท็อกซิน สั่งเอาผิดโรงงาน 2 ข้อหา

เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม นพ.พิพัฒน์ ยิ่งเสรี เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา กล่าวว่า จากการสุ่มเก็บตัวอย่างผลิตภัณฑ์ลูกชิ้นปลา และปลาเส้นจากโรงงานลูกชิ้นปลายิ้ม ซึ่งตั้งอยู่ในตำบลท่าจีน อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร ไปตรวจสอบ ล่าสุด ผลการตรวจวิเคราะห์ตัวอย่างพบว่า ปลาเส้นตราปลายิ้ม ลูกชิ้นปลาตราหงส์ทอง ลูกชิ้นปลาตราหนุ่มร้อยแรง และปลาเส้นตราหงส์ทอง มีส่วนผสมของเนื้อปลาแล่เป็นปลาปักเป้าสายพันธุ์ L.spadiceus และพบปริมาณสารพิษเตโตรโดท็อกซิน (Tetrodotoxin) เท่ากับ 1.01 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม

นพ.พิพัฒน์ กล่าวต่อไปว่า ขณะนี้ ทาง อย.ได้แจ้งดำเนินคดีกับผู้ประกอบการ 2 ข้อหา คือ ผลิตอาหารเพื่อจำหน่ายที่มีการแสดงฉลากไม่ถูกต้อง โดยไม่แจ้งวันผลิต และวันหมดอายุ ซึ่งข้อหานี้ มีโทษปรับไม่เกิน 30,000 บาท ส่วนอีกข้อหาคือ ผลิตเพื่อจำหน่ายอาหารที่มีเนื้อปลาปักเป้าเป็นส่วนผสม มีโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 2 ปี และปรับตั้งแต่ 5,000 – 20,000 บาท

ทั้งนี้ นพ.พิพัฒน์ ยังได้กล่าวเตือนผู้ประกอบการ ว่า ต้องแสดงฉลากวันผลิต วันหมดอายุบนผลิตภัณฑ์ให้ชัดเจน และถูกต้อง ส่วนเ รื่องปลาปักเป้านั้น ผู้ผลิตไม่สามารถอ้างได้ว่าไม่รู้ เพราะถือเป็นความรับผิดชอบของผู้ผลิตโดยตรง โดยปลาปักเป้าถือเป็นอาหารที่ห้ามผลิตและจำหน่าย เพราะนอกจากจะผิดกฎหมายแล้ว สารพิษในปักเป้ายังก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้บริโภคด้วย

25  เรื่องทั่วไป / ส่งจิตออกนอก (นั่งเล่นคุยกัน) / Re: รู้ไว้สู้ภัยพิบัติ;ร่วมอธิษฐานจิตสลายภัยพิบัติด้วยเทคนิคเต๋า เมื่อ: กรกฎาคม 27, 2012, 02:27:14 PM
 :25: :25: :25:
26  กรรมฐาน มัชฌิมา / ถามตอบ ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับ กรรมฐาน / จำเป็นต้องเข้าใจ อนัตตา หรือไม่ครับ หรือเพียงแค่ภาวนา ก็เพียงพอ เมื่อ: กรกฎาคม 25, 2012, 01:32:19 PM
คือโดยรวมก็ไม่เข้าใจว่า อนัตตา เกี่ยวกับกรรมฐาน ส่วนไหน แล้วเราจำเป็นต้องเข้าใจ อนัตตา อย่างไร?
อนัตตา กับ สุญญตา เหมือนกันหรือไม่ ครับ หรือ ว่า อนัตตา คือ พระอรหันต์
แล้วพระอรหันต์ ทุกรูป ต้องรู้จักอนัตตาทุกรูป ทุกองค์หรือไม่ครับ
   :smiley_confused1: :c017: :s_hi:
27  กรรมฐาน มัชฌิมา / ถามตอบ ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับ กรรมฐาน / การเห็็น ทุกข์ มีความจำเป็นอย่างไร ในการภาวนา และ เกี่ยวข้องอย่างไรกับกรรมฐาน เมื่อ: กรกฎาคม 25, 2012, 01:30:16 PM
คือไม่ค่อยจะเข้าใจในส่วนนี้เลยครับ ว่าการเห็นทุกข์ มีความจำเป็นกับการนั่งกรรมฐาน ด้วยหรือครับ ในเมื่อเรานั่งกรรมฐาน ก็เพียงแต่ให้ใจสบาย บางครั้งก็ไม่ได้ทุกข์ใด ๆ ถึงได้นั่งกรรมฐาน จึงไม่เข้าใจว่าทำไมนั่งกรรมฐาน ต้องไปเข้าใจเรื่องทุกข์ด้วยครับ

การเห็็น ทุกข์ มีความจำเป็นอย่างไร ในการภาวนา และ เกี่ยวข้องอย่างไรกับกรรมฐาน
 :c017: :s_hi: :smiley_confused1:
28  กรรมฐาน มัชฌิมา / ถามตอบ ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับ กรรมฐาน / การเห็นว่า เป็นอนิจจัง ควรเริ่มอย่างไรในการภาวนา ครับ ^_^ เมื่อ: กรกฎาคม 25, 2012, 01:28:07 PM
การเห็นว่า เป็นอนิจจัง ควรเริ่มอย่างไรในการภาวนา ครับ ?

   เรียนถามชาวธรรม ทุกท่านนะครับ ว่าการมองเห็นอนิจจัง มีหลักการภาวนาปฏิบัติอย่างไร ในการมองเห็นอนิจจัง หรือเข้าใจเห็นแจ้ง อนิจจัง เกี่ยวกับสิ่งนี้มีวิธีการปฏิบัติอย่างไรครับ

   :c017: :s_hi:
29  กรรมฐาน มัชฌิมา / ถามตอบ ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับ กรรมฐาน / Re: เรียนถามว่า วิธีการปฏิบัติกรรมฐาน มัชฌิมา แบบลำดับนั้น มีอยู่ในพระไตรปิฏกส่วนไหน เมื่อ: กรกฎาคม 24, 2012, 10:19:19 AM
พระพุทธานุสสติ มีในพระไตรปิฏหรือไม่ครับ

 :25:
30  เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / 10 กระบวนท่า แก่ การวีน ( วีนคือ อารมณ์ไม่ดี ) เมื่อ: กรกฎาคม 20, 2012, 09:43:39 AM
10 กระบวนท่า...บอกลานิสัย ขี้วีน



ยิ่งนานไปภาพหนุ่ม-สาวจอมวีนรา วกับตัวร้ายในละครเริ่มปรากฏให้เห็นในชีวิตจริงมากขึ้นทุกวัน ...ซึ่งในละครมักไม่ได้บอกว่า หากคุณอาละวาดใส่ผู้คน สิ่งที่คุณจะเสีย อาจไม่ใช่แค่เสียหน้า เสียใจหรือเสียความนับถือในตัวเองเท่านั้น แต่อาจทำให้คุณเสียงานที่คุณรัก เสียคนที่คุณรักอย่างไม่มีวันหวนกลับ หรืออาจถึงขั้นสูญเสียชีวิตตัวเองก็เป็นได้
ด้วยความเป็นห่วงอย่างสุดซึ้ง Secret จึงต้องขอกระซิบบอกเคล็ดวิชา 10 กระบวนท่า บอกลานิสัยขี้วีน ให้เหล่าตัวร้ายในยุทธภพได้ลองนำไปฝึกฝนดู

กระบวนท่าที่1 รำพึงขออภัย
คนเรามักเกิดอาการขัดเขินหรืออาย ในการที่จะพูดคำว่า "ขอโทษ" ทันที หลังจากอาละวาดไปแล้ว ทั้งๆที่คำๆนี้ควรเป็นคำแรกที่พูดหลังจากคุณก่อเหตุสะเทือนขวัญไป secretจึงขอแนะนำวิธีกล่าวคำ "ขอโทษ"ให้คล่อง ด้วยการซ้อมพูดหน้ากระจกบ่อยๆ เพราะมันจะทำให้เราสามารถเปล่งคำๆนี้ออกมาได้ง่ายขึ้นในสถานการณ์จริง
แต่อย่าลืมว่าการพูด "ขอโทษ"บ่อยๆโดยไม่ปรับปรุงตัวเองไปด้วย อาจทำให้คำๆนี้กลายเป็นคำที่ไร้ค่าได้นะจ๊ะ
 
กระบวนท่าที่2 ปิดทวารรับสื่อ
ยุคนี้การเสนอภาพรุนแรง โดยเฉพาะภาพดาราวีน-เหวี่ยง-กรี๊ด กลายเป็นเรื่องธรรมดาของละครทุกช่อง ซึ่งการที่เรารับชมบ่อยๆนั้น ทำให้เกิดความเคยชินและรู้สึกว่าการวีนหรือเหวี่ยง เป็นเรื่องธรรมดาที่มนุษย์ทุกคนเขาทำกัน... เพราะฉะนั้นใครไม่อยากเป็นนางร้ายตัวจริง(ไม่อิงละคร) กรุณาลดการเปิดรับสื่อรุนแรงด่วน ...ทราบแล้วเปลี่ยน!
 
กระบวนท่าที่3 เฟ้นหายอดสหาย
การคบเพื่อนที่มักมีพฤติกรรมร้ายๆเช่นเดียวกันกับคุณ ไม่ได้ช่วยกู้ภาพลักษณ์ของคุณให้ดีขึ้นได้เลย ทั้งยังอาจทำให้อารมณ์เดือดของคุณพุ่งสูงมากกว่าเดิม ...การหาเพื่อนที่ดี รักสงบ และมีเหตุผลมากพอที่จะทำให้คุณยอมรับได้ เป็นอีกทางหนึ่งที่จะช่วยเบรคอารมณ์ ‘ปรอทแตก'ของคุณได้
ฉะนั้นอย่ารอช้า รีบเปิดตาและเปิดใจมองหาเพื่อนดีๆที่มีอยู่รอบตัว...ช้าหมด อดไม่รู้ด้วย...
 
กระบวนท่าที่4 ทำลายปราณวีน
ทุกครั้งที่โมโห ให้หยุดด่าทอ ลดเสียงและใช้เหตุผลในการพุดคุย เพราะเมื่อใดที่คุณระบายอารมณ์แบบ ‘จัดหนัก' กับคนรอบข้างไปแล้ว ตัวคุณเองอาจรู้สึกดีขึ้น ทว่าเมื่อเปิดตาเปิดใจมองไปรอบตัว คุณจะเห็นว่า คนอื่นไม่ได้รู้สึกเช่นเดียวกับคุณ คำพูดที่คุณพูดเพื่อทำร้ายคนอื่นอย่างสะใจ อาจกลายเป็นชนวนใหญ่ที่จะทำให้เกิดละครดราม่าในชีวิตจริงได้ ...เพราะฉะนั้น ทุกครั้งที่โกรธจัดๆ ลองคิดถึงผลเสียที่จะตามมา รับรองว่า ความโกรธจะหายวับไปกับตา
 
กระบวนท่าที่5 สละพิโรธร้อยลี้
โยนความคิด "เมื่อเราวีน เราจะได้ทุกอย่างที่ต้องการ" ทิ้งลงขยะซะ!...คนที่มีนิสัยขี้วีนอยู่เป็นประจำมักคิดว่าตัวเองยิ่งใหญ่ สามารถควบคุมคนอื่น หรือเรียกร้องสิ่งที่ตัวเองต้องการมาไว้ในมือได้อย่างง่ายดาย ด้วยการ ‘วีน'หรือ ‘เหวี่ยง'... แต่สิ่งที่คุณไม่รู้เลย คือ เบื้องหลังของพฤติกรรมแสดงอำนาจแห่งชัยชนะนี้ คือความเกลียดชังของคนรอบข้างที่พร้อมจะแทงข้างหลังของคุณ ดังนั้นหากไม่อยากถูกแทงข้างหลัง ทะลุถึงหัวใจ ก็รีบเก็บอารมณ์วีนเข้ากรุด่วน !
 
กระบวนท่าที่6 ความเครียดทะยานฟ้า
บางครั้งเมื่อคนเราจัดเก็บความเครียดไว้ในตัวมากๆ แม้เพียงถูกกระทบเพียงครั้งเดียว ก็อาจก่อให้เกิดการระเบิดอารมณ์อย่างรุนแรงได้ ดังนั้นพยายามคลายเครียดเป็นระยะๆ เพื่อไม่ให้มีขยะอารมณ์มาหมักหมมอยู่ในใจ โดยการออกกำลังกาย นั่งสมาธิ ไปปฏิบัติธรรมตามที่ต่างๆ ระบายความเครียดให้เพื่อนที่ไว้ใจฟัง ทำงานบ้าน หรือทำงานอดิเรกที่ชอบๆ ฯลฯ เพียงเท่านั้น ไฟที่ลุกโชนในใจก็จะมอดไหม้ไปในเวลาไม่นานเกินรอ...
 
กระบวนท่าที่7 ถอยทัพ
คนที่รักการ ‘วีน'มักมีลักษณะ "แพ้ไม่เป็น" ยามเมื่อใครมาสบประมาทตัวตน ผลงาน สิ่งที่ชอบหรือดับความคาดหวังของตัวเอง อารมณ์จะเริ่มร้อนขึ้นจนต้องระบายออกมา เพื่อสู้กับอีกฝ่ายให้ชนะให้จงได้ หรือให้รู้ดำรู้แดงกันไปข้าง
การรู้จักถอย ยอมแพ้และปล่อยวาง ไม่ได้แปลว่าคุณเป็นคนป๊อด หรือขี้แพ้ แต่เป็นการเอาชนะสิ่งที่ชนะได้ยากที่สุด คือตัวเอง... เราขอบอกว่าทันทีที่ทำ บ่าที่เคยแบกอีโก้และตัวตนของคุณไว้จะโปร่ง โล่งและเบาสบายขึ้นทันตาเห็นเลยเทียว
 
กระบวนท่าที่8 สกัดจุดโกรธ
ยามใดที่อารมณ์เริ่มประทุ ให้ลอง ‘หยุด' ...หยุดกาย วาจา ใจ ไว้ซะ อย่าได้ทำ พูด หรือคิดอะไรในเวลานั้น วิธีที่ดีที่สุดในการหยุดอารมณ์เดือดให้ทันท่วงทีนั้น ต้องอาศัยการฝึกสติอยู่เป็นประจำ เพื่อให้เรารู้เท่าทันอารมณ์ที่เกิดขึ้น ณ ขณะนั้น ก่อนที่จะแสดงท่าทางและคำพูดไม่ดีออกไป ซึ่งจะก่อให้เกิดผลเสียได้...แต่หากมั่นใจว่าหยุดอารมณ์ที่เกิดขึ้นตอนนั้น ไม่ทันแน่ๆ ขอแนะนำให้หนีออกจากจุดเกิดเหตุมาตั้งหลักเสียก่อนเป็นยอดดี...
 
กระบวนท่าที่9 วิชาตัวเบา
เชื่อว่าทุกคนยามโกรธคงอยากจะชกใบหน้า-กรี๊ดดังๆ-วีนแรงๆ หรือขว้างปาสิ่งของเพื่อระบายอารมณ์ใส่ฝั่งตรงข้ามจนข้าวทุกอย่างเสียหาย แต่จะดีกว่าไหม หากเราระบายอารมณ์ด้วยวิธีอื่นที่สร้างสรรค์กว่า เช่น ยามใดที่หัวใจถูกเผาด้วยไฟ ลองเปิดคอมพิวเตอร์แล้วพิมพ์ทุกอย่างที่รู้สึก ณ ตอนนั้นออกไป ใส่อารมณ์ทั้งหมดลงไปในตัวหนังสือ รูปที่วาด หรือถักโครเชย์ด้วยความเร็วสูงสุดตามอารมณ์ที่ปรี๊ดด...ขึ้นมา แล้วคุณจะพบว่า อยู่ดีๆใจก็เบาได้แบบไม่รู้ตัว!
 
กระบวนท่าที่10 จอมยุทธปราบมาร
การที่ควบคุมอารมณ์ไม่ได้บ่อยๆ อาจมีปัจจัยมาจากหลายอย่าง เช่น สภาพแวดล้อมรอบตัว เรื่องราวในอดีต ฮอร์โมนในร่างกายฯลฯ ซึ่งเป็นสิ่งนอกเหนือความสามารถที่เราจะช่วยเหลือตัวเองได้ ดังนั้นอย่าอายที่จะอาศัยมืออาชีพมาช่วยขจัดปัญหาเหล่านี้ให้หมดไป
อาทิ หากคนรอบตัวบอกว่าคุณโกรธง่ายผิดปกติ ลองปรึกษาจิตแพทย์ หรือแพทย์เฉพาะทางดู อาจค้นพบสาเหตุที่แท้จริงได้ หรือหากไม่อยากเสียสตางค์ การไปฝึกให้รู้เท่าทันตัวเอง ด้วยการปฏิบัติธรรมกับครูบาอาจารย์มืออาชีพ ก็เป็นทางเลือกที่ไม่เลว
 
...เมื่อใดที่คุณฝึกวิชาได้ครบ10 กระบวนท่านี้ Secret ขอรับรองว่า อาการ "วีนแตก"ของคุณจะลดลงหรือไม่มาปรากฏให้ผู้คนในยุทธภพเห็นอีกแน่นอน..
31  เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / เตือนภัย! เจอโรคจิตช่วยตัวเองในลิฟท์กลางห้างดัง เมื่อ: กรกฎาคม 18, 2012, 09:07:14 AM


เตือนภัย! เจอโรคจิตช่วยตัวเองในลิฟท์กลางห้างดัง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (15 ก.ค.) ในโลกออนไลน์ได้มีการส่งต่อข้อความพร้อมภาพจากทวิตเตอร์ของหญิงสาวหน้าตาดี รายหนึ่ง ซึ่งใช้ชื่อแอคเคาท์ทวิตเตอร์ว่า @Chuanpachi ได้เล่าเหตุการณ์ถูกชายโรคจิตช่วยตัวเองในห้างฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต ช่วงเวลาประมาณ 16.00 น.ของวันนี้ โดยเหตุการณ์ที่คุณChuanpachi เล่าผ่านทวิตเตอร์มีดังต่อไปนี้
"เจ็บใจนักโดนชักว่าวใส่ ตอนอยู่ในลิฟท์ที่ห้างฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต ขนาดมากับแฟนนะ
ตอนอยู่ในลิฟท์รู้สึกว่าอะไรมาโดนก้น คนก็เบียด เราก็มองโลกในแง่ดีว่าอาจเป็นกระเป๋า ก็เขยิบออกมา ตอนลิฟท์เปิดเอ๊ะอะไรอุ่นๆโดนขา
ดันคิดดีอีก ว่าเด็กฉี่ใส่ !! กะออกมาเช็ดข้างนอกลิฟท์ เพราะคนเบียดเดินออกชุลมุน พอออกมาจากลิฟท์ ช็อกค่ะ เลอะเสื้อกางเกงขา
ดีที่ใส่เสื้อคลุม เลยทิ้งเสื้อซื้อกางเกงใหม่ ฟอกๆๆๆๆสบู่ให้มากที่สุด แล้วไปขอดูกล้องวงจร เจ้าหน้าที่ห้างร่วมมือดีมากต้องขอบคุณจริงจัง
ไปดูกล้องปรากฏว่าไอ้โรคจิต มันอยู่ในลิฟท์มา45นาทีแล้ว มาแจ็กพอตที่เราT-T มันเนียนมากอะเอาเสื้อผูกเอวไว้ไม่เป็นที่สังเกตเลย
ฝากไว้เป็นอุทาหรณ์ด้วยนะคะ โดนกับตัว ไม่กลัวหรอกแค่โรคจิต แต่ห่วงคนในครอบครัว และกลัวพวกนี้จะมีพัฒนาการไปทำชั่วกว่านี้
เราคือเสื้อแขนยาวสีเทาจุดดำ ยิ่งเห็นแล้วยิ่งแค้น "

fwd mail

 :smiley_confused1:
32  เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / นักวิทย์สูตินารีพยากรณ์อีก 10 ปีข้างหน้า สามีภรรยาจะไม่พึ่งเซ็กส์-หันผลิตลูกผ่าน เมื่อ: กรกฎาคม 18, 2012, 09:01:29 AM

ขอบคุณภาพประกอบจาก http://www.dmc.tv/

นักวิทย์สูตินารีพยากรณ์อีก 10 ปีข้างหน้า สามีภรรยาจะไม่พึ่งเซ็กส์-หันผลิตลูกผ่านหลอดแก้วแทน

นาย จอห์น โววิช แพทย์ด้านสูตินารีเวชจากมหาวิทยาลัยเมอร์ดอค ในเมืองเพิร์ธ ของออสเตรเลีย พยากรณ์ว่า ในปี 10 ข้างหน้า คู่สามีภรรยา จะเลิกมีเซ็กส์เพื่อมีลูก แต่จะหันมาใช้กระบวนการทำกิ๊ฟท์หรือเด็กหลอดแก้วแทน ซึ่งจะให้ผลสำเร็จถึง 100 %

โดยระบุว่า ในช่วงอีก 10 ปีข้างหน้า ผู้ใหญ่วัยหนุ่มสาวจะมีโอกาสมีลูกผ่านการมีเพศสัมพันธ์เฉลี่ย 1 ใน 4 ของทุกเดือน และ 1 ใน 10 ของทุกเดือนในวัยที่เกินกว่า 35 ปี ในขณะที่กระบวนการสร้างเด็กหลอดแก้ว จะประสบความสำเร็จสามารถผลิตทายาทให้คู่สามี นายโยวิช ระบุว่า ภายใน 5-10 ปี คู่สามีภรรยาที่มีอายุใกล้เข้า 40 จะคิดถึงกระบวนการเด็กหลอดแก้วในการมีบุตรก่อนเป็นอันดับแรก

ทั้งนี้ รายงานระบุว่า ปัจจุบัน กระบวนการผลิตเด็กหลอดแก้วมีโอกาสประสบความสำเร็จ 50 % สำหรับคู่สามีภรรยาที่แข็งแรง



อ่านแล้วยังไม่คิดว่าจะเป็นจริง
33  กรรมฐาน มัชฌิมา / ถามตอบ ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับ กรรมฐาน / Re: จะมี สักกี่คน ที่ปรารถนา ในพระนิพพาน ท่านที่เพียรมาโปรดเห็นความสำคัญ เมื่อ: กรกฎาคม 17, 2012, 11:21:31 AM
เป็นบทความที่อ่านง่ายที่สุดในช่วงนี้ครับ ที่พระอาจารยืได้ออกบทความลงมา

ขอบคุณมากครับ
 :25:
34  เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / Re: เปิดจองตั๋วไปดาวอังคารแล้ว ใครจะไป ก็ไปจองได้คะอีก 11 ปีเดินทาง เมื่อ: กรกฎาคม 13, 2012, 11:34:17 AM
นึกว่าเป็นเรื่อง ไม่จริง ซะอีก มีโครงการจริง ๆ แล้วหรือนี่ ที่บรรดานักวิทยาศาสตร์สรุปไว้ว่า ดาวอังคารมีทำเล และอากาศใกล้เคียงโลกของเรา ดังนั้นไม่ใช่เรื่องธรรมดา แล้วนะครับ

   :13: :13: :13:
35  เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / Re: เด็ก ม.ต้น จะวางมวยกับ ครู เนื่องด้วยโดนด่าในห้องเรียน 10 ก.ค.55 เมื่อ: กรกฎาคม 13, 2012, 11:32:26 AM
เรารับทราบปัญหา กัน แล้ววิธีแก้ปัญหา ควรทำอย่างไรดีครับ
หรือปล่อยให้เป็นไปอย่างนี้ กันต่อไป

  หรือว่า วิธีแก้ปัญหา เขาทำกันอยู่แล้ว แต่ไม่ได้ผล เชื่อว่าเด็กไทยที่ดี ยังมีจำนวนมากครับ
  :character0029: :character0029: :character0029:
36  เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / คติคม อ่านดีมีประโยชน์ ส่งเสริมวันธรรมสวนะ ( วันพระ ) เมื่อ: กรกฎาคม 03, 2012, 07:58:07 AM
สิ่งที่แข็งที่สุด..
  เอาชนะได้ด้วย..สิ่งที่อ่อนที่สุด
  ------------
  เมื่อประตูบานหนึ่งปิด.. อีกบานหนึ่งก็เปิด..
  แต่บ่อยครั้ง..ที่เรามัวแต่จ้องประตูบานที่ปิด
  จนไม่ทันเห็นว่า..มีอีกบาน-ที่เปิดอยู่
  -----------
  อย่ามัวค้นหา..ความผิดพลาด
  จงมองหา..หนทางแก้ไข
  -----------
  อารมณ์ขัน..เป็นสิ่งยอดเยี่ยมที่สุด..
  ที่ช่วยรักษาสิ่งอื่นได้...
  เพราะทันที-ที่เกิดอารมณ์ขัน
  ความรำคาญ..และความขุ่นข้อง-หมองใจ..จะหายไป
  กลับกลายเป็น..ความเบิกบานแจ่มใส..ของจิตใจ
  เข้ามาแทนที่
  ------------
  อย่ากลัว..ที่จะนั่งหยุดพัก..
  เพื่อคิด
  -----------
  1 นาที..ที่คุณโกรธ
  เท่ากับ..คุณได้สูญเสีย 60 วินาที
  แห่งความสงบในจิตใจ..ไปแล้ว
  ------------
  หนทางเดียว..ที่จะรักษาภาพพจน์ได้..คือ..
  การซื่อสัตย์..ตลอดเวลา
  -------------
  ผู้ชนะ..ไม่เคยลาออก
  และผู้ลาออก..ก็ไม่เคยชนะ
  ------------
  ออกซิเจน..สำคัญต่อปอดเช่นไร
  ความหวัง..ก็เป็นเช่นนั้น
  ต่อความหมาย..ของชีวิต
  -------------
  การมีชีวิตอยู่-นานเท่าใด..
  มิใช่..สิ่งสำคัญ
  สิ่งสำคัญ..ก็คือ ..มีชีวิตอยู่-อย่างไร
  -------------
  เราเข้าใจชีวิต..
  เมื่อมองย้อนหลัง..เท่านั้น
  แต่..เราต้องดำเนินชีวิต..ไปข้างหน้า
  ------------
  ไม่มีสิ่งใด..ช่วยให้คุณ..ได้เปรียบคนอื่น
  มากเท่ากับ..
  การควบคุมอารมณ์..ให้สงบนิ่ง..อยู่ตลอดเวลา
  ในทุกสถานการณ์
  ------------
  ความอดทน..
  คือ..เพื่อนสนิท..ของสติปัญญา
  -------------
  พรสวรรค์ยิ่งใหญ่..ของมนุษย์
  คือ..การที่เราสามารถ..เอาใจเขา-มาใส่ใจเราได้
  -------------
  ในธรรมชาติ..ไม่มีสิ่งใดดีพร้อม
  แต่ทุกอย่าง..ก็สมบูรณ์แบบในตัวเอง
  ต้นไม้..อาจบิดเบี้ยว-โค้งงอ..อย่างประหลาด
  แต่ก็ยังคง..ความงดงาม
  -------------
  มักพูดกันว่า..
  กาลเวลา..เปลี่ยนทุกสิ่ง
  แต่จริงๆ แล้ว..
  คุณ..ต้องเปลี่ยนทุกสิ่ง..ด้วยตนเอง

www.kiatnakin.co.th
37  เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / 'โนเกีย'เล็งปลดพนักงานนับหมื่น เดินหน้าพัฒนา'ลูเมีย' เมื่อ: กรกฎาคม 03, 2012, 07:47:00 AM

เว็บไซต์เดอะการ์เดี้ยนของอังกฤษ รายงานเมื่อวันที่ 14 มิถุนายนว่า โนเกีย ผู้ผลิตโทรศัพท์เคลื่อนที่รายใหญ่ของโลก มีแผนปลดพนักงานกว่า 10,000 คน ภายในสิ้นปี 2013 เพื่อลดค่าใช้จ่ายของบริษัท หลังยอดจำหน่ายโทรศัพท์ลดลง ผลประกอบการตกต่ำ

โดยทางบริษัท โนเกีย ได้เปิดเผยว่า ภายในสิ้นปี 2013 นี้ จะปิดโรงงานผลิตในประเทศฟินแลนด์ เยอรมนี และแคนาดา และจะปลดพนักงานกว่า 10,000 คนทั่วโลก ไม่เพียงเท่านั้น โนเกียยังจะขายธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่สุดหรู "เวอร์ทู" (Vertu) ให้กับบริษัทเอกชนรายหนึ่งอีกด้วย จากนั้น ทางโนเกียก็จะมาทุ่มเทให้กับการผลิตและพัฒนาโทรศัพท์เคลื่อนที่ "ลูเมีย" อย่างจริงจัง เพื่อผลักให้ลูเมียเป็นที่นิยมในตลาดโลกและขยายฐานผู้บริโภคให้เพิ่มขึ้น

จากแถลงการณ์ของบริษัท ระบุว่า โนเกียเริ่มปรับโครงสร้างครั้งใหญ่มาตั้งแต่ปีที่แล้ว โดยมาตรการการปลดพนักงานจะช่วยลดค่าใช้จ่ายรายปีลงได้ราว ๆ 2.8 หมื่นล้านบาทในปีนี้ และคาดว่าจะลดรายจ่ายลงได้อีก 6.4 หมื่นล้านบาทภายในสิ้นปีหน้า

ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา โนเกียได้รับแรงกดดันจากการแข่งขันในตลาดโทรศัพท์มือถือเป็นอย่างมาก หลังจากผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือคู่แข่งรายใหญ่ของโลกอย่าง แอปเปิล ซัมซุง และเอชทีซี ได้เร่งสปีดพัฒนามือถือแอนดรอยด์ออกมาสู่ตลาด และเมื่อต้นปีนี้ โนเกียก็เพิ่งถูกซัมซุงเบียดร่วงจากตำแหน่งแชมป์ผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือรายใหญ่ของโลก หลังจากครองตำแหน่งยาวนานติดต่อกันมากว่า 14 ปี

38  เรื่องทั่วไป / forward mail หรือ จดหมายส่งถึงกัน / Art in Paradise พิพิธภัณฑ์ภาพวาด 3 มิติ ( อยู่ที่พัทยา นะครับ ) เมื่อ: กรกฎาคม 03, 2012, 07:43:08 AM
เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก  คุณ เดี๋ยวก็รู้ สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม

          ไป เที่ยวพัทยากันเถอะ! ฟังดูคุ้นเค๊ย คุ้นเคย แต่ไม่เชยนะจ๊ะ เพราะวันนี้ที่พัทยาเขามีทีเด็ดมาให้แวะเที่ยวกันอีกแล้ว หลายคนคงเคยเห็นภาพวาด 3 มิติ ที่ให้ความรู้สึกเหมือนจริงสุด ๆ จากต่างประเทศกันมาบ้าง ทั้งจากฟอร์เวิร์ดเมล รูปถ่าย หรือคลิปวิดีโอ แต่ก็ยังไม่มีโอกาสได้เห็นของจริงสักที ว่าภาพ 3 มิติเหล่านั้นจะเหมือนจริงขนาดไหน -_-'

          โชคดีเป็นของคุณ! เพราะเดี๋ยวนี้ไม่ต้องไปหาดูไกลถึงต่างประเทศแล้วจ้า เชิญตรงดิ่งไปพัทยาแล้วแวะเข้าไปชมพิพิธภัณฑ์ Art in Paradise ให้เพลินตาเพลินใจกันได้เลย เพราะที่นี่เขารวบรวมศิลปะภาพวาด 3 มิติ แบบเหมือนจริงสุด ๆ มาไว้ให้ได้เข้าชมกันเป็นร้อยรูปเลยล่ะ แถมวันนี้กระปุกท่องเที่ยวก็ได้นำเอารีวิวภาพของ  คุณ เดี๋ยวก็รู้ สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม  มาให้ชมเป็นการเรียกน้ำจิ้มด้วย ส่วนจะเด็ดแค่ไหนต้องตามไปดูกันเลย...












































ขอบคุณภาพเนื้อหา จาก http://board.postjung.com
39  กรรมฐาน มัชฌิมา / ถามตอบ ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับ กรรมฐาน / Re: พระอรหันต์ ฝันหรือไม่ ? เมื่อ: มิถุนายน 10, 2012, 01:29:56 PM
 :c017: :25:
40  เรื่องทั่วไป / ส่งจิตออกนอก (นั่งเล่นคุยกัน) / ทำไม เวลาพูดถึงการปฏิบัติธรรม แล้วต้องนั่งหลับตา ทำสมาธิครับ เมื่อ: พฤษภาคม 31, 2012, 09:25:14 AM
ทำไม เวลาพูดถึงการปฏิบัติธรรม แล้วต้องนั่งหลับตา ทำสมาธิครับ

  คือสงสัยว่าทำไมการปฏิบัติธรรม ภาวนา ทำในเวลาการทำงานกลมกลืนกับชีวิตประจำวันไม่ได้หรือครับ ทำไมต้องไปนั่งหลับตา ทำสมาธิ ให้ปวดเมื่อย ปวดขา ปวดหลัง แท้ที่จริงการภาวนาในหลักธรรม นั้นน่าจะสอดคล้องกลมกลื่นกับชีิวิตประจำวันใช่ หรือไม่ครับ

 เรียนถามผู้รู้ทุกท่าน ด้วยความสงสัยครับ
  :c017: :smiley_confused1:
หน้า: [1] 2 3